X

Gold

Dow Jones ทดสอบแนวรับ เส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน
Mr. Messenger's View, US
Dow Jones ทดสอบแนวรับ เส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน
พฤษภาคม 4, 2018 at 7:33 am 0
เมื่อคืนนี้ Dow Jones กลับมาปิดได้ที่ระดับ 23,930.15 จุด หรือบวก +5.17 จุด คิดเป็น +0.02% หลังจากร่วงไปเกือบๆ -400 จุด ในระหว่างการเทรด ในด้านของดัชนี S&P 500 เมื่อคืนปิดตลาดลบ -0.23% ที่ 2,629.73 จุด ทั้งๆที่ระหว่างวันร่วงลงมากถึง -1.6% ข้อสังเกตก็คือ ดัชนีทั้งสองตัวร่วงลงไปเทรดใต้เส้นค่าเฉลี่ย moving average 200 วัน แต่ยังกลับมาอยู่เหนือระดับนั้นเมื่อปิดตลาด (เพิ่มเติม…)
CONTINUE READING ...
สินทรัพย์ใด ให้ผลตอบแทนดีที่สุดในระยะยาว?
Financial Planning, Investment
สินทรัพย์ใด ให้ผลตอบแทนดีที่สุดในระยะยาว?
มกราคม 7, 2015 at 3:44 pm 0
คำถามนี้ ผมว่า ทุกๆคนก็เคยถาม และเชื่อว่า นักลงทุนมือใหม่ทุกคนก็อยากรู้คำตอบเช่นกัน ... ปี 2014 เป็นอีกหนึ่งปีที่สร้างผลตอบแทนให้กับนักลงทุนไทยได้เป็นอย่างดี (ถ้าคุณกล้าและไม่กลัวการเมืองตั้งแต่ต้นปีนะ)แต่เอาจริงๆแล้ว ปีนี้ ทั้งหุ้น ทั้งตราสารหนี้ ต่างให้ผลตอบแทนดีทั้งคู่ ขอแค่คุณกล้าลงทุน ไม่ดองเงินไว้ในเงินฝาก และไม่ทุ่มพอร์ตไปกับการเก็บทอง ที่เหวี่ยงอยู่ในกรอบแคบๆไม่ไปไหนเลยตลอดทั้งปี โดยหุ้นไทย ทำผลตอบแทนได้ 19.12% แต่ระหว่างปี ใครไปขายได้ที่สูงกว่าดัชนีตอนปิด ก็มีให้เห็นสูงกว่า 25% ทีเดียว ในขณะที่ตราสารหนี้ให้ผลตอบแทนในปี 2014 อยู่ที่ 9.40% (เพิ่มเติม…)
CONTINUE READING ...
Emerging Markets, Europe, Japan, Mr. Messenger's View, Thailand, US
5 สิ่งที่หักปากกาเซียนปี 2012
ธันวาคม 18, 2012 at 8:49 am 0
ผ่านพ้นไปอีกหนึ่งปีนะครับ ปี 2012 เป็นปีที่ตลาดหุ้นไทยยังทำผลตอบแทนได้ดีต่อเนื่อง และติดอันดับ 1 ใน 3 ตลาดหุ้นที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดในโลกอีกด้วย ก็ถึงเวลาที่นักลงทุนอย่างเราๆและเขาๆ (ต่างชาติ กองทุน และโบรกเกอร์) จะลงมานั่งสรุปกันว่า ปีนี้เราทำอะไรพลาดไป ผลตอบแทนเป็นไปตามที่คาดไหม เป้าหมายระยะยาวของเรายังมั่นคงอยู่หรือเปล่า ตรวจสอบกันเรื่อยๆนะครับ คนดัง มักลืมตัวเวลาอยู่บนที่สูง คนเพิ่งรวย มักลืมตัว ใช้เงินฟุ่มเฟือยไม่อดออมเหมือนก่อน นักลงทุนในตลาด เมื่ออยู่ในตลาดไปซักพัก กำไรบ่อยๆ ก็ลืมไปว่า หุ้นขึ้นได้ มันก็ลงได้ และลืมไปว่าเราเข้ามาในตลาดหุ้นเพื่ออะไร ได้แต่คิดไว้ว่า อยากสนุกไปวันๆ ทั้ง 3 คนข้างต้น เขาลืมไปว่า ชีวิต มันก็มีขึ้นมีลงเป็นธรรมดา ปาร์ตี้ย่อมมีวันเลิกราเสมอ เราอย่าเป็นหนึ่งในนั้นนะครับ เตือนสติตัวเองเรื่อยๆ ปี 2012 เป็นปีที่มีความกังวล และความหวัง อยู่หลายอย่าง (แต่ส่วนมากเป็นความกังวล) ตั้งแต่ต้นปี ก็มีการพูดกันว่า เศรษฐกิจโลกจะยังไปรอดอยู่ไหม หุ้นไทยยังจะไหวอยู่หรือเปล่า และหลายเรื่อง พอผ่านมาถึงสิ้นปี เราถึงได้รู้ว่า ไม่มีใครในตลาดเก่งกว่าใครไปได้ตลอด เพราะแม้แต่กูรู และผู้เชี่ยวชาญ ก็ยังปากกาหักเพราะฟันธงพลาดในปีนี้ เหมือนๆกับปีก่อนๆที่มีให้เห็นบ่อยๆ และนี่คือ 5 สิ่งที่หักปากกาเซียนในปี 2012 ที่ผ่านมา US Double-Dip Recession ในช่วงปลายปี 2011 ก็มีนักวิเคราะห์ รวมถึงกูรูขวางโลกหลายคนมองว่า สิ่งที่ Ben Bernanke ทำ กำลังจะทำลายโครงสร้างระบบทุนนิยมของโลก และทำให้อเมริกากลับเข้าไปสู่ภาวะถดถอยอีกครั้งเหมือนปี 2008 ซึ่งเมื่อดูจากเหตุผล และที่มาที่ไปของคำวิจารณ์ต่างๆ ก็ดูจะมีมูลอยู่ไม่น้อย ใครที่กลัว ก็เฝ้าแต่คอย ว่าแล้วก็พลอยแช่งตลาดให้ลงๆมา จะไปหาของถูกเข้าพอร์ต แต่จนแล้วจนรอด ไอ้ของที่แพงอยู่แล้ว มันก็แพงขึ้นไปอีกเรื่อยๆ และด้วยความกังวล Double-Dip Recession นี้ เชื่อไหมครับ มีหลายคนที่ไม่ได้เอ็นจอยกับตลาดหุ้นปีนี้เลย วิ่งเอาเงินไปฝากธนาคารมาตั้งแต่ต้นปี โดนเงินเฟ้อไล่จ่ออยู่ด้านหลังก็ไม่ทันมอง น่าสงสารที่สุด T_T มาถึงวันนี้ QE3 และ QE4 ก็ออกมาแล้ว ค่าเงินดอลล่าร์ก็ยังไม่ได้อ่อนค่าเป็นแบงก์กงเต๊กอย่างที่คิด แถมตัวเลข Unemployment Rate ก็ค่อยๆลดลงเรื่อยๆ ล่าสุดอยู่ที่ 7.7% ตลาดหุ้นอเมริกาก็ไม่ได้ลงแรง แถมผลตอบแทนก็งดงาม นี่ก็เป็นหลักฐานว่า Double-Dip Recession รอไปก่อน แต่เท่าที่ดูตอนนี้นะ กองแช่งก็ยังมีอยู่ทุกหนแห่ง หึหึ

