X
OSP: กว่า 127 ปี จนวันนี้ วันที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
Education, Investment, Recommended, Stock, Thai Stock Markets

OSP: กว่า 127 ปี จนวันนี้ วันที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ตุลาคม 1, 2018 0

ถ้าพูดถึงบริษัทชั้นนำในเมืองไทยที่ก่อตั้งมาอย่างยาวนาน มีตราสินค้าเป็นเอกลักษณ์และผลิตภัณฑ์ที่แข็งแกร่ง คนไทยรุ่น Baby Boomer จนถึงปลาย Gen X อย่างผม น่าจะมีชื่อบริษัทนี้ในลิสต์ที่เรานึกถึงแน่นอน กับบริษัทที่มีชื่อว่า

“โอสถสภา”

ฤกษ์งามยามดีในปี 2018 นี้แล้วที่ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ” หรือ “โอสถสภา”) จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนเป็นครั้งแรก และใช้ชื่อย่อว่า “OSP” วันนี้เรามาทำความรู้จักบริษัทที่มีประวัติยาวนานถึง 127 ปี รวมถึงอนาคตของธุรกิจ ซึ่งเรากำลังจะมีโอกาสได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทในฐานะของนักลงทุนกันครับ

เริ่มต้นธุรกิจในปี พ.ศ. 2434 โดยใช้ชื่อว่า “เต๊กเฮงหยู” เป็นร้านขายยาเล็กๆ จากวันเริ่มต้นในฐานะร้านขายยาในวันนั้นจนถึงการเป็นบริษัทผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคชั้นนำในวันนี้ รวมเวลา 127 ปี OSP จึงมีประวัติความเป็นมายาวนานกว่าอีก 2 บริษัทยักษ์ใหญ่ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ทั้งบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) (อายุ 105 ปี) และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (อายุ 112 ปี) วันนี้ OSP กำลังจะกลายเป็นบริษัทที่มีประวัติความเป็นมายาวนานที่สุดในตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้ว

OSP เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ครั้งนี้ โอสถสภาจะมีหุ้นรวมถึง 3,003,750,000 หุ้น โดยจะนำเสนอหุ้นต่อประชาชนรวมกันไม่เกิน 603.75 ล้านหุ้น แบ่งเป็นหุ้นออกใหม่ 506.75 ล้านหุ้น และหุ้นจากผู้ถือหุ้นเดิม 97.0 ล้านหุ้น

การเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ของ OSP ครั้งนี้  OSP จะออกหุ้นเพิ่มทุนเสนอขายแก่ประชาชนทั่วไปจำนวนไม่เกิน 506,750,000 หุ้น

OSP ปัจจุบัน ทำธุรกิจอะไรบ้าง ขายอะไรบ้าง?

ปัจจุบันบริษัทฯ เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มที่ไม่ผสมแอลกอฮอล์และผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลชั้นนำในประเทศไทย ซึ่งเป็นเจ้าของตราสินค้าที่เป็นที่รู้จักหลากหลายตราสินค้าทีเดียวครับ

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม

ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ

ผลิตภัณฑ์ที่จัดจำหน่ายในต่างประเทศ

ผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล

 

นอกจากนี้ OSP ยังประกอบธุรกิจให้บริการอื่นๆ คือ บริการบริหารจัดการด้านซัพพลายเชน ซึ่งครอบคลุมถึงการผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม ขวดแก้ว และผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลบางชนิด ผ่านกิจการร่วมค้าและการบริการผลิตสินค้า (Original Equipment Manufacturer (OEM)) และการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้สัญญากิจการร่วมค้าด้วย โดยบริษัทฯ มีฐานการประกอบธุรกิจอยู่ในประเทศไทย และมีการประกอบธุรกิจและจำหน่ายสินค้าในเมียนมาร์ รวมถึงจำหน่ายสินค้าในกัมพูชาและลาว ซึ่งเป็นตลาดต่างประเทศหลัก นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในประเทศอื่นๆ อีก 25 ประเทศทั่วโลกด้วย

 

จะเห็นได้ว่าบริษัทฯ มีรายได้ระดับหมื่นล้านเลยนะครับ และหากเอารายได้จากผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลทั้งหมดมารวมกัน 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 2558 – 2560) ก็จะมีรายได้ดังกล่าวสูงถึง 22,095.9 ล้านบาท, 22,696.6 ล้านบาท และ 21,170.8 ล้านบาททีเดียว โดยรายได้ดังกล่าวมาจากผลิตภัณฑ์และตราสินค้าหลากหลายครับ

ไปดูกำไรสุทธิรายปีของบริษัทฯ กัน

  • ปี 2558
    • กำไรสุทธิ 2,336 ล้านบาท
  • ปี 2559
    • กำไรสุทธิ 2,980.5 ล้านบาท
  • ปี 2560
    • กำไรสุทธิ 2,939.2 ล้านบาท
  • งวด 6 เดือน ปี 2561
    • กำไรสุทธิ 1,471.9 ล้านบาท

ตราสินค้าของ OSP ในตลาดเป็นอย่างไร?

