X
TFEX อีกหนึ่งเครื่องมือสร้างโอกาสการลงทุนที่คุณต้องรู้ไว้!
Investment, Stock

TFEX อีกหนึ่งเครื่องมือสร้างโอกาสการลงทุนที่คุณต้องรู้ไว้!

พฤษภาคม 27, 2020 0

ด้วยอาชีพที่ผมทำ คือ เป็นที่ปรึกษาด้านการลงทุน ทำให้มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนมุมมองและฟังประสบการณ์การลงทุนหลาย ๆ ด้าน ถือเป็นทางลัดที่ดี ที่ไม่ต้องเอาตัวเองไปเจอประสบการณ์ผิดพลาดโดยตรง และเห็นวิธีการลงทุนที่หลากหลาย ซึ่งนำมาสู่ความสำเร็จที่เหมือนจะมีจุดร่วมกันอยู่ในบางจุด

สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นเป็นจุดร่วมของนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จในการลงทุนก็คือ การเข้าใจความเสี่ยง และพยายามป้องกันมันให้ได้ ก่อนคิดที่จะสร้างผลตอบแทน

เราคงไม่กล้าขับรถโดยเหยียบคันเร่งจนมิด  หากเรารู้ว่ารถคันนี้ไม่มีเบรค จริงไหมครับ?

การเบรค การชะลอ การลดความเสี่ยง จึงถือเป็นอาวุธที่นักลงทุนต้องเข้าใจและบริหารให้เป็น

แต่เท่าที่เห็นนักลงทุนหน้าใหม่  ส่วนใหญ่อาจจะคิดเรื่องนี้กันน้อยไป คิดแต่ว่า ไม่กล้าเสี่ยง ก็ไม่รวย แล้วก็ลงทุนเกินความเสี่ยง วางเงินเกินหน้าตัก จนนำมาซึ่งความเสียหายที่ยากจะทำให้พอร์ตการลงทุนฟื้นกลับมาได้

หนึ่งในเครื่องมือที่ใช้บริหารความเสี่ยง และสร้างโอกาสการลงทุนได้ดีอย่างหนึ่งก็คือ TFEX

ผมขอพาทุกคนไปทำความรู้จักตลาด TFEX และสินค้าที่ซื้อขายในตลาดนี้กันคร่าว ๆ รวมถึงยกตัวอย่างเคสการลงทุนที่เกิดขึ้นจริงให้เห็นภาพมากขึ้นว่าเราจะเอาไปใช้ยังไงได้

TFEX คืออะไร?

TFEX ย่อมาจาก Thailand Futures Exchange หรือ บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อ 15 ปีที่แล้ว และเริ่มเปิดให้ซื้อขายเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2549

โดยสิ่งที่ซื้อขายกันในตลาด คือ ตราสารอนุพันธ์ หรือ สัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับบริหารความเสี่ยง (Risk Management/ Hedging) หรือ เก็งกำไร (Speculative) ซึ่งมีลักษณะเป็นสัญญาหรือเป็นสิทธิ ที่คู่สัญญาตกลงกันไว้ ระบุไว้ก่อนหน้าระหว่างกัน และตัวสัญญามีมาตรฐานเดียวกัน ทำให้สามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนมือกันได้ง่าย

ประเภทของสินค้าที่อยู่บนตลาด TFEX มีอะไรบ้าง?

ในปัจจุบัน TFEX ได้เปิดซื้อขายอนุพันธ์ทั้งสิ้น 10 ประเภท ครอบคลุมทั้งหุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ สินค้าเกษตร อัตราแลกเปลี่ยน และอัตราดอกเบี้ย เช่น  SET50 Index Futures, SET50 Index Options, Single Stock Futures, Gold Futures, Gold Online Futures, Rubber Futures และ USD Futures จะเห็นว่า สินค้าที่ TFEX มี คำต่อท้ายจะมีอยู่ 2 คำคือ “Futures” และ “Options” 2 สิ่งนี้ต่างกันอย่างไร ขอเล่าให้เห็นภาพดังนี้ครับ

Futures หรือ สัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นข้อตกลงที่ผู้ซื้อผู้ขายทำร่วมกัน และคู่สัญญาทั้ง 2 ฝ่ายมีภาระต้องทำตามที่ตกลงกันไว้ ถือเป็นสัญญาแบบเป็นทางการ มีรูปแบบสัญญาที่แน่นอน ระบุสินค้าที่จะซื้อขาย ระยะเวลาของสัญญา และจำนวนของสินค้าตามสัญญากันอย่างชัดเจน และสิ่งที่ทำให้ Futures เป็นที่นิยมในวงกว้าง ก็เพราะมีตัวกลางดูแลการซื้อขายและควบคุมให้ทำตามสัญญา (ในที่นี่ก็ TFEX และสำนักหักบัญชี หรือ TCH นั่นเอง)

