X

invest

นี่คือสิ่งที่คุณควรเชื่อ ถ้าจะไปลงทุน “Japan”
Japan, Mr. Messenger's View
นี่คือสิ่งที่คุณควรเชื่อ ถ้าจะไปลงทุน “Japan”
กุมภาพันธ์ 10, 2015 at 12:49 am 0
กระจายความเสี่ยง ไปลงทุนในต่างแดน เป็นเทรนฮิตของนักลงทุนยุคใหม่ และยิ่งไปแดนอาทิตอุทัย ยิ่งเป็นเรื่องใหม่ที่หลายๆคนอาจยังกล้าๆกลัวๆ ทั้งๆที่ตลาดหุ้นญี่ปุ่นนั้นให้ผลตอบแทนค่อนข้างดีในรอบ 2-3 ปีที่ผ่านมา สาเหตุก็มาจากนโยบาย Abenomics ของชินโซะ อาเบะ นายกฯคนปัจจุบันของแดนปลาดิบ ที่ทั้งอัดฉีด QQE ปรับโครงสร้างภาษี และปฏิรูปเศรษฐกิจไปพร้อมๆกัน แต่นั้นก็ยังทำให้หลายคนสงสัยว่า ควรจะไปลงทุนในญี่ปุ่นดีหรือเปล่า เห็นหลายๆ บลจ. ช่วงนี้เชียร์กันเหลือเกิน เอาเป็นว่า ในฐานะคนกลาง และคอยสื่อสารให้ทุกท่านเข้าใจ ผมจึงลิสต์ความเชื่อที่คุณต้องเชื่อ ก่อนจะแหย่เท้าไปลงทุนญี่ปุ่นกับเขาบ้าง ลองดูกันครับ ว่ามีอะไรบ้าง 1. เชื่อว่าปรับโครงสร้างภาษีนิติบุคคล จะต้องเกิดขึ้น 001 ผมเอาเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก เพราะการไปลงทุนในตลาดหุ้นญี่ปุ่น ไม่ว่าจะ Nikkei225 หรือ Topix นั้น ก็คือการลงทุนในบริษัท และกำไรบริษัทจะดีขึ้นทันที หากภาษีที่จ่ายมันลดลง ตอนนี้ประเทศญี่ปุ่น ถือเป็นประเทศที่เก็บภาษีนิติบุคคลสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากสหรัฐฯ เป้าหมายของรัฐมนตรีคลังญี่ปุ่นใน 2 ปีข้างหน้าคือ ค่อยๆลดภาษีลงจาก 34.62% เหลือ 31.33% โดยเชื่อว่า การลดภาษีจะกระตุ้นเศรษฐกิจญี่ปุ่น ทำให้เกิดการลงทุนมากขึ้น แล้วเดี๋ยวรายได้ภาษีจะกลับมาเอง 2. เชื่อว่า ค่าเงินเยน (JPY) ที่อ่อนค่า น่าจะเป็นผลดีกับญี่ปุ่น ดีในแง่ไหนบ้าง? ก็ 2 แง่ครับ

2.1 สร้าง Global Competitiveness หรือ ความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก จากการที่ราคาสินค้าส่งออกราคาถูกลงเมื่อเทียบกับสกุลหลักอื่นๆ 2.2 จำนวนนักท่องเที่ยวจะเข้าไปในญี่ปุ่นมากขึ้น ว่ากันว่า ประเทศญี่ปุ่นเนี่ย รายจ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวติดอันดับต้นๆของโลกเลยทีเดียว คราวนี้ ถ้าเงินเยนอ่อน ก็น่าจะทำให้ใครๆอยากไปญี่ปุ่นมากขึ้นแน่นอน

