X
Search for Yield ธีมนี้กลับมา เพราะว่าอะไร?
ไม่มีหมวดหมู่

Search for Yield ธีมนี้กลับมา เพราะว่าอะไร?

เมษายน 2, 2019 0

วันนี้ SET Index บวกขึ้นมาอีก +6.84 จุด ขยับขึ้นมาปิดที่ระดับสูงกว่า 1,650 จุดอีกครับ

MACD ให้ Buy Signal และขยับขึ้นมาเทรดเหนือ Moving Average 50 วัน มาตั้งแต่วันที่ 29 มี.ค. ขณะที่ RSI ขยับขึ้นมาสูงกว่าโซน 50 ตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค.

สัญญาณภาพรวมๆ SET Index เริ่มกลับมา Bullish เล็กๆ หลังซึมมาตลอดตอนสัปดาห์ตอนทราบผลการเลือกตั้ง

ปัจจัยที่เป็นบวกต่อบรรยากาศการลงทุนในช่วงสั้นๆที่ผ่านมา ดูเหมือนจะกลับมาที่พฤติกรรม Search for Yield อีกรอบ

ขยายความก็คือ การที่เฟดเปลี่ยนท่าทีการดำเนินนโยบายการเงิน จากที่คาดว่าจะขึ้นดอกเบี้ยได้ 2 ครั้งในปี 2019 นี้ กลายเป็นว่า น่าจะไม่สามารถขึ้นดอกเบี้ยได้เลย และยังประกาศยุติการลดขนาดงบดุล (Quantitative Tightening) ก็แสดงให้เห็นว่า เฟดยังมองว่า จำเป็นที่ต้องให้มีเงินอยู่ในระบบ ต้องมีสภาพคล่องเลี้ยงอยู่ในปริมาณที่ไม่ลดลงต่ำกว่านี้ ไม่งั้นจะเสี่ยงมากๆที่เศรษฐกิจสหรัฐฯเองจะชะลอตัวมากกว่าเดิม

การส่งสัญญาณไม่ขึ้นดอกเบี้ยของเฟด มันทำให้ภาพการลงทุนในช่วงที่เหลือของปีนี้เปลี่ยนไปด้วย

เพราะมันแปลว่า ธนาคารกลางอื่นๆทั่วโลก ก็ไม่เจอแรงกดดันให้ขึ้นดอกเบี้ยตามเฟดทั้งๆที่เศรษฐกิจตัวเองไม่ได้ขยายตัวดีขนาดนั้น

ตรงนี้ ไทยเราเลยได้อานิสงส์ด้วย คือ แรงกดดันด้านการขึ้นดอกเบี้ยหลังจากนี้ก็หายไปด้วย เพราะเราไม่ต้องขยับขึ้นดอกเบี้ยหนีตามเฟด

ตอนนี้ 10Y US Treasury Yield อยู่ที่ 2.47% ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลไทย 10 ปี ให้ผลตอบแทนที่ 2.53% ถ้าย้อนกลับไปเมื่อต้นเดือนมี.ค. ตอนนั้น 10Y US Treasury Yield อยู่ระดับเกิน 2.7% อีก ก็เป็นแรงกดดันให้ไทยเราลดดอกเบี้ยไม่ได้ ไม่งั้น Interest Rate Gap มันจะกว้างเกินไปและมีผลกระทบต่อ Fund Flow

แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้วไงครับ

ล่าสุดอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยเดือน มี.ค. ที่ผ่านมาเร่งตัวมาอยู่ที่ 1.24% ก็จริง แต่เงินเฟ้อทั้งไตรมาส อยู่ที่ 0.9%YOY ซึ่งต้องบอกว่า น้อยกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์หลายสำนักคาดการณ์กันไว้

เงินเฟ้อที่ดูเบาลงแบบนี้ กับเศรษฐกิจไทยที่มีสูญญากาศทางการเมือง และมีความไม่แน่นอนแบบนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่แบงก์ชาติ ต้องมีกระสุนเตรียมไว้กระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง

และตอนนี้ กระสุนดอกเบี้ย ก็พร้อมใช้งานแล้ว เมื่อเฟดดำเนินนโยบายการเงินเปลี่ยนไป

แล้วมันกระทบกับบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นอย่างไรบ้าง?

ลองคิดแบบนี้ครับ สมมติ ก่อนหน้านี้ คุณลงทุนในหุ้นได้ปันผล 5%ต่อปี ถ้าเทียบกับตราสารหนี้ ได้ดอกเบี้ย 2.8% ต่อปี จะมีคนกล้าลงทุนในหุ้นปันผลส่วนหนึ่ง และไปลงทุนในตราสารหนี้ส่วนหนึ่ง ตามความเสี่ยงที่ตัวเองรับได้

แต่อยู่มาวันหนึ่ง เงินปันผลจากหุ้น คาดว่าจะได้ 5%ต่อปีเท่าเดิม แต่กลายเป็นว่า ตราสารหนี้เหลือดอกเบี้ยแค่ 2.4%ต่อปี คนที่มีเงินอยู่ในตราสารหนี้ หรือมีเงินใหม่พร้อมจะลงทุน ก็คงเริ่มลังเลว่า หรือเราจะเอาไปไว้ในหุ้นแทนดี? เพราะถึงเสี่ยง แต่ผลตอบแทนมันก็มากกว่า

สิ่งนี้อธิบายเหตุผลว่า ทำไมดอกเบี้ยในตลาดมันถึงมีผลต่อภาพการลงทุนในตลาดหุ้นด้วยนะครับ

เพราะกลายเป็นว่า ตอนนี้หลายคนเริ่มมองเห็นสัญญาณแล้วว่า ดอกเบี้ยนโยบายของไทยเรา มีโอกาสปรับลดมากกว่าจะปรับขึ้น ปรากฎการณ์วิ่งหาสินทรัพย์เสี่ยงเลยเริ่มกลับมาเบาๆให้เราเห็นในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

ก็กลายเป็นว่า ตอนนี้เป็นการสู้กันระหว่าง

  1. ปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจโลกที่ดูจะชะลอตัวลง หลักๆมาจากภาคการผลิต ที่ Manufacturing PMI ของทั้งโลกชะลอตัวลง (ยกเว้นจีนที่เริ่มขยับขึ้นได้เดือนมี.ค. ที่ผ่านมา)
  2. กับ ความหวังว่า ธนาคารกลางของประเทศแกนหลักของโลก ไม่น่าจะปล่อยให้เศรษฐกิจมันซึมลง และน่าจะเตรียมกระสุนไว้กระตุ้นเศรษฐกิจในอนาคต

ผลหลังจากนี้ ถ้ามีการกระตุ้นจริง และเศรษฐกิจกลับมาผงกหัวขึ้นได้ ก็แปลว่า หุ้นจะยังเดินหน้าไปต่อ

แต่ในทางกลับกัน ถ้ากระตุ้นช้าไป หรือ ไม่ส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจจริง ที่เราเห็นหุ้นวิ่งๆขึ้นมาในไตรมาส 1/2019 ก็อาจเป็นเรื่องชั่วคราว

แหล่งที่มาข้อมูล :-
BISNEWS
www.bloomberg.com
www.tradingeconomics.com

Mr.Messenger รายงาน

Facebook Comments

There are 0 comments

ใส่ความเห็น

Copyright © iammrmessenger.com. All rights reserved.