ด้าน Options ถือเป็น สัญญาที่ผู้ซื้อจะมีสิทธิ์ตามสัญญา ซึ่งอาจจะใช้หรือไม่ใช้สิทธิ์ก็ได้เมื่อถึงระยะเวลาที่สามารถใช้สิทธิ์ โดย “สิทธิ์” นั้น มีทั้ง “สิทธิ์” ในการซื้อ (เราเรียกว่า Call) หรือขาย (เราเรียกว่า Put) สินทรัพย์ในราคาที่ต้องการในอนาคต ขณะที่ผู้ขาย Options มีภาระต้องทำตามสัญญาหากผู้ซื้อใช้สิทธิ์ โดยในตอนแรกผู้ซื้อ Options จะต้องจ่ายเงินให้แก่ผู้ขาย ซึ่งเงินส่วนนี้เรียกว่า Options Premium ซึ่งมีมูลค่าไม่มากนักเมื่อเทียบกับมูลค่าของสัญญา จากข้อดีนี้เองทำให้ Options เป็นตราสารอนุพันธ์ที่นิยมมาก ๆ ตัวหนึ่งครับ

ทั้ง Futures และ Options เราใช้ประโยชน์ยังไงได้บ้าง?

ตัวอย่างเช่น ช่วงที่ตลาดหุ้นไทยพักฐานแรง ๆ ตอนเดือน มี.ค. จากการแพร่ระบาดของ Covid-19 แล้วเรามีการถือหุ้นไทย ถ้าเราเคยซื้อหุ้น XXX ไว้ที่ราคา 100 บาท และมองว่าในช่วงปลายปี ราคามีโอกาสขึ้นไปได้ถึง 120 บาท เพราะตอนนั้นสถานการณ์ Covid-19 คงจบไปแล้ว เราคงกลับมาใช้ชีวิตปกติ

ซึ่งถ้าเป็นไปตามแผน แสดงว่า เรามีโอกาสได้กำไร 20% (ซื้อมาที่ 100 บาท และไปขายที่ 120 บาท)

แต่เอาจริง ๆ สิ่งที่เราควรคิดเพิ่มก็คือ แล้วถ้าเกิดราคามันลงจาก 100 บาท เหลือ 80 บาท ก่อนจะขึ้นไป เรารับได้ไหม?

ใช่ครับ เพราะหากเราไม่คิดถึงความเสี่ยงขาลง (Downside Risk) ไว้ ก็ทำให้เราลงทุนแบบเหมือนเดินหลับตาลงไปในสนามรบ ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายมาก

สินค้าของ TFEX สามารถนำมาช่วยบริหารความเสี่ยงในจุดนี้ได้ครับ

ถ้าเราอยากจะลดความเสี่ยงของการลงทุนครั้งนี้ ในระหว่างที่ถือหุ้น XXX อยู่และคาดว่าราคาหุ้นอาจปรับตัวลดลง ก็ให้ Short Futures (ขายสัญญาล่วงหน้า) ในระดับที่เรารับความเสี่ยงได้

สมมติว่า หุ้น XXX ลงมาที่ 80 บาท จริง เราจะได้กำไรจากการ Short Futures มาชดเชยกับการขาดทุนจากมูลค่าหุ้น XXX ที่ซื้อมาที่ 100 บาท

คราวนี้เมื่อนำทั้งสองยอดมาหักกลบ ทั้งพอร์ตการลงทุนที่ซื้อหุ้นและ Short Futures จะกำไรขาดทุนเท่าไหร่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่เราลงทุนครับ ซึ่งก็ต้องมาหากลยุทธ์ที่เหมาะสมกันอีกที

นอกจากป้องกันความเสี่ยงแล้ว TFEX ใช้สร้างกำไรเพิ่มขึ้นได้ไหม?

ประโยชน์ของสินค้า TFEX อีกอย่างนอกจากป้องกันความเสี่ยง ก็คือ “ทำกำไรได้ทั้ง 2 ทาง”

ถ้าคุณเป็นนักลงทุนในตลาดหุ้น วิธีการทำกำไรของคุณจะมีทางเดียวก็คือ ซื้อให้ได้ราคาต่ำ และขายในราคาที่สูงกว่า

แต่การเทรดในตลาด TFEX นักลงทุนจะสามารถเก็งกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาได้ทั้ง 2 ทาง ไม่ว่าเราคิดว่าราคาของสินทรัพย์นั้น ๆ จะขึ้นหรือจะลงก็สามารถทำกำไรได้ ถ้าคิดว่าขึ้นก็เปิด Long Position แต่ถ้าคิดว่าราคาสินทรัพย์นั้นจะลง ก็เปิด Short Position หรือขายก่อน แล้วมาซื้อกลับทีหลังให้ได้ราคาถูกกว่า

