X
เจาะลึกกองทุน LTF ท๊อปฟอร์ม ปีทองของ บลจ.กรุงศรี
Mutual Fund, Recommended

เจาะลึกกองทุน LTF ท๊อปฟอร์ม ปีทองของ บลจ.กรุงศรี

ธันวาคม 7, 2017 0

เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2560 กันแล้ว หลายๆคนอาจจะกำลังมองหากองทุน LTF ที่มีคุณภาพ และมีการบริหารที่ดีเพื่อเอาไว้ลดหย่อนภาษีกันใช่ไหมล่ะครับ วันนี้ผมเลยนั่งรีวิวตัวผลการดำเนินงานของกองทุน LTF ตั้งแต่ต้นปีอีกรอบ ก็พบว่ามีกองทุนที่น่าสนใจอยู่หลายกองเลยทีเดียว โดยเมื่อไล่ดูกองทุน LTF ทุกประเภทที่ทำผลตอบแทนได้สูงสุด 10 อันดับแรกจาก Morningstar Thailand ก็ไปสะดุดตา เขากลับมาแล้ว !!

ใครที่กลับมาแล้ว??
กองทุนจากบลจ.กรุงศรี ไงครับ ผลตอบแทน LTF นับย้อนหลังแบบ YTD ติดอันดับถึง 3 กองทุนเลยทีเดียว

KSAM002

รูปที่ 1 : รายชื่อกองทุน LTF ที่ทำผลตอบแทนได้สูงสุดนับตั้งแต่ต้นปี 10 อันดับแรก (ข้อมูล ณ วันที่ 17 พ.ย. 2560)
แหล่งข้อมูล : Morningstar Thailand

อันดับ 1 ทั้ง LTF หุ้นขนาดกลาง-ขนาดเล็กและหุ้นขนาดใหญ่

ความน่าสนใจไม่ใช่แค่ว่าจาก 10 อันดับกองทุน LTF ที่ผลตอบแทนดีที่สุดนับตั้งแต่ต้นปีตกเป็น ของบลจ.กรุงศรีไป 3 กองทุน  แต่เมื่อมาลองแยกประเภทดูให้ดี กองทุนจากบลจ.กรุงศรีนั้นสามารถทำผลตอบแทนได้เป็นอันดับ 1 ทั้งกองทุน LTF ที่เน้นลงทุนในหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก และเป็นอันดับ 1 ในกองทุน LTF ที่เน้นลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ด้วยเช่นกัน มาแรงในหลายหมวดขนาดนี้ต้องมีดีที่กระบวนการลงทุนอย่างแน่นอน

บลจ.กรุงศรีมีกระบวนการลงทุนอย่างไร?                                                

สำหรับกระบวนการลงทุนของทางบลจ.กรุงศรีนั้น จะมีลักษณะเป็น “Team Base” โดยทีมผู้จัดการกองทุนจะเริ่มค้นหาหุ้นจากหลายหลายวิธีการ แล้วเริ่มไปเยี่ยมชมกิจการหรือการทำ Company visit เพื่อพูดคุยกับผู้บริหารของบริษัทจดทะเบียนต่างๆ เพื่อดูความสามารถ วิสัยทัศน์ และแนวทางการบริหารจัดการบริษัท จากนั้นทางทีมผู้จัดการกองทุนก็จะนำบริษัทที่ไปเยี่ยมชมกิจการกลับมาวิเคราะห์ข้อมูล เริ่มต้นด้วยข้อมูลเชิงคุณภาพ เช่น การวิเคราะห์ SWOT การวิเคราะห์ 5 Forces และการวิเคราะห์การกำกับดูแลกิจการ ถัดมาก็ทำการวิเคราะห์เชิงปริมาณ เช่น การวิเคราะห์ฐานะทางการเงิน และการวิเคราะห์ความสามารถในการทำกำไรอย่างยั่งยืน และทำการประเมินมูลค่า เมื่อได้หุ้นที่น่าสนใจแล้วก็จะนำเข้าสู่ที่ประชุม Investment Committee (IC) เพื่อคัดเลือกหุ้นเข้า Universe ที่มีประมาณ 70-90 บริษัท ที่กองทุนสามารถเลือกลงทุนได้ และคัดเลือกหุ้นเพื่อลงทุนตามนโยบายการลงทุนในแต่ละกองทุน กองละประมาณ 15-30 บริษัท พร้อมติดตามผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ

ลักษณะหุ้นแบบไหนที่ผู้จัดการกองทุนมองหา?

