X
TQM ผู้นำด้านที่ปรึกษาประกันภัยที่ไม่ธรรมดา
Investment, Recommended, Stock, Thai Stock Markets

TQM ผู้นำด้านที่ปรึกษาประกันภัยที่ไม่ธรรมดา

พฤศจิกายน 21, 2018 0

ถ้าถามว่าธุรกิจใดจะเป็น Mega Trend ในอนาคต คำตอบแรกๆ คนมักนึกถึงธุรกิจสุขภาพตามธีม Aging Society หรือไม่ก็ ธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่มาพร้อมกับ Smart Device และ Internet of Things (IoT)

แต่ถ้าในมุมมองของนักลงทุน โดยเฉพาะนักลงทุนแบบเน้นคุณค่าก็จะบอกว่า หนึ่งในธุรกิจที่น่าสนใจคือ ธุรกิจประกันภัย ที่ไม่ว่าจะในอดีตหรือในอนาคต ก็ยังคงตอบโจทย์และเป็นที่ต้องการของคนทุกยุคสมัยนะครับ

เร็วๆ นี้ จะมีบริษัทโบรคเกอร์ประกันภัยที่เรารู้จักเป็นอย่างดีจะ IPO เข้ามาในตลาดหุ้นบ้านเรา บริษัทนี้ก็คือ บริษัท ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งจะใช้ชื่อย่อเทรดในตลาดว่า “TQM” นะครับ

พาไปทำความรู้จักกันหน่อยดีกว่า

ปัจจุบัน บริษัทฯ มีบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจหลัก ได้แก่

  1. บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด (TQM Insurance Broker) ดำเนินธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัย โดยปัจจุบันขายผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัยทั้งสิ้นกว่า 130 ผลิตภัณฑ์ แบ่งเป็น
  • กลุ่มประกันรถยนต์ (Motor) ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มย่อย ประกอบด้วย
    • กลุ่มประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.)
    • กลุ่มประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ
  • กลุ่มประกัน Non-Motor ประกอบด้วย การประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) การประกันภัยทางทะเลและขนส่ง (Marine Insurance) และประกันวินาศภัยเบ็ดเตล็ด เช่น ประกันภัยทรัพย์สิน (Property insurance) ประกันภัยความรับผิดทางกฎหมายต่อสาธารณะชน (Liability Insurance) ประกันภัยวินาศกรรม (Engineering Insurance) ประกันภัยความเสี่ยงภัยด้านการเงิน และการค้ำประกัน (Financial Insurance)  : PA) ประกันภัยสุขภาพส่วนบุคคล ประกันภัยการเดินทาง หรือประกันภัยเบ็ดเตล็ดอื่นๆ (Miscellaneous) เป็นต้น
  1. บริษัท ทีคิวเอ็ม ไลฟ์ อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด (TQM Life Insurance Broker) ดำเนินธุรกิจเป็นนายหน้าประกันชีวิต ซึ่งขายผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตทั้งสิ้นกว่า 20 ผลิตภัณฑ์ โดยสามารถแบ่งผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตได้ 2 กลุ่ม คือ ประกันชีวิตประเภทรายบุคคล และประกันชีวิตประเภทกลุ่ม โดยใช้ฐานข้อมูลกลุ่มลูกค้าเป้าหมายซึ่งมีทั้งลูกค้าบุคคลธรรมดาและลูกค้าองค์กร โดยพนักงานขายจะติดต่อและเสนอขายประกันภัยประเภทต่างๆ ให้กับลูกค้าผ่านช่องทางการขายของกลุ่มบริษัทฯ หลากหลายช่องทาง เช่น โทรศัพท์ (Telemarketing) ออนไลน์ (Online) และการขายตรง (Face to Face) รวมทั้งการขายแบบผสมผสานระหว่างช่องทางการจำหน่ายทุกประเภท (Omni Channel)

นอกจากนี้ TQM ยังมีบริษัทย่อยอีก 1 บริษัท ได้แก่ บริษัท แคสแมท จำกัด (Casmatt) ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและซอฟต์แวร์ และบริษัทร่วมอีก 1 บริษัท ได้แก่ TQLD เป็นผู้ให้บริการให้คำแนะนำที่เกี่ยวข้องกับการประกันภัย ผ่านเว็บไซต์ www.noon.in.th (รวมเรียกว่า “กลุ่มบริษัท TQM”)

