X
“TCAP” อาณาจักรแห่งความแข็งแกร่ง
Investment

“TCAP” อาณาจักรแห่งความแข็งแกร่ง

พฤศจิกายน 8, 2019 0

ในช่วงกว่า 1 ปีที่ผ่านมา คลื่นกระแสแห่งการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีไหลบ่าเข้ามาในหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรมมากขึ้นไม่ใช่แค่เฉพาะสื่อ สิ่งพิมพ์ หรือ ธุรกิจมีเดียแล้วเท่านั้น

ดูผลตอบแทนจากการลงทุนย้อนหลัง 1 ปีที่ผ่านมา จะพบว่า หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมหนึ่ง กำลังเข้าสู่กระแสของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ลองไล่ดูผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีของหุ้นกลุ่มนี้ดูกัน (ข้อมูล ณ วันที่ 5 พ.ย. 2562)
KBANK -27.40%
SCB -17.40%
BBL -17.80%
BAY -21.70%
KTB -17.00%
KKP -9.00%
TMB -39.00%

ถูกต้องครับ ตัวย่อของหุ้นกลุ่มนี้ ทุกตัวคือธุรกิจสถาบันการเงิน แต่มีตัวย่ออยู่ตัวหนึ่ง ที่เหมือนจะฝ่าคลื่นลม Disruption ครั้งนี้มาได้ นั่นก็คือ TCAP ซึ่งผลตอบแทนย้อนหลังเป็นบวกอยู่ตัวเดียวในกลุ่มธนาคาร โดย 1 ปีย้อนหลัง บวกได้ 2.30% ถึงแม้จะเป็นผลตอบแทนที่ไม่สูงมาก แต่หากเทียบกับคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกัน ก็น่าสนใจว่า TCAP มีดีอะไรที่ผ่านเวลาแบบนี้มาได้ ไปดูกัน

หากเอ่ยชื่อ “ธนชาต” คนส่วนใหญ่จะนึกไปถึงธนาคารธนชาต ธนาคารที่ใหญ่เป็นอันดับ 6 ของประเทศ ซึ่งกำลังจะรวมกิจการกับธนาคาร TMB ซึ่งหลังจากรวมกัน จะกลายเป็นธนาคารที่มีขนาดใหญ่ขึ้น โดยมีสินทรัพย์รวมแตะ 2 ล้านล้านบาททีเดียว

การนำธนาคารธนชาต ไปรวมกิจการกับทีเอ็มบี ถือเป็นกลยุทธ์เหนือชั้นของ บมจ.ทุนธนชาต หรือ TCAP ซึ่งเป็น Financial Holding Company ชั้นนำของไทย และเป็นบริษัทแม่ของธนาคารธนชาต ที่มองการณ์ไกล โดยหวังว่า จะใช้เพื่อสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว โดยตัว TCAP เองจะได้รับประโยชน์และส่วนแบ่งจากการเป็น 1 ในผู้ถือหุ้นใหญ่ในธนาคารหลังการรวมกิจการที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและมีศักยภาพในการเติบโตและทำกำไรได้มากขึ้นในอนาคต นั่นคือหนึ่งในกลยุทธ์ ต้องปรับตัว สร้างโอกาส เพื่อผ่านคลื่นลมแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แต่ไม่ใช่แค่นั้น

ธนชาตไม่ได้มีแค่ธนาคาร

ศักยภาพของกลุ่มธนชาตที่มี ทุนธนชาต (TCAP) เป็นบริษัทแม่ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงธุรกิจธนาคารพาณิชย์เท่านั้น ยังมีบริษัทลูกอีกหลายบริษัทที่ธุรกิจมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลมายังความสามารถในการทำกำไรที่ยั่งยืนให้กับ TCAP

เมื่อดูถึงผลประกอบการ TCAP ล่าสุด ไตรมาส 3 ปี 2562 TCAP และบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิตามงบการเงินรวม จำนวน 4,616 ล้านบาท   โดยเป็นกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทฯ จำนวน 2,472 ล้านบาท เพิ่มขึ้น  573 ล้านบาท หรือ 30.17% จากไตรมาสก่อน  ในส่วนของงวด 9 เดือน กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทฯ มีจำนวน 6,387 ล้านบาท   ซึ่งเป็นผลมาจากกลยุทธ์ของธนาคารธนชาตที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) โดยมุ่งเน้นในการเป็นธนาคารหลัก (Main Bank) ของลูกค้า ทำให้ธนาคารธนชาตมีผลการดำเนินงานที่ดีอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะไตรมาสนี้ที่ธนาคารฯสามารถสร้างกำไรสุทธิที่สูงเป็นสถิติ New High ได้แบบหล่อๆ

