X

ASP-VIET

ตลาดหุ้นเวียดนาม ปรับฐานมาแล้วมากกว่า 14%
Emerging Markets, Mr. Messenger's View
ตลาดหุ้นเวียดนาม ปรับฐานมาแล้วมากกว่า 14%
พฤษภาคม 8, 2018 at 9:29 am 0
ตลาดหุ้นเวียดนาม ในปี 2017 ถือเป็นปีที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดในเอเชียแห่งหนึ่ง ด้วยผลตอบแทนสูงถึง +46.46% ด้วยผลตอบแทนสูงขนาดนี้ แน่นอนว่า มันก็เพียงพอที่จะดึงดูความสนใจของนักลงทุนในไทยให้หันไปมองตลาดหุ้นที่ผลตอบแทนสวยงามเช่นนี้ ในเวลาที่ตลาดหุ้นไทยเริ่มมีอาการ “ไปไม่ไหว” อยากจะ Sideway อยู่แถวๆนี้ไปซักระยะ เมื่อวันที่ 9 เม.ย. ปีนี้ ตลาดหุ้นเวียดนามขึ้นไปเทรดทะลุ 1,200 จุด ทำจุดสูงสุดใหม่ในประวัติศาสตร์ (All Time High) ทุกอย่างดูเหมือนว่าจะสดใส ใครที่ยังไม่เริ่มต้นลงทุนในเวียดนาม ดูกราฟย้อนหลังไป จะรู้สึกเหมือนตัวเองพลาดอะไรบางอย่างในการลงทุนไปหรือเปล่า แทบจะทั้งนั้นนะครับ แต่จากวันนั้น วันที่ Vietnam Index แตะระดับ 1,200 จุด ณ ตอนนี้ ลงมาเทรดที่ 1,026 จุด หรือ ปรับฐานจากจุดสูงสุดมาแล้ว -14.5% เห็นแบบนี้ ก็คงมีคำถามกันว่า นี่คือจุดจบของตลาดขาขึ้น หรือ โอกาสเข้าลงทุนชั้นดี ในตลาดที่เรียกว่า มีศักยภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ผมชวนไปมองภาพกว้างๆกันก่อนที่เราจะตัดสินใจนะครับ Vietnam Index ปรับฐานหนักขนาดนี้ เพราะอะไร? ลองไปไล่เรียงดูปัจจัยต่างๆ ก็พบว่า แท้จริงแล้ว การปรับฐานหลักๆ มาจากการที่นักลงทุนต่างชาติลดสัดส่วนการลงทุน และขายออกจากตลาดหุ้นเกิดใหม่โดยรวม หลังจากที่ Bond Yield ในสหรัฐฯปรับตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง นักลงทุนต่างชาติจึงขายลดพอร์ตการลงทุนในตลาดที่มีกำไรมาพอสมควรแล้ว และกลับเข้าไปถือครองดอลล่าร์สหรัฐฯในระยะสั้น ตลาดหุ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ร่วงแรงพอๆกับเวียดนาม ก็เห็นจะมีอีก 2 ที่คือ PSE Composite Index ของฟิลิปปินส์ -16.76% Jakata Index ของอินโดนีเซีย -13.43% แต่ถ้าให้พิจารณาจริงๆ ประเด็นหลักๆน่าจะมาจากการขายทำกำไร โดยอาศัยข่าวระยะสั้นมาอำพรางมากกว่า เพราะในช่วงแรกของการปรับฐาน (ต้นเดือน เม.ย.) ณ ตอนนี้ 10-Year Treasury Yield ก็ยังอยู่ในระดับ 2.75-2.80% ซึ่งยังไม่เห็นการเร่งตัวของ Yield เกิดขึ้นในช่วงนั้น อีกทั้งเวลานั้นค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐฯก็ยังไม่ได้แข็งค่าอย่างมีนัยสำคัญอะไร ตอนที่ Vietnam Index ทำจุดสูงสุดที่ 1,200 จุด ตอนนั้นระดับ P/E Ratio อยู่ที่ 20x ซึ่งสูงกว่าตลาดหุ้นเพื่อนบ้าน และสูงกว่าตลาดหุ้นไทย นั่นแปลว่า ตัวดัชนีสะท้อนความคาดหวังที่สูงมาก เลยทำให้มูลค่าแพงไปซักหน่อย ไปดูด้านปัจจัยพื้นฐานในภาพกว้างขอประเทศเวียดนามกันหน่อย เศรษฐกิจของเวียดนามอาจขยายตัวในอัตราที่ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนดไว้ 6.7% ด้านการคาดการณ์กำไรเฉลี่ยต่อหุ้นของดัชนี VN