X
ฝ่าวิกฤต COVID-19 ด้วยกองทุน SSFX และ SSF จาก บลจ.กรุงศรี
ไม่มีหมวดหมู่

ฝ่าวิกฤต COVID-19 ด้วยกองทุน SSFX และ SSF จาก บลจ.กรุงศรี

เมษายน 30, 2020 0

ฝ่าวิกฤต COVID-19 ด้วยกองทุน SSFX และ SSF จาก บลจ.กรุงศรี

ต้องยอมรับความจริงกันก่อนนะครับว่า โลกเรากำลังอยู่ในวิกฤตที่ถือว่าหนักที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ จากการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ทำให้เกือบทุกประเทศรอบโลกต้องใช้มาตรการขั้นสุดในการชะลอการแพร่ระบาด (Flattening Curve) จนทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงักนับตั้งแต่ก้าวย่างเข้าสู่เดือนมี.ค. ในไตรมาส 1/63

เราได้เห็นนักเศรษฐศาสตร์ และนักวิเคราะห์หลายท่าน คาดการณ์กันว่า วิกฤตครั้งนี้ อาจจะหนักกว่า Great Depression ใช้เวลานานกว่าจะฟื้น แต่อีกหลายฝ่าย ก็มองว่า ภายในไตรมาส 3 ปีนี้ เศรษฐกิจก็มีโอกาสดีดกลับมาเป็น V Shape ได้เหมือนกัน เพราะเราเริ่มเห็นสัญญาณผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นในอัตราที่ลดลง และนำมาสู่ขั้นตอนการผ่อนปรนข้อบังคับ และกลับมาเปิดเมืองให้ได้ในที่สุด

หากมองจากสถานการณ์ในปัจจุบัน เราจะติดอยู่ในเกมส์ที่ทำให้เรามองเห็นภาพสั้นๆแค่เพียงว่า ถ้าเปิดเมืองแล้วคลื่นการระบาดรอบที่สองเกิดขึ้น เศรษฐกิจจะแย่ไหม? ตลาดหุ้นทยอยรีบาวน์ขึ้นมาบ้างแล้ว แพงไปหรือเปล่าที่จะซื้อตอนนี้?

แต่เมื่อมองการต่อสู้กับไวรัสของมนุษยชาติในอดีต เราก็จะพบกับความจริงที่ว่า เราชนะมันมาได้ทุกครั้ง และครั้งนี้ก็เช่นกันที่เราจะผ่านมันไปได้ พร้อมกับโอกาสที่เปิดรอเราอยู่ในวิกฤตครั้งนี้ด้วย

ในวิกฤตมีโอกาส และในโอกาสครั้งนี้ มีสิทธิลดหย่อนภาษีเพิ่มให้ด้วย

ถ้าคุณเชื่อว่า อีก 10 ปีหลังจากนี้ เศรษฐกิจไทยจะดีขึ้นกว่าจุดที่เรายืน บริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่งจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นไป แนะนำให้พิจารณากองทุน SSFX เป็นทางเลือกในการหาโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะยาวหลังจากนี้เลยครับ

กองทุนเปิดกรุงศรี SET100 – เพื่อการออมพิเศษ (KFS100SSFX)

เป็นกองทุน SSFX ที่ลงทุนในหุ้นบริษัทจดทะเบียนในไทยเฉพาะที่มี Market Cap ใหญ่สุด 100 บริษัทแรก

ซึ่งกลยุทธ์การลงทุนเป็นแบบ Passive Management Portfolio หรือ อิงตามดัชนี SET100 ไปเลย

KFS100SSFX ดีอย่างไร?