 ทอง จะไป $2,000 !!!

สืบเนื่องจากผลของ QE1 QE2 และ Operation Twist ทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่ในโลกนี้ มองว่า ค่าเงิน USD อ่อนลงแน่ๆ ค่าเงิน EUR ก็แย่ๆอยู่ ลองสมมติว่าเราเป็นธนาคารกลาง และต้องมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ เราควรเก็บเงินสกุลไหนเข้าคลังเพื่อรักษามูลค่ามากที่สุดดี? คำตอบของคนส่วนใหญ่ก็เลยมาจบที่ “ทองคำ” ซึ่งเมื่อดูตัวเลขจาก World Gold Council ก็เป็นอย่างที่ทุกคนคิด ก็คือ ธนาคารกลางของกลุ่มประเทศในเอเชีย ทยอยสะสมทองต่อเนื่อง ในขณะที่กลุ่มยูโรโซนที่เคยขายทองมาต่อเนื่องก็หยุดขายไปแล้ว แต่สิ่งที่ไม่เป็นอย่างที่เราคิดก็คือ ราคาทองก็ยังสร้างจุดสูงสุดใหม่ไม่ได้ซักที นี่ก็ได้ QE3-4 มาอีก ก็ยังนิ่งๆ เห็นแบบนี้ ต้องคิดแล้วนะครับ ว่า ทองไม่ได้วิ่งตามปริมาณเงิน USD ในระบบที่เพิ่มขึ้น แต่วิ่งตามปัจจัยอื่นซึ่งเท่าที่คิดกันได้ตอนนี้ก็คือ สภาพ Negative Real Interest Rate หรือ ดอกเบี้ยแท้จริงติดลบ มันเริ่มลบน้อยลง ดูเหมือนเศรษฐกิจโลกจะ Decoupling ได้ ประเทศในตลาดเกิดใหม่ยังโตได้เรื่อยๆไม่แคร์ว่ายุโรปกับอเมริกาจะซึมแค่ไหน (ก็ดูหุ้นไทยสิ ทำจุดสุงสุดในรอบ 16 ปีเชียวนะ) สรุปคือ ใครลงทุนทองปีนี้ ถ้าถือไว้ตั้งแต่ต้นปีก็แทบไม่ได้อะไร ใครเข้าผิดจังหวะก็ขาดทุนแล้วเข็ดกันไป แต่ในมุมมองส่วนตัวของผม ก็มองว่า สินทรัพย์ที่ดี ย่อมเจอปีที่ไม่ดีบ้าง เป็นธรรมดา ปีนี้ไม่ใช่ปีที่ดีของทอง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ทองจะไม่สนใจแล้วซักหน่อย ใครลงทุนระยะยาวได้จริง เก็บยันเกษียญ ผมก็มองว่า ดีกว่าตราสารหนี้ ดีกว่าฝากธนาคาร แต่ถึงขั้นดีกว่าตลาดหุ้นหรือเปล่า อันนี้ผมว่า ยาก แต่เอาเถอะ คนที่ทองแง่ดีกับราคาทองสุดๆก็ยังมีอีกเยอะ บางรายมอง $4,500 โน้นนนน เว่อร์ป่ะละ