สำหรับหุ้นที่ทางทีมผู้จัดการกองทุนชื่นชอบมักจะมีลักษณะต่างๆตามประเภท ดังนี้ครับ

ด้านคุณภาพ – ชื่นชอบบริษัทที่มีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง มีแนวโน้มการเติบโตของกำไรสุทธิอย่างต่อเนื่อง และยั่งยืน

ด้านปริมาณ – ชื่นชอบบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตสูง ทีมผู้บริหารมีวิสัยทัศน์และแนวคิดในสร้างความเติบโตให้กับธุรกิจที่ชัดเจนและยึดหลักธรรมาภิบาลในการดำเนินธุรกิจ

ด้านมูลค่า – ชื่นชอบบริษัทมีโอกาสเติบโตมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์และมากกว่าตลาดโดยรวม และระดับราคาหุ้น ณ ปัจจุบัน ยังคงซื้อขายที่ระดับน่าสนใจ เมื่อเทียบกับผลประกอบการในอนาคต

KFLTFTSM-D มดน้อย ต่อยหนัก

ทีนี้เรามาเจาะลึกถึงกองทุน KFLTFTSM-D ที่เป็นกองทุน LTF ที่เน้นลงทุนในหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กกัน โดยกองทุนจะลงทุนในตราสารของบริษัทจดทะเบียนใน SET/MAI ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี และ/หรือมีแนวโน้มการเจริญเติบโตทางธุรกิจ ทั้งนี้บริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กให้หมายถึง บริษัทจดทะเบียนใน SET/MAI รวมถึงการจองซื้อหุ้นที่เสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด ไม่เกิน 50,000 ล้านบาท ณ วันทำการก่อนหน้าวันที่กองทุนลงทุน ส่วนที่เหลือจะลงทุนในตราสารหนี้หรือเงินฝาก

เริ่มต้นด้วยผลตอบแทนกันก่อนนะครับ จะเห็นว่าถ้าหากนำผลตอบแทนของกองทุน KFLTFTSM-D มาเทียบกับดัชนี SET Total Return Index (SET TRI) ที่เป็นเกณฑ์ชี้วัดของกองทุน ตัวกองทุนสามารถทำผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีได้เกินกว่า 2 เท่าตัวเลยทีเดียว นับว่าทำได้ยอดเยี่ยมมาก นอกจากนั้นหากลองเทียบผลตอบแทนของกองทุนกับดัชนีหุ้นขนาดเล็กอย่าง sSET ที่เพิ่งจัดตั้งในปี 2560 นี้ และดัชนี SET50 Net Total Return Index  ก็ยังสามารถเอาชนะได้ขาดลอยเช่นกัน

KSAM003

รูปที่ 2 : กราฟและตารางเปรียบเทียบผลตอบแทนกองทุน KFLTFTSM-D ตั้งแต่ต้นปี 2560  ถึงวันที่ 17 พ.ย. 2560 (เริ่มเปรียบเทียบวันที่ 4 ม.ค. 60 เนื่องจากเป็นวันแรกที่มีการจัดตั้งดัชนี sSET)
แหล่งข้อมูล : Bloomberg

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในกองทุน  KFLTFTSM-D นี้ ผู้จัดการกองทุนจะเน้นคัดเลือกลงทุนในขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีแนวโน้มเติบโตสูง ในหมวดที่ได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการบริโภคภายในประเทศ นโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐฯ และความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ปรับตัวดีขึ้น รวมไปถึงสภาวะดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับต่ำ ได้แก่ หมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ หมวดเงินทุนและหลักทรัพย์ หมวดสื่อสิ่งพิมพ์ หมวดบริการรับเหมาก่อสร้าง และหมวดพาณิชย์ ซึ่งก็ค่อนข้างสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี โดยปัจจุบันมีการลงทุนในหุ้นจำนวน 28 บริษัท

KSAM004

รูปที่ 3 : KFLTFTSM-D Portfolio Analysis (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ต.ค. 2560)
ที่มา: บลจ.กรุงศรี

และมีหุ้นที่มีการถือครองเป็นอันดับต้นๆที่มีธีมการลงทุนที่น่าสนใจ ได้แก่
KSAM005

รูปที่ 4 : รายชื่อหุ้นที่กองทุน KFLTFTSM-D ถือครองสูงสุด 5 อันดับแรก (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ต.ค. 2560)

