X
ตลาดหุ้นเวียดนาม ปรับฐานจบแล้วหรือยัง?
Emerging Markets, Mr. Messenger's View

ตลาดหุ้นเวียดนาม ปรับฐานจบแล้วหรือยัง?

กรกฎาคม 15, 2018 0

ตลาดหุ้นเวียดนามประสบปัญหาเจอแรงเทขายมาตั้งแต่ย่างเข้าเดือนเม.ย. ปีนี้ โดยดัชนีซึ่งเคยขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 1,211.34 จุด เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2018 ร่วงลงมาทำจุดต่ำสุดที่ 884.99 จุด ในวันที่ 6 ก.ค. 2018 คิดเป็นการปรับฐานที่ลึกมากกว่า -26% ไปแล้ว ตลาดหุ้นเวียดนามจึงถือเป็นอีกหนึ่งตลาดที่เข้าสู่ Bear Market จากนิยามที่ว่า ปรับฐานมากกว่า -20%

การปรับฐานของตลาดหุ้นเวียดนาม เกิดจากสาเหตุอะไร?

ประเด็นที่น่าสนใจที่สุด เห็นจะเป็น การที่รัฐบาลชุดใหม่ของนายเหวียน ซน ฟุก นายกรัฐมนตรีเวียดนาม เตรียมร่างกฎหมายใหม่ ซึ่งจะเปิดทางให้ชาวต่างชาติถือครองที่ดินสูงสุดจากเดิม 70 ปี ไปเป็น 99 ปี เพื่อดึงดูการลงทุนของต่างชาติเข้ามาในเขตเศรษฐกิจพิเศษ 3 แห่ง

รองลงมาก็คือ สภานิติบัญญัติของเวียดนาม ได้ทำการรับรองร่างกฎหมาย “Cyber Security” ให้รัฐบาลเวียดนามสามารถเข้าถึงข้อมูลออนไลน์ของประชาชนเพื่อความมั่นคงของประเทศ ซึ่งถือว่าผิดจังหวะมากๆ เพราะการรับรองร่างกฎหมายนี้ เกิดขึ้น 2 วันให้หลังจากการที่ประชาชนออกมาประท้วงกรณีร่างกฎหมายการถือครองที่ดินของชาวต่างชาติ จึงทำให้หลายฝ่ายมองว่า รัฐบาลพยายามตัดช่องทางสื่อสารของกลุ่มที่เคลื่อนไหวคัดค้านกฎหมายที่ดินหรือไม่?

ประเด็นคือ ถึงเวียดนามจะเป็นชาติคอมมิวนิสต์ แต่ด้วยเศรษฐกิจแบบเปิดตามนโยบายที่มีมาก่อนหน้านี้ กฎหมายด้าน Cyber Security ถือเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพของชาวเวียดนามทันที เพราะสิ่งที่เวียดนามไม่เหมือนจีนคือ ในโลกอินเตอร์เน็ต ชาวเวียดนามใช้ Social Media Platform จากต่างชาติอยู่ก่อนแล้ว เช่น Facebook ซึ่งเวียดนามถือว่ามีผู้ใช้งานมากเป็นอันดับ 7 ของโลกทีเดียว

ร่างกฎหมายดังกล่าว บังคับให้บริษัทเทคโนโลยีต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจในเวียดนาม จำเป็นต้องตั้ง Server มาไว้ในประเทศ และต้องเปิดสำนักงานในประเทศด้วย ดังนั้นในแง่ของการเป็นนักลงทุน ก็ถือเป็นการเพิ่มต้นทุนให้กับบริษัทต่างชาติในการเข้าไปทำธุรกิจในเวียดนามด้วย

ซึ่ง ณ ตอนนี้ประเด็นกฎหมายทั้งสองร่างนี้ ได้ถูกเลื่อนการพิจารณาออกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งที่บานปลาย

อีกเรื่องคือ ประเด็นเรื่อง Trade Wars ระหว่าง จีน กับ สหรัฐฯ

เนื่องจากเศรษฐกิจเวียดนาม ขับเคลื่อนด้วยภาคการลงทุนจากต่างชาติ และการที่ตลาดหลัก 2 ตลาดกำลังฟาดฟันกัน ก็ทำให้บรรยากาศในการลงทุนเปลี่ยนไปในช่วงที่มีการตอบโต้กันไปมา ดังนั้นหากกระแสสงครามการค้ายังคงมีต่อ ก็คงกระทบกับทุกประเทศในเอเชียอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่เพียงแค่เวียดนามเท่านั้น

ข้อดีของการที่เราไปลงทุนในเวียดนามในระยะยาว ยังดีเหมือนเดิมไหม?