 กรีซจะออกจากการเป็นสมาชิก Euro Zone (Grexit)

อีกเรื่องที่กลัวกันเหลือเกิน และมองกันว่า จะเป็นระเบิดเวลาลูกใหม่ นั้นก็คือ ปัญหาหนี้ท่วมหัวของกรีซ ซึ่งมาถึงทางแยะสำคัญในปีนี้ว่า ทางออกจะเป็นอย่างไร โดยนักวิเคราะห์ชั้นนำใน Wallstreet หลายเจ้า ต่างมองเหมือนกันว่า ปีนี้ กลุ่มอียู อาจมีมติเอากรีซออกจากการใช้สกุลเงินร่วมกัน เพราะอุ้มไม่ไหว โดย Citibank ให้โอกาสไว้สูงถึง 90% ทีเดียว แต่แล้ว เรื่องที่ดูเหมือนจะแน่นอน ก็กลับกลายเป็นไม่แน่นอน เมื่อมาริโอ ดรากิ ประธาน ECB ออกมาบอกกับชาวโลกอย่างชัดเจนว่า จะพยายามทุกอย่างเพื่อให้สกุลยูโรยังมีอยู่ในโลก และช่วยเหลือประเทศสามาชิกทั้งหมดที่มีปัญหา เมื่อนั้น หุ้นกรีซ ก็วิ่งขึ้นมาจากจุดต่ำสุดแล้วไม่ต่ำกว่า 50% ถึงแต่เราจะเห็นประชาชนประท้วง และความรุนแรงในประเทศกรีซเองน่าจะยังคงอยู่ จากมาตรการรัดเข็มขัดที่เข้มข้น เพื่อแลกกับเงินช่วยเหลือที่ละก้อนสองก้อน แต่มาถึงตอนนี้ ก็ชัดเจนแล้วว่า ตัวเลขขาดดุลของกรีซค่อยๆดีขึ้น เงินกู้ก็เบิกจ่ายได้ ประมูลพันธบัตรก็ต้นทุนลดลง ดูแบบนี้ เราก็น่าจะยังเห็นกรีซอยู่ในยูโรต่อไปอีกยาวเลย ถ้าจะล่มสลาย ก็คงต้องไปกันทั้งทวีป เพราะประธาน ECB เขาเอาตัวเข้าไปแลกแล้วนินา