และเพื่อความมั่นใจว่าหุ้นที่กองทุนลงทุนเป็นหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง ทางทีมผู้จัดการกองทุนยังมีการทำตัวอย่างประมาณการของการเติบโตโดยเฉลี่ยของกำไรของบริษัทที่กองทุนเลือกลงทุนที่คาดการณ์ว่าเติบโตสูงราว 30-40% ในปีนี้และปีหน้า และยังเทียบออกมาเป็น PEG ที่ยังต่ำกว่า 1 เท่าอีกต่างหาก สะท้อนว่าเป็นราคาที่ยังไม่ได้แพงจนเกินไปเมื่อเทียบกับการเติบโตของหุ้น

KSAM006

รูปที่ 5 : ตัวอย่าง valuation เฉลี่ยของหลักทรัพย์ในกองทุน KFLTFSM-D
ที่มา: รายงานภาวะตลาดของกองทุน KFLTFTSM-D เดือน ต.ค. 2560 บลจ.กรุงศรี

เห็นกลยุทธ์การลงทุนที่จี๊ดซะขนาดนี้ แต่ตัวกองทุนนั้นกลับไม่ได้มีสไตล์ในการเน้นกลยุทธ์การเทรดบ่อยๆตามภาวะตลาด  ซึ่งดูข้อมูลได้จาก Portfolio Turnover ratio ใน fund fact sheet ณ วันที่ 29 ก.ย. 2560 ที่อยู่ในระดับต่ำเพียง 0.66% เท่านั้น เรียกได้ว่าเป็นแนว Buy & Hold แบบสไตล์นักลงทุน VI ซะจริงๆ

ทั้งนี้ตัวกองทุน KFLTFTSM-D ยังมีนโยบายในการจ่ายปันผลด้วยนะครับ

 

KFLTFEQ ที่สุดแห่งการเติบโตและแข็งแกร่ง

กองทุน KFLTFEQ มีนโยบายคือเฟ้นหาบริษัทในทุกอุตสาหกรรมทุกขนาดที่มีโอกาสเติบโตสูงกว่าตลาดซึ่งมักจะมีลักษณะ เป็นผู้นำในธุรกิจ มีศักยภาพในการทำกำไรสูง และมีโอกาสทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง เรียกได้ว่าเป็น “Flagship ในด้าน Growth Model” ของกองทุนกรุงศรี และเมื่อดูผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี จะเห็นได้ว่ากองทุนสร้างผลตอบแทนได้ชนะเกณฑ์ชี้วัดอย่าง SET TRI เป็นตัวเท่าตัว และชนะดัชนีที่สำคัญทั้งหุ้นขนาดใหญ่และหุ้นขนาดเล็กได้อย่างขาดลอยเช่นกัน

KSAM007

รูปที่ 6 : กราฟและตารางเปรียบเทียบผลตอบแทนกองทุน KFLTFEQ ตั้งแต่ต้นปี 2560  ถึงวันที่ 17 พ.ย. 2560 (เริ่มเปรียบเทียบวันที่ 4 ม.ค. 60 เนื่องจากเป็นวันแรกที่มีการจัดตั้งดัชนี sSET)
แหล่งข้อมูล : Bloomberg

ด้านกลยุทธ์การลงทุนของกองทุน KFLTFEQ  ก็มีการเน้นลงทุนในหุ้นเติบโตสูงในหมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และหมวดค้าปลีก ซึ่งได้รับประโยชน์จากการเติบโตของการท่องเที่ยวไทย และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล หมวดผู้ให้สินเชื่อรายย่อย ซึ่งมีศักยภาพในการเติบโตสูง และหมวดสื่อและสิ่งพิมพ์ที่ได้รับประโยชน์จากการเติบโตของผลการดำเนินงาน ซึ่งลงทุนในหุ้นประมาณ 25 บริษัท

KSAM008

รูปที่ 7 : KFLTFEQ Portfolio Analysis (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ต.ค. 2560)
ที่มา: บลจ.กรุงศรี

โดยหุ้นที่กองทุนถือลงทุน 5 อันดับแรกมีธีมการลงทุนที่น่าสนใจดังนี้ครับ

KSAM009

รูปที่ 8 : รายชื่อหุ้นที่กองทุน KFLTFEQ ถือครองสูงสุด 5 อันดับแรก (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ต.ค. 2560)
ที่มา: บลจ.กรุงศรี

จะเห็นได้ว่าหุ้นที่กองทุนนี้ลงทุนมีความแตกต่างกับกองที่เน้นลงทุนในหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กอยู่พอสมควร