M-150 เป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลังในประเทศไทย โดยจากรายงานของนีลเส็น (Nielsen) เครื่องดื่ม M-150 ลิโพ และ ฉลาม มีมูลค่าตลาดค้าปลีกคิดเป็น 39.0%, 10.0% และ 3.0% ของมูลค่าตลาดค้าปลีกของผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มบำรุงกำลังในประเทศสำหรับปี 2560 เมื่อรวม 3 ตราสินค้า ก็เท่ากับเป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลังในประเทศไทยเมื่อพิจารณาจากมูลค่าตลาดค้าปลีกเลยทีเดียว

นอกจากนี้ รายงานของฟรอส์ท แอนด์ ซัลลิวัน (Frost & Sullivan) ยังชี้ให้เห็นว่า ในงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย. 2561 ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มที่มีการเติมส่วนผสมเพื่อให้ได้คุณสมบัติเฉพาะ (Functional Drinks) ของบริษัทฯ มีมูลค่าตลาดค้าปลีกคิดเป็น 28.3% ก็ถือว่าเป็นผู้นำในอันดับที่สองของกลุ่ม Functional Drinks ในประเทศไทย เมื่อพิจารณาจากมูลค่าตลาดค้าปลีกในประเทศอีกด้วย

ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก จากรายงานของฟรอส์ท แอนด์ ซัลลิวัน (Frost & Sullivan) ตราสินค้าหลักอย่าง เบบี้มายด์มีมูลค่าตลาดค้าปลีกสูงสุดในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาบน้ำเด็กในประเทศไทยสำหรับปี 2560 และสำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย. 2561 โดยมูลค่าตลาดค้าปลีกของผลิตภัณฑ์อาบน้ำเด็กเบบี้มายด์คิดเป็น 34.2% และ 35.7% ตามลำดับ

กลุ่มผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดดูแลของใช้สำหรับเด็ก (Baby Utensil Wash) มีมูลค่าตลาดค้าปลีกในประเทศสูงสุดสำหรับปี 2560

กลุ่มผลิตภัณฑ์แป้งเด็ก และ กลุ่มผลิตภัณฑ์มอยซ์เจอร์ไรเซอร์สำหรับเด็ก มีมูลค่าตลาดค้าปลีกในประเทศสูงสุดเป็นอันดับสอง สำหรับปี 2560 และงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย. 2561

ผลิตภัณฑ์ทเวลฟ์พลัส มีมูลค่าตลาดค้าปลีกในประเทศสูงสุดในกลุ่มผลิตภัณฑ์โคโลญจน์สำหรับผู้หญิงในปี 2560

จะเห็นว่า ตราสินค้าของบริษัทฯ เป็นผู้นำตลาดในเมืองไทยอยู่หลายตราสินค้าทีเดียว

 

การเสนอขายหุ้น IPO ในครั้งนี้

การเสนอขายหุ้นเพิ่มทุน IPO ให้กับประชาชนทั่วไป จำนวนไม่เกิน 603,750,000 หุ้น หรือไม่เกิน 20.1% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมด ประกอบด้วย

  • หุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายโดยบริษัท จำนวนไม่เกิน 506,750,000 หุ้น
  • หุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดย Orizon Limited จำนวนไม่เกิน 67,000,000 หุ้น
  • หุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดย Y Investment Ltd จำนวนไม่เกิน 30,000,000 หุ้น

ทั้งนี้ คุณนิติ โอสถานุเคราะห์ (ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ) ได้แจ้งให้บริษัทฯ ทราบว่ามีความประสงค์ที่จะขายหุ้นสามัญเดิมในราคาเดียวกับราคาเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชน (IPO) จำนวน 135,168,700 หุ้น โดยคาดว่าการขายหุ้นสามัญเดิมดังกล่าวจะเกิดขึ้นในวันซื้อ-ขายวันแรก บนกระดานรายใหญ่ (Big Lot) ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ทั้งนี้ คุณนิติจะมีสัดส่วนการถือหุ้นที่เหลืออยู่คิดเป็น 16.28 % ตามที่ได้มีการเปิดเผยไว้ในหนังสือชี้ชวน

 

เงินระดมทุนครั้งนี้บริษัทฯ ไปทำอะไร?

บริษัทฯ มีวัตถุประสงค์ 3 อย่างด้วยกัน

  1. ขยายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการพัฒนาปรับปรุงการผลิต การจัดจำหน่ายสินค้า การปรับปรุงประสิทธิภาพสินค้า และการดำเนินธุรกิจภายในของบริษัทฯ ซึ่งรวมถึง
    • การก่อสร้างโรงงานผลิตเครื่องดื่มแห่งใหม่ในเมียนมาร์
    • การสร้างเตาหลอมแก้วใหม่ที่โรงงานผลิตขวดแก้วของบริษัทฯ
    • การก่อสร้างโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลประเภทแป้งแห่งใหม่
  2. ชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน
  3. เงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานของบริษัทฯ

ถึงแม้ตลาดเครื่องดื่มในประเทศจะแข่งกันดุเดือด แต่จากผลประกอบการและความตั้งใจในการขยายกิจการทั้งในไทยและต่างประเทศ ก็แสดงให้เห็นชัดเจนแล้วว่าโอสถสภาที่มีประวัติความเป็นมายาวนานถึง 127 ปี เป็นบริษัทที่มีทั้งตราสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์ ผลิตภัณฑ์ที่แข็งแกร่ง ตลอดจนความสามารถในการวิจัย พัฒนา และจัดจำหน่ายสินค้า พร้อมกับแผนการขยายธุรกิจในระดับภูมิภาคได้ในอนาคตอีกด้วย

อ่านและศึกษาข้อมูลรายละเอียดก่อนตัดสินใจลงทุนได้ที่

https://market.sec.or.th/public/ipos/IPOSEQ01.aspx?TransID=195013

Facebook Comments

There are 0 comments

ใส่ความเห็น

Copyright © iammrmessenger.com. All rights reserved.