 Hard Landing in China

GDP Growth ของจีน โตแรงสุดในไตรมาส 1 ปี 2010 ที่ 11.9% หลังจากนั้น อัตราการเติบโตของจีนก็ชะลอตัวลงมาตลอด และกลายเป็นเลขตัวเดียวต่ำกว่า 10% ภายในไตรมาส 3 ของปีเดียวกันทันที Marc Faber กูรูระดับเทพผู้ชื่นชอบเมืองไทยเป็นชีวิตจิตใจเคยให้สัมภาษณ์ทาง Bloomberg เมื่อปีที่แล้ว บอกว่า เศรษฐกิจมีโอกาสที่จะชะลอตัวอย่างรุนแรงในปี 2012 นี้ เช่นจาก Growth ที่ 9% จะไหลลงมาเหลือต่ำกว่า 5-6% ทันที ซึ่งการไหลลงแรงๆแบบที่คาดการณ์แบบนี้ นักลงทุนก็ให้คำจำกัดความว่า เป็น Hard Landing ซึ่งเป็นคำที่ตรงกันข้ามกับคำว่า Soft Landing ซึ่งจีนก็แสดงให้เห็นแล้วว่า เป็นอย่างหลังมากกว่า ต้นเหตุของความกังวลว่าจะ Hard landing เกิดจากการส่งออกไปยุโรปและอเมริกา ซึ่งเป้นตลาดหลักนั้นหยุดชะงัก และราคาบ้าน อสังหาฯในจีนก็ส่งสัญญาณก่อตัวเป็นฟองสบู่ จนทำให้การทางจีนต้องออกมาขึ้นดอกเบี้ย และ RRR กันหลายครั้งในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา จนล่าสุด ตัวเลขเงินเฟ้อเริ่มชะลอตัวอย่างที่รัฐบาลหวังไว้ และหันมาดำเนินนโยบายด้วยการเติบโตภายในประเทศ การกระจายหัวเมือง (Urbanization) ลดการพึ่งพาการส่งออกลง ก็ทำให้ตัวเลข PMI ของจีนในเดือน ต.ค. และ พ.ย. ขึ้นมายืนเหนือ 50 จุด ส่งผลให้หุ้นทั้ง H-Share และ A-Share กระโดดขึ้นมายังกะจุดบั้งไฟพญานาคอย่างที่เห็นตามข่าว เจอแบบนี้ Hard Landing ก็ไม่มีให้เห็นแน่นอน มีแต่อนาคตที่สดใสรอเราอยู่ในปี 2013 ฮาๆๆๆ

 กาลอวสานของโลกกำลังจะมาถึงในปี 2012

ปฏิทินชาวมายามีถึงแค่ 21.12.12 นั้นแปลว่า โลกเรากำลังจะแตกหรือ !! >.< ด้วยกระแสที่ก่อตัวขึ้นจากความกลัว รวมถึงข้อมูลที่น่าเชื่อถือทั้งหลาย บวกกับที่ถูกสร้างโดยภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด ทั้ง Amagedon, Deep Impact, The day after tomorrow และ 2012 ก็เพียงพอที่จะทำให้เรากลัว และตื่นตระหนกกับมัน โลกมันอาจจะแตกจริงๆก็ได้ ผมก็ไม่รู้หรอกครับ แต่ลองย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์นะ กระแสวันพิพากษาโลกมันมีมาตลอด ทั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สามเอย หรือ Y2K เอย เราก็รอดมาได้ทุกที มันอาจไม่มีอะไรการันตีว่า ครั้งนี้จะไม่เกิดขึ้นเหมือนครั้งก่อนๆ แต่อย่างหนึ่งที่ผมเชื่อ (หรือพยายามจะเชื่อก็เหอะ) ก็คือ NASA ออกมาตั้ง Q & A ถึงวันโลกดับ และอธิบายไว้ชัดเจนว่า นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกมีความเห็นตรงกันว่า ไม่มีเหตุการณ์ใดจะทำให้โลกหายไปในปี 2012 นี้ >> http://www.nasa.gov/topics/earth/features/2012.html#end แต่อย่างว่าละครับ ไม่มีใครในโลกจะทำเรื่องที่ถูกต้องโดยไม่ผิดพลาดได้ 100% นักวิทยาศาสตร์ก็คนเหมือนกับเรา นักวิเคราะห์ในตลาดยังพลาดได้บ่อยๆ ทำไม NASA จะพลาดบ้างไม่ได้ (อ้าว พูดแบบนี้ กลัวนะเฟ้ยยยยย) ในปีหน้านี้ เราก็คงได้ยินข่าว ทั้งจริง ทั้งลือ อีกมากมายเหมือนหลายๆปีที่ผ่านมา ตอนมันเกิดข่าว เราก็ไม่รู้หรอกว่า ผลกระทบมันจะเป็นอย่างไร มันจะเกิดขึ้นจริงหรือเปล่า โลกเราไม่เคยเว้นว่างจากข่าวร้าย การลงทุนในตลาดหุ้นก็เช่นกัน ถ้าไม่มีข่าวร้าย ไหนเลยจะมีจังหวะให้นักลงทุนซื้อของถูก??? แต่ดูดีๆนะครับ โลกเราก็รอดมาได้ตลอด ตลาดหุ้นก็ผ่านพ้นข่าวร้ายมาได้เช่นกัน ฉะนั้น เมื่อยังมีชีวิต ก็ย่อมมีความหวังกันต่อไป ขอแค่ให้มีสติไปตลอดอยู่ทุกลมหายใจ ไม่ว่าจะในโลกจริง หรือโลกแห่งการลงทุนก็ตาม สวัสดีปีใหม่ครับ
CONTINUE READING ...

Copyright © iammrmessenger.com. All rights reserved.