และเช่นกันในด้านการเติบโตของกำไรบริษัทที่ลงทุนเมื่อเทียบกับ valuation แล้วยังคงมี PEG ต่ำกว่า 1 เท่าสำหรับกองนี้ สะท้อนว่าหุ้นที่ลงทุนยังมีราคาที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับการเติบโต

KSAM010

รูปที่ 9 : ตัวอย่าง valuation เฉลี่ยของหลักทรัพย์ในกองทุน KFLTFEQ (โมเดลเดียวกับ KFSEQ)
ที่มา: รายงานภาวะตลาดของกองทุน KFLTFTSM-D เดือน ต.ค. 2560 บลจ.กรุงศรี

ในด้าน Portfolio Turnover Ratio ใน fund fact sheet ณ วันที่ 29 ก.ย. 2560 ก็ยังอยู่ในระดับต่ำเพียง 0.62% อีกเช่นกัน ยังคง Concept Buy & Hold ในหุ้นเติบโตและเป็นผู้นำธุรกิจที่แข็งแกร่ง  ส่วนด้านค่าธรรมเนียม ปัจจุบันไม่ได้มีการเก็บค่าธรรมเนียมขาเข้าเช่นกัน ส่วนค่าใช้จ่ายรวม ณ วันที่ 29 ก.ย. 2560 อยู่ที่ประมาณ 2.3473% ซึ่งสูงกว่ากองอื่นเนื่องจากมีการบริหารแบบเชิงรุกที่ครอบคลุมประเภทหุ้นเติบโตที่หลากหลายกว่า แต่ก็ค่อนข้างคุ้มค่าเมื่อเห็นผลตอบแทนที่กองทุนทำได้เช่นกัน  ทั้งนี้กองทุนดังกล่าวไม่มีนโยบายการจ่ายปันผลเพื่อเก็บผลตอบแทนไว้ลงทุนต่อไปสอดคล้องกับตัวนโยบายหลักที่เน้นลงทุนในหุ้นที่เติบโตสูง

KFLTFA50-D รุกฆาตด้วยหุ้นใหญ่

มาถึงกองสุดท้ายกันแล้ว กองทุน KFLTFA50-D จะเน้นลงทุนในหุ้นสามัญจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 65% ของ NAV โดยเน้นกระจายการลงทุนในหุ้นที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในการคำนวณดัชนี SET50 เรียกง่ายๆว่าเป็นกองที่เน้นลงทุนในหุ้น SET50 แบบเชิงรุกนั่นเอง โดยผลตอบแทนที่กองทุนทำได้นั้นค่อนข้าง Surprise อยู่พอสมควรเลยเนื่องจากสามารถทำผลตอบแทนชนะได้ทุกดัชนีที่สำคัญเช่นกัน นอกเหนือจาก SET TRI ที่เป็นเกณฑ์ชี้วัด เห็นแบบนี้แล้วใครคิดว่ากองทุนหุ้นใหญ่จะขึ้นได้น้อยอาจต้องมาคิดดูใหม่จริงๆล่ะครับ

KSAM011

รูปที่ 10: กราฟและตารางเปรียบเทียบผลตอบแทนกองทุน KFLTFA50-D  ตั้งแต่ต้นปี 2560  ถึงวันที่ 17 พ.ย. 2560 (เริ่มเปรียบเทียบวันที่ 4 ม.ค. 60 เนื่องจากเป็นวันแรกที่มีการจัดตั้งดัชนี sSET)

ด้านกลยุทธ์การลงทุนของกองทุน KFLTFA50-D  ยังคงเน้นลงทุนในหุ้นเติบโตสูงหรือมีปัจจัยที่โดดเด่นเฉพาะตัว  โดยปัจจุบันเน้นลงทุนใน หมวดพลังงานและ ซึ่งได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันและถ่านหินที่มีทิศทางฟื้นตัว หมวดธนาคารที่เตรียมรับประโยชน์ของเศรษฐกิจขาขึ้นรอบใหม่ หมวดเงินทุนและหลักทรัพย์ที่มีการเติบโตที่โดดเด่น หมวด ICT ที่มีการแข่งขันที่รุนแรงน้อยลง และหมวดขนส่งและโลจิสติกส์ที่ยังเติบโตได้ดี โดยถือหุ้นประมาณ 29 บริษัท