002   3. เชื่อว่า แม่บ้านญี่ปุ่นจะเอาเงินมาลงทุนในตลาดหุ้นมากขึ้น 005 คุณรู้หรือเปล่าว่า แม่บ้านญี่ปุ่นราวๆ 30% ของประเทศนี้ เก็บเงินไว้ที่บ้าน ไม่คิดแม้กระทั่งจะฝากเงินไว้กับธนาคาร สาเหตุเป็นเพราะค่านิยมเรื่องไม่ยอมรับความเสี่ยง และผลตอบแทนที่ต่ำเตี้ยจากการฝากเงินในธนาคาร รัฐบาลญี่ปุ่นจึงออกโปรแกรมที่เรียกว่า Nippon Individual Savings Account หรือ NISA ซึ่งเป็นบัญชีเพื่อการลงทุนที่หากใครเปิดแล้วลงทุนตามเงื่อนไขละก็ จะได้รับการยกเว้นภาษีทั้งเงินปันผล Capital Gain และดอกเบี้ยที่ได้รับ โดยรัฐบาลตั้งเป้าไปที่ Senior A/C หรือบัญชีผู้สูงอายุซึ่งมีเงินถุงเงินถังเยอะๆก่อน แล้วจะตามมาที่ Junior A/C ในลำดับถัดไป ความสำเร็จของโครงการนี้น่าสนใจทีเดียว เพราะมีผู้เปิดบัญชีรวม 7 ล้านคนในปี 2014 ที่ผ่านมา มีวงเงินรวม 1.563 trillion yen และมีแนวโน้มขยายขึ้นเรื่อยๆในปีต่อๆไป 4. เชื่อว่าตลาดหุ้นญี่ปุ่น ยังไม่ Overvalue 003 ปัจจุบัน ดัชนี Nikkei225 มี Historical P/E Ratio อยู่ที่ 15.5 เท่า เทียบกับ SET Index ตอนนี้ที่เกือบๆ 19 เท่า ก็ถือว่าถูกอยู่เล็กน้อย ที่น่าสนใจถือ Bloomberg Polls สำรวจความเห็นนักวิเคราะห์แล้วพบว่า มีมุมมองเชิงบวกต่อผลประกอบการในอนาคตของบริษัทใน Nikkei พอสมควร บวกกับ การอ่อนค่าของค่าเงินเยน และการที่ราคาน้ำมันดิบอยู่ในระดับต่ำช่วงนี้ เลยทำให้มีความค่าหวังกันว่า กำไรบริษัทจดทะเบียนในปี 2015-2016 จะโตได้อีก 5.5% และ 13% ตามลำดับ 5. เชื่อว่า QE ยังไงก็มีมาอีก 004 เรื่องนี้ เราได้เรียนรู้จากต้นตำหรับ QE อย่างสหรัฐฯมาเป็นอย่างดีว่า ลองใครได้รู้จัก QE เป็นเสพติดกันทุกที ยากที่จะถอนตัว ดังนั้น ถึงคุณจะมองในแง่ร้ายต่อ 4 ความเชื่อข้างบนก็เถอะ แต่คุณเชื่อผมเถอะ หากเศรษฐกิจญี่ปุ่นยังไม่ดีขึ้นละก็ รัฐบาลเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการอัดฉีด QE เพิ่มขึ้น เมื่อสภาพคล่องสูงขึ้น มันย่อมแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น ตลาดหุ้นญี่ปุ่นก็เป็นเป้าหมายหนึ่งแน่นอน เพราะขนาด GPIF (Government Pension Investment Fund) กองทุน Pension อันดับหนึ่งของโลก ยังจะขยับตัวมาลงทุนในตลาดหุ้นเพิ่มขึ้นตามใบสั่งของรัฐบาลเลย เอาละครับ... ถ้าคุณเชื่อตามนี้ การแบ่งพอร์ต กระจายความเสี่ยงไปลงทุนในญี่ปุ่น ก็ดูไม่เลวเหมือนกันนะ โชคดีในการลงทุนครับ
CONTINUE READING ...