TCAP แข็งแกร่ง เสริมศักยภาพธนาคารใหม่แข็งแกร่ง

หลังการรวมกิจการ (ธ.ธนชาตรวมทีเอ็มบี) TCAP จะถือเป็น 1 ในผู้ถือหุ้นใหญ่ในธนาคารใหม่นี้ ด้วยสัดส่วนที่มากกว่า 20% ด้วยความแข็งแกร่งของ TCAP จะส่งผลถึงความแข็งแกร่งให้ธนาคารใหมนี้ ขณะที่โครงสร้างการลงทุนของ  TCAP จะมีการปรับเปลี่ยนภายหลังการรวมกิจการของธนาคารใหม่  โดยการลงทุนด้วยการถือหุ้นของ TCAP ในบริษัทต่างๆ จะประกอบด้วย ธนชาตประกันภัย  51%  บล.ธนชาต 51 % ราชธานีลิสซิ่ง 65.2% (ถือผ่านนิติบุคคล-SPV)  บริษัทบริหารสินทรัพย์ เอ็นเอฟเอส 100%บริษัทบริหารสินทรัพย์ แม็กซ์ 83.44% บริษัทบริหารสินทรัพย์ ทีเอส 100%  เอ็มบีเคไลฟ์ประกันชีวิต 51%  (ดูรูปโครงสร้างกลุ่มธนชาตประกอบ)

ดังนั้น ผลการดำเนินงานของ TCAP ยังจะคงมีรายได้ที่ดีจากธุรกิจที่หลากหลาย มีการกระจายแหล่งที่มารายได้ที่ต้องถือว่ามั่นคงมากๆทีเดียว

tcap x tmb

MBK 1 ในการลงทุนของ TCAP กับธุรกิจที่กำลังเติบโต

จากโครงสร้างกลุ่มธนชาต จะพบว่า TCAP ยังมีการลงทุนในธุรกิจอื่นๆด้วย เช่น  ใน บมจ.เอ็ม บี เค ที่ถืออยู่เกือบ  20% โดย MBK เป็น 1 ในบริษัทชั้นนำของประเทศ มีการดำเนินธุรกิจที่หลากหลาย ประกอบด้วย ธุรกิจศูนย์การค้า ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว ธุรกิจอาหาร ธุรกิจการเงิน ธุรกิจกอล์ฟ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจอื่นๆ  โดยผลประกอบการของ MBK ในปี 2561 ที่ผ่านมา มีสินทรัพย์รวม 4.9 หมื่นล้านบาท มีกำไร 2,881 ล้านบาท  และที่น่าสนใจ  MBK ยังถือหุ้นอยู่ใน บริษัทสยามพิวรรธน์  47.98 % โดยสยามพิวรรธน์ เป็นผู้นำในธุรกิจศูนย์การค้าของประเทศ มีศูนย์การค้าที่เรียกได้ว่าเป็นระดับแลนด์มาร์คของประเทศทั้ง ไอคอนสยาม สยามพารากอน รวมถึง ศูนย์การค้าที่อยู่ในทำเลทอง เช่น สยามดิสคัฟเวอรี สยามเซ็นเตอร์ และล่าสุด สยามพิวรรธน์ ยังเตรียมเปิดโครงการ สยาม พรีเมียม เอาท์เล็ต แบงค็อก  ศูนย์การค้าระดับลักซูรี พรีเมียม เอาท์เล็ต อีก 3 แห่งอีกด้วย

TCAP ยังคงเป็นบริษัทที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง

เมื่อมองในภาพรวมแล้ว TCAP ถือเป็นบริษัทที่มีศักยภาพเติบโตสูง ด้วยปัจจัยสนับสนุนหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในธนาคารธนชาตและบริษัทย่อย  การดำเนินธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่ Active อย่างต่อเนื่องหรือธุรกิจอื่นๆ ที่ช่วยสร้างกำไรเพิ่มขึ้น   นอกจากนี้ หากการรวมกิจการระหว่าง ธนาคารธนชาต และ ทีเอ็มบี เสร็จสมบูรณ์ ธนาคารใหม่นี้จะมีความสามารถในการเติบโตทางธุรกิจและสร้างผลกำไรที่ดีขึ้น ซึ่งผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นนี้จะสะท้อนมาสู่ TCAP อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากTCAP เป็น 1 ในผู้ถือหุ้นใหญ่  เมื่อผนวกกับผลการดำเนินงานที่ดีของบริษัทลูก รวมถึงการลงทุนในแขนงอื่นๆ TCAP จึงถือว่า เป็นหนึ่งในกลุ่มที่น่าจะสามารถผ่านกระแสแห่งการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีรอบนี้ไปได้

 

 

Facebook Comments

There are 0 comments

ใส่ความเห็น

Copyright © iammrmessenger.com. All rights reserved.