KSAM012

รูปที่ 11 : KFLTFA50-D Portfolio Analysis (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ต.ค. 2560)
โดยเมื่อลองสังเกตหุ้นที่กองทุนถือครองสูงสุด 5 อันดับแรกจะเห็นได้ว่ากองทุนนั้นมีการทำ Active weight จากตัว sector อยู่พอสมควรเลยทีเดียว ทำให้หน้าหุ้นและน้ำหนักที่ลงทุนนั้น แตกต่างจากดัขนี SET50 ค่อนข้างสูง โดยหุ้นกลุ่มธนาคารที่ถือครองเยอะเป็น TCAP ที่เป็นธนาคารขนาดกลางมีการเติบโตที่สูงกว่าอุตสาหกรรม ส่วนกลุ่มพลังงานนั้นคัดเลือก PTT ที่ได้ประโยชน์จากทั้งภาวะน้ำมันขาขึ้นและธุรกิจในเครือที่มีการเติบโตได้ดี รวมถึง BANPU ที่ได้ประโยชน์จากราคาถ่านหินที่มีแนวโน้มเป็นขาขึ้นอีกครั้ง   ในฝั่ง ICT กลับเน้นลงทุนใน DTAC สุดจี๊ดที่มีแนวโน้ม Turnaround และ IRPC ที่ได้ประโยชน์จากภาวะขาขึ้นของธุรกิจปิโตรเคมี และแน่นอนเมื่อเช็ค Portfolio Turnover Ratio ของกองทุนก็ยังอยู่ในระดับต่ำเพียง 0.68% เท่านั้น สะท้อนว่าทางกรุงศรีนั้นเน้น Concept Buy & Hold แบบนักลงทุน VI ได้สม่ำเสมอเหมือนกันทั้ง 3 กองทุน

แล้วเลือกกองทุนไหนดี?

ข้อดีของกองทุนจากบลจ.กรุงศรีนอกจากที่เราเห็นฝีมือของกองทุนที่ทำผลตอบแทนได้ค่อนข้างดี มีกระบวนการลงทุนอย่างมืออาชีพและมีแนวทางการลงทุนแบบสไตล์ VI แล้ว เรายังสามารถเลือกประเภทกองทุน LTF ที่ใช้สำหรับการลดหย่อนภาษีที่เหมาะกับสไตล์ที่เราชอบได้อีกด้วยครับ โดย  กองทุน KFLTFTSM-D เหมาะกับนักลงทุนที่อยากลงทุนในกองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีการเติบโตสูงและต้องการเงินปันผลจากการลงทุน ส่วนกองทุน KFLTFEQ เหมาะกับนักลงทุนที่อยากลงทุนในกองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นที่มีการเติบโตสูง มีธุรกิจแข็งแกร่งโดยไม่สนใจขนาดกิจการ และ กองทุน KFLTFA50-D เหมาะกับนักลงทุนที่อยากลงทุนในกองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่แต่มีการบริหารแบบเชิงรุกและต้องการเงินปันผลจากการลงทุน ส่วน ใครสนใจก็ลองศึกษาข้อมูลกองทุนเพิ่มเติมได้ที่  https://www.krungsriasset.com/TH/FundGroupDetail.html?gid=114

ติดต่อขอรับหนังสือชี้ชวนพร้อมคู่มือการลงทุนในกองทุน LTF ได้ที่ บลจ.กรุงศรี หรือสอบถามเพิ่มเติมโทร   02 657 5757 ครับ

 

คำเตือน

  • การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแท ความเสี่ยงและศึกษาคู่มือการลงทุนในกองทุน LTF ก่อนการตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ สิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นไปตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด หากผู้ลงทุนไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการลงทุนจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี และจะต้องคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เคยได้รับ พร้อมชำระเงินเพิ่มและเบี้ยปรับตามที่ระบุไว้ในประมวลรัษฎากร
  • ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันผลการดำเนินในอนาคต
  • การนำเสนอข้อมูลข้างต้น มิใช่การให้คำแนะนำการลงทุน
  • การลงทุนใดๆ ต้องเกิดจากการศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลและตัดสินใจลงทุน บนความเสี่ยงที่รับได้ของนักลงทุนเอง
  • ทางผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิ์ ไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียในทุกกรณีที่อาจเกิดขึ้นจากการให้ข้อมูลข้างต้น

 

Mr.Messenger รายงาน

Share on FacebookTweet about this on TwitterShare on Google+Share on LinkedInPin on Pinterest

There are 0 comments

ใส่ความเห็น

Copyright © iammrmessenger.com. All rights reserved.