5 เคล็ดลับที่นักลงทุนผู้ประสบความสำเร็จทำอยู่เป็นประจำ
Financial Planning, Investment
5 เคล็ดลับที่นักลงทุนผู้ประสบความสำเร็จทำอยู่เป็นประจำ
มกราคม 27, 2015 at 4:26 pm 0
เรื่องเล่าจากประสบการณ์ของผู้อื่นนั้น มีค่าและช่วยร่นระยะเวลาลองถูกลองผิดให้กับผู้เดินตาม ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่คนเรามักจะแสวงหาผู้นำทาง ผู้รู้จริง เพื่อที่จะก้าวเดินไปในทางที่ถูกต้อง และบทความนี้ ขอเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของวิธีคิดที่ถูกต้องสำหรับมือใหม่ที่สนใจจะมีอีกหนึ่งอาชีพ ที่ถือได้ว่าเป็นนายตัวเอง และรับรางวัลตามผลงานที่ตัวเองทำ ซึ่งคุ้มค่า และน่าลอง นั้นคือ “นักลงทุน” ๑. รู้ว่ากำลังลงทุนในอะไร และเข้าใจมันจริงๆ จากประสบการณ์ที่ได้คุยกับนักลงทุนมากหน้าหลายตา ผมสามารถแยกได้ว่า นักลงทุนทั่วไปมักจะพึงพอใจที่จะพูดถึงกำไรที่ตนได้รับ มากกว่าที่จะยินดีอธิบายถึงเหตุผลของการลงทุนนั้นๆ แต่สำหรับนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จนั้น เขายินดีที่จะแลกเปลี่ยนประสบการณ์การลงทุน เพราะทั้งแสดงให้เห็นถึงความหลงใหลในการลงทุน (Passion) แบบที่ผู้ฟังสามารถรู้สึกได้ว่า ผ่านการศึกษาคัดกรองมาแล้วอย่างดี (เพิ่มเติม…)
CONTINUE READING ...
สินทรัพย์ใด ให้ผลตอบแทนดีที่สุดในระยะยาว?
Financial Planning, Investment
สินทรัพย์ใด ให้ผลตอบแทนดีที่สุดในระยะยาว?
มกราคม 7, 2015 at 3:44 pm 0
คำถามนี้ ผมว่า ทุกๆคนก็เคยถาม และเชื่อว่า นักลงทุนมือใหม่ทุกคนก็อยากรู้คำตอบเช่นกัน ... ปี 2014 เป็นอีกหนึ่งปีที่สร้างผลตอบแทนให้กับนักลงทุนไทยได้เป็นอย่างดี (ถ้าคุณกล้าและไม่กลัวการเมืองตั้งแต่ต้นปีนะ)แต่เอาจริงๆแล้ว ปีนี้ ทั้งหุ้น ทั้งตราสารหนี้ ต่างให้ผลตอบแทนดีทั้งคู่ ขอแค่คุณกล้าลงทุน ไม่ดองเงินไว้ในเงินฝาก และไม่ทุ่มพอร์ตไปกับการเก็บทอง ที่เหวี่ยงอยู่ในกรอบแคบๆไม่ไปไหนเลยตลอดทั้งปี โดยหุ้นไทย ทำผลตอบแทนได้ 19.12% แต่ระหว่างปี ใครไปขายได้ที่สูงกว่าดัชนีตอนปิด ก็มีให้เห็นสูงกว่า 25% ทีเดียว ในขณะที่ตราสารหนี้ให้ผลตอบแทนในปี 2014 อยู่ที่ 9.40% (เพิ่มเติม…)
CONTINUE READING ...