Index ที่รวบรวมโดย Bloomberg ก็คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 15% เป็นประมาณ 66 เหรียญในปี Asian Development Bank ก็ได้มีการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว 6.7% ในปีนี้ ซึ่งถ้าโตได้ในระดับนี้จริงๆ ก็ถือเป็นอัตราการเติบโตที่สูงเป็นอันดับสองของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เลยทีเดียว ซึ่งหัวใจหลักของการเติบโต ส่วนหนึ่งมาจากความพยายามของรัฐบาลในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ จากกิจการที่รัฐเป็นเจ้าของ ก็พยายามเปิดให้เอกชนเข้ามาเป็นเจ้าของร่วมด้วยการ IPO เข้ามาในตลาดหุ้น ทำให้เงินลงทุนต่างชาติ และนักลงทุนไหลเข้ามาเติมในตลาดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสิ่งนี้เอง ส่วนตัวผมก็มองว่า เป็นความเสี่ยงที่เราต้องพิจารณานะครับ เพราะสมมติ กำลังมีหุ้น IPO ตัวใหม่เข้ามาเทรดในตลาด มูลค่าน่าสนใจ ราคาก็ถูกกว่าตัวที่เราซื้ออยู่แล้ว พอเห็นแบบนี้ มันก็อาจสนับสนุนให้นักลงทุนขายจากหุ้นเดิม มาซื้อหุ้นตัวใหม่ที่กำลังจะ IPO ได้บ้าง ทำให้ความผันผวนของตลาดหุ้นเวียดนามอาจสูงขึ้นจากนโยบายนี้นะครับ อีกด้านหนึ่งก็มีความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งการป้องกันความเสี่ยงค่าเงินดองที่ผันผวน ในมุมของนักลงทุนไทย เราไปทำ Hedging ตรงๆระหว่างค่าเงินดองกับเงินบาทไม่ได้ ต้องผ่านดอลล่าร์สหรัฐฯก่อน ทำให้ต้นทุนการป้องกันความเสี่ยงจะสูงกว่าสกุลเงินอื่นๆ แต่หากไม่ป้องกันเลย ความผันผวนของค่าเงินดอง เราก็ต้องรับความเสี่ยงไปเอง ตอนนี้กองทุนรวมที่ไปลงทุนในหุ้นเวียดนามมีให้เลือกมากขึ้น และราคาก็หล่นลงมาตามการปรับฐานในตลาดหุ้นเวียดนามเช่นเดียวกัน ทั้ง CIMB-PRINCIPAL VIETNAM EQUITY FUND-A, ASSET PLUS VIETNAM GROWTH FUND หรือ ONE-VIETNAM-RA VIETNAM การลงทุนในตลาดประเภท Frontier Market แบบตลาดหุ้นเวียดนาม ยังไงก็มีความผันผวนสูงกว่าปกติอยู่แล้ว การที่มีการปรับฐานแรงๆแบบนี้ให้เราเห็นตั้งแต่แรกเลย ก็อาจเป็นข้อดีที่ทำให้นักลงทุนได้เห็นว่า นี่คือความผันผวนที่สามารถเกิดขึ้นได้ ดังนั้นก็จงวางแผน วางเงิน และ วางใจให้ดี หากคุณต้องการลงทุนในตลาดนี้นะครับ คำเตือน • การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน • ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันผลการดำเนินในอนาคต • การนำเสนอข้อมูลข้างต้น มิใช่การให้คำแนะนำการลงทุน • การลงทุนใดๆ ต้องเกิดจากการศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลและตัดสินใจลงทุน บนความเสี่ยงที่รับได้ของนักลงทุนเอง • ทางผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิ์ ไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียในทุกกรณีที่อาจเกิดขึ้นจากการให้ข้อมูลข้างต้น Mr.Messenger รายงาน
CONTINUE READING ...

Copyright © iammrmessenger.com. All rights reserved.