กลุ่มบริษัท TQM ไม่เล็กนะครับ จากข้อมูลในเว็บไซต์ กลต. ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2561 กลุ่มบริษัทฯ มีพนักงานระดับผู้บริหาร พนักงานขาย และพนักงานระดับปฏิบัติการรวมจำนวนรวมประมาณ 3,600 คน มีทั้งประจำที่สำนักงานใหญ่ ที่สาขา และศูนย์ประสานงานทั่วประเทศ จำนวน 74 สาขา และ 21 ศูนย์ประสานงาน  พร้อมบริการ call center ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยประสบการณ์ในธรุกิจประกันภัยกว่า 65 ปี มีการปรับปรุงรูปแบบการให้บริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าหลากหลาย ทำให้ได้ความน่าเชื่อถือตลอดจนการตอบรับที่ดีเสมอมา จนทำให้บริษัทมีการเติบโตอย่างมั่นคง มีผลการดำเนินงานน่าประทับใจ

 

 หมายเหตุ :

/1 งบแสดงฐานะการเงินของบริษัทฯ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 เป็นข้อมูลในส่วนของวันที่ 1 มกราคม 2559 ซึ่งเป็นข้อมูล  เปรียบเทียบของงบการเงินสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2560 ที่ตรวจสอบโดยบริษัท สำนักงาน อีวาย จำกัด ภายใต้มาตรฐานการรายงานทางการเงินที่ออกโดยสภาวิชาชีพบัญชี

/2  ข้อมูลสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2558 เป็นข้อมูลจากงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จรวมที่จัดทำโดยบริษัทฯ  ซึ่งจะมีจำนวนไม่เท่ากับงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จรวมสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2558 ที่แสดงในงบการเงินรวมสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2559 ที่ตรวจสอบโดย บริษัท สำนักงาน เอ็กซ์เพิร์ท ออดิท จำกัด เนื่องจากบริษัทฯ มีรายการปรับปรุงงบการเงินในปี 2558 – 2559 ตามหมายเหตุประกอบงบการเงินรวมปี 2560

 /3  ปรับปรุงใหม่มูลค่าที่ตราไว้ต่อหุ้นของบริษัทฯ จาก 100.0 บาท เป็น 1.0  บาท โดยเป็นไปตามมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 2/2561 เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2561 ซึ่งได้มีมติเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้ต่อหุ้นของบริษัทฯ จาก 100.0 บาท เป็น 1.0 บาท

 /4    คำนวณจากกำไรสุทธิสำหรับงวด

 /5    ปรับตัวเลขของงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2561 เป็นตัวเลขเต็มปี (Annualized) เพื่อการเปรียบเทียบ

  • ปี 2558
    • รายได้รวม 2,184.0 ล้านบาท
    • กำไรสุทธิ 140.4 ล้านบาท
  • ปี 2559
    • รายได้รวม 2,226.0 ล้านบาท
    • กำไรสุทธิ 178.2 ล้านบาท
  • ปี 2560
    • รายได้รวม 2,281.7 ล้านบาท
    • กำไรสุทธิ 268.3 ล้านบาท
  • ถึง มิ.ย. 2561
    • รายได้รวม 1,217.9 ล้านบาท
    • กำไรสุทธิ 183.0 ล้านบาท

จากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของรายได้ค่านายหน้าและค่าบริการอื่นจากการให้บริการของกลุ่มบริษัทฯ ประกอบกับการบริหารต้นทุนและทำการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรสุทธิของกลุ่มบริษัทฯ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 140.4 ล้านบาท ในปี 2558 เป็น 178.2 ล้านบาท และ 268.3 ล้านบาท ในปี 2559 และ 2560 ตามลำดับ คิดเป็น CAGR 38.3%

อีกมุมหนึ่งที่นักลงทุนต้องรู้ด้วยคือ รายได้กว่า 88.9-94.4% ของกลุ่มบริษัทฯ เป็นรายได้จากการเป็นนายหน้าประกันวินาศภัย ของบริษัทย่อย TQM Broker ซึ่งรายได้ในส่วนนี้ในปี 2558 – 2559 มีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 3.52% ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่สูงกว่าธุรกิจอื่นของกลุ่มบริษัทย่อยและบริษัทร่วม