Mr. Messenger's View, Thailand
3 เหตุผล ที่การลบ -100 จุดในวันนี้ เรียกว่า Panic
ธันวาคม 15, 2014 at 3:17 pm 0
ตอน ชม. เทรด เนี่ย ไม่มีใครมานั่งสอนใครหรอกนะครับ เวลานั้น มันคือเวลารบ เวลาของการทำศึก เพราะฉะนั้น ถ้าอยากชนะศึก ต้องฝึกตั้งแต่ยังไม่ออกรบ จำไว้นะ ผมโพสใน Facebook ส่วนตัวว่า ตอนที่ตลาดร่วงมาที่ 1,400 จุดวันนี้ ผมมีเงินสดพร้อมซื้อ และก็ซื้อหุ้นดีปัจจัยพื้นฐานไม่แน่มาได้หลายตัว หลานคนจึงมีคำถามว่า ทำไมในช่วงเวลาที่หลายคนกังวลว่า ตลาดอาจจะมี Circuit Breaker เพราะลงไปใกล้จะ -10% อยู่แล้ว ทำไมผมจึงกล้าเข้าไปซื้อ เอาจริงๆ ผมก็ดูข้อเดียวครับ ตัดเรื่องอารมณ์ความกลัวทิ้งไปซะ แล้วมานั่งมองตลาดดีๆว่า ที่ตกไปนี้มันเกินจริงหรือเปล่า นักลงทุน Panic เกินไปหรือเปล่า ก็ได้เหตุผลที่คิดได้ ณ ตอนนั้นแบบเร็วๆ หลังตรวจสอบข้อมูลไม่ถึง 3 นาทีผ่านหน้าจอ Smartphone (เพราะวันนี้ผมไม่ได้อยู่หน้าจอเทรด แต่นั่งกินข้าวอยู่ที่ Central World และยังอุตส่าห์จะดูตลาดอีก ฮาๆๆๆ) เหตุผลข้อที่ 1. ผมเปิดดูตลาดหุ้นต่างประเทศ พบว่า อยู่ในแดนลบกันหมด แต่ก็ลบเฉลี่ยไม่เกิน 1.5-2.0% กันทั้งนั้น ยิ่งในกลุ่ม TIP เพื่อนบ้านอย่างฟิลิปปินส์ และอินโดฯ เนี่ย วันนี้ก็ไม่มีอะไรผิดปกติ ดังนั้น การเทขายของตลาดหุ้นบ้านเรา ไม่น่าจะเกิดจากปัจจัยภายนอกประเทศแล้วละ เหตุผลข้อที่ 2. ผมก็ไปดูความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท ก็พบว่า มีทิศทางอ่อนค่าเล็กน้อย แต่ก็อ่อนค่าในทิศทางเดียวกับเพื่อนบ้านทั้งหมด นั้นแปลว่า ถึงแม้พอตลาดปิดแล้วโบรกฯจะรายงานว่าต่างชาติขายสุทธิ ก็ไม่น่าจะขายแล้วขนเงินกลับประเทศทันที เพราะค่าเงินบาทยังไม่สามารถผ่านแนวต้านบริเวณ 33 บาท/USD ขึ้นไป เหตุผลข้อที่ 3. การที่ราคาน้ำมันลงมาแตะระดับแนวรับขาลงของ Fibonacci Retracement ที่ 261.80% บริเวณ $57.6-$58 นั้น มีโอกาสหยุดลงชั่วคราว หรือเผลอ อาจจะเจอ Bottom ของรอบด้วยซ้ำ ผมเลยมองว่า ราคาหุ้นกลุ่มพลังงานตอนนี้ มันเริ่มน่าสนใจมากๆแล้ว และถ้าดีดขึ้นมาจริง ก็จะทำให้ Sentiment ตลาดกลับมาดีได้โดยที่คนส่วนใหญ่อาจจะงงๆ และไม่กล้าทำอะไร เพราะรอให้ฝุ่นจางลงเสียก่อน ไอ้เหตุผลข้อ 3. เนี่ย ผมเข้าใจว่าน่าจะมีคนแย้งเยอะเลย เพราะคุณอาจจะคิดว่า ราคาน้ำมันน่าจะลงได้อีก ... เอาจริงๆ ผมก็ไม่รู้ครับ ไม่อยากจะเดาสิ่งที่เกินองค์ความรู้ตัวเอง ผมคาดการณ์ได้แค่ Technical Analysis ที่ฝึกตัวเองมา ถ้าผิดทาง ผมก็ยอม Cut Loss อย่างมีวินัย ดีกว่า ถือแล้วติดค้างพอร์ตไปอีก 10 ปี โดยเชื่อว่า สักวันมันจะขึ้น ... แบบนั้นมันหลอกตัวเอง โชคดีในการลงทุนครับ
CONTINUE READING ...

Copyright © iammrmessenger.com. All rights reserved.