เราเห็นแล้วว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา พฤติกรรมของมนุษย์เปลี่ยนแปลงไปขนาดไหน ซึ่งส่วนหนึ่งของการเร่งการเปลี่ยนแปลง ก็มาจาก Technology ที่ก้าวหน้า แต่อีกส่วนก็มาจากโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

การเกิดขึ้นของไวรัส COVID-19 ในมุมมองของผม จะทำให้รูปแบบการดำเนินชีวิตของคนในสังคมส่วนหนึ่งเปลี่ยนไป และเป็นตัวเร่งให้ทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการหันเข้ามาและใช้เทคโนโลยีเพิ่มขึ้นกว่าในปัจจุบันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ที่จะบอกก็คือ เราไม่รู้หรอกครับ ว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า บริษัทไหนจะขึ้นมาเป็นผู้นำแทนธุรกิจผู้นำเดิมที่เป็นอยู่ในตอนนี้

ดังนั้น การเข้าลงทุนในกองทุนประเภท Index Fund ทำให้เรามั่นใจได้ว่า เราเกาะติดอยู่กับบริษัทที่อยู่ในกระแสของ Mega Trend ในเวลานั้นได้จริงๆ

แถมนโยบายการลงทุนอ้างอิงตามดัชนี SET 100 ที่บลจ.กรุงศรี เอามาออกกอง SSFX กองนี้ ยังเคยได้รับรางวัลกองทุนยอดเยี่ยมประเภทกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพตราสารทุน จาก Money & Banking Awards 2019 สำหรับกองทุน KFS100RMF ที่มีนโยบายเหมือน KFS100SSFX ที่ผมแนะนำอยู่กองนี้เลย

ที่สำคัญ เมื่อเป็น Index Fund หรือกองทุนดัชนี ก็มีค่าใช้จ่ายน้อยลงมาก จากการที่ไม่มี Front-end Fee และเก็บค่าใช้จ่ายต่ำกว่ากองทุนรวมประเภท Active Management Portfolio อยู่พอสมควร

ลองคิดดูครับ ลงทุน 10 ปี ค่าใช้จ่ายปีละ 1% ครบ 10 ปี ถ้าผลตอบแทนเท่ากัน แต่กลายเป็นว่า ลงทุนในกองทุนดัชนี ประหยัดค่าใช้จ่ายเพิ่มถึง 10% ทีเดียว

แล้วข้อดีข้ออื่นของ KFS100SSFX?

ก็คือ เรื่องการกระจายความเสี่ยงที่มากกว่ากองทุนที่บริหารเชิงรุกครับ อย่างช่วงวิกฤต COVID-19 นี่ชัดเจน หากเราไปเลือกลงทุนกระจุกตัวอยู่ในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจาก Demand Shock หรือ อุปสงค์หายไปแบบฉับพลัน ไม่ว่าจะอุตสาหกรรมน้ำมัน การบิน ยานยนต์ พอร์ตการลงทุนของเราก็ต้องเจ็บหนักกว่าเป็นแน่แท้

KFS100RMF FINNOMENA SINTHORN

รูป : ผลการดำเนินงานกองทุน KFS100RMF (ณ วันที่ 22 เม.ย. 2563)
ที่มา : www.finnomena.com

ไปดูผลการดำเนินงานย้อนหลังของกองทุน KFS100RMF ซึ่งมีนโยบายเหมือนกับ KFS100SSFX ก็จะเห็นข้อดีที่ผมบอกชัดเจน ก็คือ ในช่วงปรับฐานอย่าง ณ ตอนนี้ กองทุนติดลบน้อยกว่าค่าเฉลี่ยของกองทุนในกลุ่มเดียวกัน

และถ้าใครที่เตรียมเงินไว้มากกว่า 200,000 บาท ไม่อยากพลาดโอกาสการลงทุน และได้สิทธิลดหย่อนภาษี