อย่างช่วงเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ที่ตลาดหุ้นไทยมีการรีบาวน์หลังจาก SET Index หลุด 1,000 จุดในเดือนก่อนหน้า ก็มีนักเก็งกำไรส่วนหนึ่งที่เชื่อว่า ตลาดหุ้นต้องมีการรีบาวน์ แต่อาจไม่แน่ใจว่า จะไปได้ไกลซักเท่าไหร่ เลยไม่กล้าเข้าซื้อหุ้นรายตัว ก็สามารถเข้าซื้อ SET50 Index Futures (เปิด Long Position) โดยใช้จำนวนเงินน้อยกว่าที่ตั้งใจจะลงทุน แต่สามารถสร้างกำไรได้สูง เพราะมีอัตราทด (Gearing)

ใช่ครับ ประโยชน์อีกอย่างที่ TFEX มีก็คือ ใช้เงินลงทุนต่ำ เพราะการซื้อขาย Futures ไม่ต้องวางเงินลงทุนเต็มจำนวน แต่จะวางเพียงแค่เงินหลักประกัน (Margin) โดยเฉลี่ยประมาณ 10% ของมูลค่าสินทรัพย์อ้างอิงเท่านั้น ทำให้การเทรดแต่ละครั้ง เราสามารถสร้างอัตราผลตอบแทนได้สูงเมื่อเทียบกับเงินลงทุนเริ่มต้น

พูดแต่ด้านดี แล้ว TFEX มีด้านที่ต้องระวังไหม?

มีสิครับ เนื่องจากเราสามารถสร้างกำไรโดยใช้เงินลงทุนน้อยกว่าการไปลงทุนสินทรัพย์จริง ดังนั้น หากเราเก็งกำไรผิดทาง ความเสียหายก็สูงมากกว่าการลงทุนในสินทรัพย์จริงนั้น ๆ ด้วย ดังนั้น ถ้าคิดจะเริ่มต้น อย่าเริ่มหนักมือเกินไปครับ ใจเย็น ๆ ค่อย ๆ เรียนรู้ ค่อย ๆ ศึกษาไปก่อน

ยกตัวอย่างสินค้า TFEX ที่นิยมให้ที จะเอาไปศึกษาต่อ

สินค้าที่นิยมเทรดกันมากที่สุดก็คือ SET50 Index Futures เป็นสินค้าลำดับแรกที่ TFEX จัดให้มีการซื้อขาย โดยเป็นฟิวเจอร์สที่อ้างอิงกับดัชนี SET50 ซึ่งคำนวณมาจากหุ้นสามัญจดทะเบียนที่มีขนาดใหญ่ (Market Cap สูง) และมีสภาพคล่องสม่ำเสมอจำนวน 50 ตัวแรก

ข้อดีของ การเทรดบน SET50 Index Futures ก็เหมือนเรามีหุ้นคุณภาพดี 50 ตัวอยู่ในมือ การเคลื่อนไหวของราคา เป็นไปตามกลไกตลาด และสะท้อนภาพรวมตลาดได้เป็นอย่างดี

สินค้าอีกกลุ่มหนึ่งที่นักลงทุนนิยมก็คือ ฟิวเจอร์สที่อ้างอิงกับราคาทอง ได้แก่ Gold Futures และ Gold Online Futures

เป็นเครื่องมือที่เราสามารถใช้ทำกำไรได้ตามความคาดการณ์ที่มีต่อราคาทองคำทั้งในภาวะราคาทองขาขึ้นและขาลง

อีกทั้งการเคลื่อนไหวของราคาทองคำมีลักษณะที่ไม่สัมพันธ์กับราคาหุ้น เลยทำให้ Gold Futures และ Gold Online Futures เป็นทางเลือกที่น่าสนใจในการทำกำไรและช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตลงทุน หรือเรียกว่าเป็นการทำ Asset Allocation ได้อีกทางหนึ่งด้วย

จะเห็นว่าสินค้าใน TFEX สามารถสร้างโอกาสการลงทุนได้ทั้งเพื่อเพิ่มผลตอบแทนและป้องกันความเสี่ยง รวมถึงทำให้เรามีกลยุทธ์และเครื่องมือที่มีความหลากหลายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ในเรื่องของมาตรฐาน ก็ต้องบอกว่า TFEX จัดตั้งโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีความมั่นคงและไว้ใจได้เรื่องระบบความปลอดภัยที่มีมาอย่างยาวนาน

ยังไงเสีย บทความนี้ เป็นแค่ส่วนเล็ก ๆ ที่ทำให้นักลงทุนได้รู้จักกับ TFEX และเสน่ห์เพียงบางส่วนเล็กน้อยเท่านั้น

ผมแนะนำให้คุณศึกษา และลองมาใช้เครื่องมือตัวนี้ในการลงทุนดู ผมก็เป็นคนหนึ่งที่สร้างผลตอบแทนจาก TFEX ได้ ผมจึงเชื่อว่า คุณก็ทำได้เช่นกัน

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ TFEX ได้ที่

https://www.facebook.com/TFEXStation/

https://www.tfex.co.th/

https://elearning.set.or.th/SETTFEX

Facebook Comments

There are 0 comments

ใส่ความเห็น

Copyright © iammrmessenger.com. All rights reserved.