จริงๆ ช่องทางรายได้ที่เติบโตก็มาจากการใช้ Telemarketing ในช่วงก่อนหน้านี้ และในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ เล็งเห็นถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป อยู่ในโลกออนไลน์กันมากขึ้น จึงขยายช่องทางการขายให้ลูกค้าสามารถรับคำแนะนำด้านประกันภัยได้สะดวกขึ้นด้วย และทิศทางของบริษัทฯ ที่มาทางออนไลน์ยังมีประโยชน์อีกด้านคือ สามารถควบคุมต้นทุนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และหมายถึงกำไรที่โตขึ้นอย่างชัดเจนอย่างที่เราเห็นกันครับ

จุดเด่นอีกอย่างของการเป็น Broker หรือเป็นบริษัทนายหน้าประกันภัย ข้อดีคือ ลูกค้าสามารถเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง และได้ภาพของความเป็นกลาง ดังนั้น ลูกค้าที่อยากได้ข้อมูลตรงไปตรงมา มีการเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ได้รวดเร็ว ไม่ต้องหาข้อมูลทีละเจ้า ก็จะเลือกใช้นายหน้าเช่นนี้ แล้วแนวโน้มก็จะมาในทิศทางนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ประเด็นนี้ก็เป็นอีกประเด็นที่ผมมองว่า TQM มีจุดแข็ง

มาถึงตรงนี้ เราก็ไปดูกันหน่อยว่าโครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ เป็นอย่างไร

จะเห็นว่า กลุ่มของ ดร.อัญชลิน พรรณนิภา ซึ่งเป็นหัวเรือใหญ่ และนั่งเป็นประธานกรรมการบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนรวมกัน 67.9% ก็ต้องถือว่ามีสัดส่วนที่มีนัยยะสำคัญ และยังกุมอำนาจในบอร์ดบริหาร ในขณะที่การเสนอขาย IPO ครั้งนี้สัดส่วน 25% จะเสนอขายประชาชน 21.3% ที่เหลือจะให้กรรมการ ผู้บริหาร และ/หรือพนักงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อยนะครับ

บริษัทฯ ระดมทุนครั้งนี้จะนำเงินไปทำอะไร?

โครงการลงทุนในอนาคตที่บริษัทฯ แจ้งกับ กลต. คือ จะนำไปพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ พัฒนาช่องทางการขายผ่านระบบออนไลน์ ด้วยการลงทุนในระบบ Chat Bot รวมถึงพัฒนากระบวนการทางธุรกิจ โดยลงทุนในระบบ Enterprise Resource Planning (ERP) จะเห็นว่าผู้บริหารก็เกาะติด Mega Trend ด้านเทคโนโลยี และพยายามนำมาพัฒนาต่อยอดให้เกิดประโยชน์ สอดรับกับลูกค้ายุคออนไลน์ที่ใช้ Smartphone กันวันละไม่ต่ำกว่า 7-8 ชั่วโมงครับ

จริงๆ แล้ว Insure Tech หรือ Fin Tech ในสายธุรกิจประกันภัย ถือเป็นเทรนด์ที่ไม่ช้าก็เร็ว น่าจะมาเปลี่ยนวิธีการดำเนินธุรกิจของทั้งอุตสาหกรรมอยู่แล้วนะครับ และการที่ TQM มีเป้าหมายและกลยุทธ์ที่ชัดเจนว่าจะไปทางออนไลน์เช่นนี้ ทรัพยากรที่มีค่ามากๆ ในยุคนี้ที่ TQM จะได้ก็คือ “Data” หรือข้อมูลผู้ใช้งาน

เมื่อดูจากสิ่งที่ TQM มีในวันนี้คือ ลูกค้ามากกว่า 1 ล้านราย และช่องทางการขายที่เป็นผู้นำด้านออนไลน์ บวกกับนำเสนอผลิตภัณฑ์ได้แบบไม่สังกัดค่าย ก็พอจะเดาได้ว่า “Data” ที่ TQM ได้มา จะทำให้อนาคตของบริษัทฯ ยังไปได้อีกไกลทีเดียว

ใครสนใจข้อมูลบริษัทฯ เพิ่มเติม คลิกลิงค์ www.tqmcorp.co.th

Facebook Comments

There are 0 comments

ใส่ความเห็น

Copyright © iammrmessenger.com. All rights reserved.