บลจ.กรุงศรี ก็มีกองทุน SSF ปกติ ให้ได้ลงทุนด้วยเช่นกัน

ผมขอแนะนำ 2 กองทุนที่ผมว่าน่าสนใจลงทุนแล้วกันนะครับ

  1. KFDIVSSF กองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นปันผลเพื่อการออม – กองทุนนี้เป็นขั้วตรงข้ามกับ KFS100SSFX ตรงที่ผู้จัดการกองทุนบริหารแบบ Active Management Portfolio มีเป้าหมายชนะดัชนี SET Index ในระยะยาว
    1. เน้นเลือกหุ้นห่านทองคำ (มีแนวโน้มจ่ายปันผลดีงาม) ในตลาดหุ้นไทย
    2. วิเคราะห์และเลือกการลงทุนแบบ Bottom Up หรือเลือกหุ้นเป็นรายตัว
    3. เลือกหุ้นเข้าพอร์ตประมาณ 40 ตัว เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงระดับหนึ่ง
    4. ทั้งนี้ เมื่อลองเทียบกับกองทุนที่มีกลยุทธ์ลงทุนเดียวกัน และผู้ลงทุนต้องถือการลงทุนระยะยาวอย่าง KFLTFDIV ซึ่งมีนโยบายเดียวกับ KFDIVSSF นั้น พบว่าสามารถจ่ายปันผลได้ต่อเนื่องมาตลอดทุกปีนับตั้งแต่ปี 2548

 

ข้อมูล : บลจ.กรุงศรี ณ 31 มี.ค. 63

  1. KFGBRANSSF กองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลแบรนด์อิควิตี้ปันผลเพื่อการออม – เน้นลงทุนในบริษัทชั้นนำของโลก มีแบรนด์ติดตลาดและยากที่จะลอกเลียนแบบ
    1. กองทุนหลักคือ Morgan Stanley Investment Funds – Global Brands Fund (Class ZX) กองทุน 5 ดาวจาก Morningstar ( ณ 31 มีนาคม 2563)
    2. กองทุนหลักมีนโยบายเน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วโลกที่มีแบรนด์ที่แข็งแกร่ง ทนทานในทุกวัฏจักรเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นธุรกิจที่ติดต่อกับผู้บริโภครายย่อย และมีอำนาจการต่อรองทางการค้า
    3. ธุรกิจที่ใช้เงินลงทุนสูง ถึงมีแบรนด์ระดับโลกกองทุนหลักก็ไม่เลือกเข้าพอร์ต ยกตัวอย่าง ธุรกิจพลังงาน หรือ อสังหาริมทรัพย์ 2 อุตสาหกรรมนี้ ไม่มีในพอร์ตของกองทุนหลักเลย
    4. แหล่งรายได้ของบริษัทที่กองทุนหลักไปลงทุน กระจายตัวอยู่ทั่วโลก
    5. ระดับความผันผวนของผลตอบแทนต่ำกว่า MSCI World ขณะที่สร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าหลายๆตลาดหุ้น

 

ข้อดีของ SSFX ก็คือ เป็นวงเงินแยกจาก SSF โดยนักลงทุนสามารถลงทุนได้สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท ไม่ต้องอิงกับรายได้ของเรา และไม่ต้องไปคำนวนรวมเงินลงทุนอื่นๆที่ลงทุนเพื่อวางแผนเกษียณ

ขณะที่ SSF ต้องไปรวมกับ RMF, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, ประกันชีวิตแบบบำนาญ แต่ข้อดีก็คือ ไม่จำกัดการลงทุนให้อยู่เฉพาะในหุ้นไทยเท่านั้น

ทั้ง 3 กองทุนที่เลือกมามีนโยบายจ่ายเงินปันผล ระหว่างที่ถือยาว 10 ปี ก็มีโอกาสรับเงินปันผลได้ด้วย และทุกกองทุนมีความเสี่ยงสูงระดับ 6 เนื่องจากลงทุนในหุ้น

ไม่ว่าคุณจะเป็นนักลงทุนประเภทไหน นี่คือ โอกาสที่ดีที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต เรามาฝ่าวิกฤต COVID-19 ด้วยกองทุน SSFX และ SSF กันครับ

สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่ https://www.krungsriasset.com/TH/News/Promotion/Krungsri_SSF.html

 

คำเตือน:

  • SSFX และ SSF เป็นกองทุนรวมเพื่อส่งเสริมการออม ควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง และศึกษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีในคู่มือการลงทุน ก่อนตัดสินใจลงทุน/ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวมมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึง ผลการดำเนินงานในอนาคต/ผู้ถือหน่วยลงทุนจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี หากไม่ปฎิบัติตามเงื่อนไขการลงทุน | KFGBRANSSF ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน จึงมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนขาดทุน หรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน/หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้

 

บทความนี้เป็น Advertorial

Facebook Comments

There are 0 comments

ใส่ความเห็น

Copyright © iammrmessenger.com. All rights reserved.