✔ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า กำไรบริษัทจดทะเบียนในปี 2019 จะโตมากกว่า 20% ซึ่งถือว่ามากกว่าประเทศอื่นๆในเอเชียส่วนใหญ่ นี่คือ ข้อดีข้อที่หนึ่ง คือ มี Growth ในอัตราที่สูง

✔  Forward P/E ของตลาดหุ้นเวียดนามอยู่แถวๆ 15 เท่า เทียบเท่ากับตลาดอื่นในเอเชียแล้ว ก็ถือว่าทำให้ตลาดหุ้นเวียดนามมีความน่าสนใจกว่ามากหลายตลาดในเอเชีย

✔ สภาพคล่องตลาดหุ้นเวียดนามเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากการเข้ามาลงทุนของนักลงทุนในประเทศและต่างประเทศ และตลาดหลักทรัพย์เวียดนามเอา ก็เริ่มมีการลดข้อจำกัดด้านการถือครองของนักลงทุนต่างชาติ (FOL) ทำให้ในอนาคตมีโอกาสเข้าไปรวมคำนวนในดัชนี MSCI Emerging Market Index ซึ่งวางแผนไว้ว่าน่าจะเข้าคำนวนได้ในปี 2022 หรืออีก 4 ปีข้างหน้า

vietnam-gdp-per-capita

 

GDP per Capita ของประเทศเวียดนามปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

vietnam-manufacturing-pmi

ดัชนี Manufacturing PMI ของเวียดนามเดือนมิ.ย. อยู่ที่ 55.70 จุด เป็นระดับสูงสุดในรอบ 10 ปี

vietnam-government-debt-to-gdp

Government Debt to GDP อยู่ที่ 61.50% ในปี 2017 ที่ผ่านมา ปรับสูงขึ้นมาเรื่อยๆ จากการขยายตัวของเศรษฐกิจ

 

กราฟดัชนี VNI หรือ Vietnam Index บอกอะไรเราบ้าง?

VNI001

การลงมาทำ Lower Low ของดัชนี VNI ในเดือน ก.ค. นี้ ต่ำกว่าเดือน พ.ค. รอบที่แล้ว พบว่า Indicators อย่าง MACD และ RSI ไม่ทำจุดต่ำสุดใหม่ด้วย ดังนั้นก็มีสัญญาณกลับทิศ อาจมีการรีบาวน์ได้ระยะสั้นหลังจากนี้ และกรณีที่ดัชนี VNI ทะลุผ่านแนวต้าน 916 จุด ขึ้นมาปิดเหนือระดับนี้ได้ ก็จะได้ภาพ Bullish Divergence มีโอกาสสูงที่การปรับฐาน 4 เดือนที่ผ่านมาจะจบรอบ และขึ้นขาขึ้นรอบใหม่

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต้องระวังด้วย เพราะสัปดาห์ที่ผ่านมา เส้นค่าเฉลี่ย 50 วัน ตัดลงต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันไปแล้ว เกิดสัญญาณ Dead Cross ขึ้น ซึ่งอาจทำลาย Sentiment เชิงบวกภาพยาวๆที่มีมา และเข้าสู่ Sideway Channel ซักช่วงเวลาก็เป้นไปได้เช่นกัน เพราะต้องยอมรับว่า ตลาดหุ้นเวียดนามวิ่งมาแรงเกินไปและเร็วเกินไปตั้งแต่ย่างเข้าไตรมาส 4/2017 ที่ผ่านมา

Vietnam Fund001

ทางเลือกการลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนามผ่านกองทุนรวม ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ในตลาดทั้งหมด 4 กอง จะเห็นว่า NAV กองทุนก็วิ่งตามทิศทางของดัชนี VNI และล่าสุด บลจ.ยูโอบี ก็กำลังจะออก IPO กองเวียดนามมาเป็นทางเลือกให้กับนักลงทุนอีกหนึ่งกองโดยใช้ชื่อ United Vietnam Opportunity Fund : UVO ไปลองติดตามและอ่านรายละเอียดกันดู

แหล่งที่มาข้อมูล :-
BISNEWS
https://tradingeconomics.com
https://wagingnonviolence.org/feature/vietnam-protests-economic-zones-cyber-security/

คำเตือน
• การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อน การตัดสินใจลงทุน
• ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้ เป็นเครื่องยืนยันผลการดำเน ินในอนาคต
• การนำเสนอข้อมูลข้างต้น มิใช่การให้คำแนะนำการลงทุน
• การลงทุนใดๆ ต้องเกิดจากการศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลและตัดสินใจ ลงทุน บนความเสี่ยงที่รับได้ของนั กลงทุนเอง
• ทางผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิ ์ ไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสีย ในทุกกรณีที่อาจเกิดขึ้นจาก การให้ข้อมูลข้างต้น

Mr.Messenger รายงาน

Facebook Comments

There are 0 comments

ใส่ความเห็น

Copyright © iammrmessenger.com. All rights reserved.