X
KT-IGF-R ได้ทั้งการเติบโตของเงินลงทุน ได้ทั้งกระแสเงินสดจากการลงทุน
Recommended, Stock

KT-IGF-R ได้ทั้งการเติบโตของเงินลงทุน ได้ทั้งกระแสเงินสดจากการลงทุน

พฤศจิกายน 10, 2017 0

ต้องยอมรับเลยนะครับว่า ในช่วงประมาณเกือบๆ 1 ปีที่ผ่านมา ผมมองพลาดเกี่ยวกับการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐฯ

สาเหตุที่มองว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯไม่น่าจะปรับตัวขึ้นไปมากกว่าจากจุดที่ผมมองก็เพราะ

  1. ตลาดวิ่งขึ้นมาอย่างยาวนาน และไม่มีการปรับฐานแรงในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา
  2. มูลค่า หรือ Valuation อยู่ในโซนที่แพง เมื่อเทียบจากบางมุม เช่น CAPE หรือ Shiller P/E
  3. มองว่า หากเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเร็วเกินไป จะมีผลกระทบต่อกำไรสุทธิของบริษัท จึงระมัดระวังประเด็นนี้ด้วย

แต่จนแล้วจนรอด ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ก็ยังเดินหน้า ทำ All Time High ไปเรื่อยๆ ก็ต้องให้เครดิตบริษัทกลุ่ม Technology ที่เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่อย่างแท้จริง ทางด้านฝั่งภาคอุตสาหกรรม ตัวเลขดัชนี ISM ของสหรัฐฯเอง ก็ขยายตัวได้ในระดับที่สูง ตัวเลขการจ้างงานก็ฟื้นตัวอย่างชัดเจน ตัวเลขการว่างงานก็อยู่ในระดับต่ำ ตรงนี้ก็ยืนยันว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯยังมีโมเมนตัมทางบวกต่อเนื่องนะครับ

พอเจอหลักฐานมากมายว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯน่าจะค่อยๆขยับฟื้นตัวได้เรื่อยๆแบบนี้ ก็เริ่มคิดว่า การกลับมามี Exposure กับหุ้นหรือการลงทุนในสหรัฐฯ ก็น่าจะเป็นสิ่งดีๆให้กับพอร์ตโดยรวมของนักลงทุนเหมือนกัน

แต่หุ้นสหรัฐฯ ตอนนี้แพงไปแล้วไม่ใช่หรอ?

ใช่ครับ ในมุมมองของ Valuation ก็ยอมรับกันเถอะ ว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ แพงกว่าค่าเฉลี่ยในระยะยาวในบางมิติ

IGF002

แหล่งที่มาข้อมูล : http://www.multpl.com/shiller-pe/ (ณวันที่ 16 ตุลาคม 2560)

จากรูปประกอบ คือ Shiller P/E Ratio ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 30.14 เท่า ใกล้เคียงกับตอนเกิดเหตุการณ์ Black Tuesday ตอนปี 1929

ดังนั้น ถ้าจะไปลงทุนที่นั้น ต้องคุมความเสี่ยงให้ได้ซึ่งทางง่ายๆ ก็คือ อย่าทุ่มเงินลงทุนใส่ไข่ทุกใบในตะกร้าใบเดียว นั้นเอง

ใครที่มองเห็นถึงโอกาสจากการขยายตัวของเศรษฐกิจ และนโยบายการเงินที่เอื้อต่อการฟื้นตัวของประเทศสหรัฐฯเอง รวมถึง เล็งเห็นว่า การไปลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯตรงๆ บน Valuation ระดับนี้ อาจมีความเสี่ยงเกินไป มีกองทุนหนึ่งของ บลจ.กรุงไทย ที่น่าสนใจนะครับ เปิดมาได้ จะครบ 3 ปีแล้ว ชื่อ KT-IGF-R  หรือ KTAM Income and Growth Fund

KT-IGF-R  ไปลงทุนอะไร?

กองทุนแม่ หรือ Master Fund ของกองนี้ชื่อ Allianz Income and Growth มีนโยบายคือ ไปลงทุนในสินทรัพย์ทั้งหมด 3 ประเภท ที่อยู่ในประเทศสหรัฐฯ ทั้งหมด ก็คือ High Yield Bond, Convertible Bond และ Equities แบบมี Covered  Calls  อย่างละ 33% เท่าๆกัน ซึ่งเดี๋ยวผมจะเล่ารายละเอียดแต่ละประเภทสินทรัพย์ให้ฟังครับ

IGF003

US High Yield Bonds

ในช่วงที่เศรษฐกิจฟื้นตัว จริงๆแล้วทุกสินทรัพย์จะได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวเหล่านั้น รวมถึง HY Bonds ด้วยนะครับ โดยตลาดตราสารหนี้ประเภท High Yield (HY) ในสหรัฐฯ ถือเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก สภาพคล่องสูง มีตราสารให้เลือกมากมาย

นับตั้งแต่วิกฤตปี 2008 เป็นต้นมา Spread ระหว่าง HY และ พันธบัตรสหรัฐฯ ปรับตัวแคบลงมาเรื่อยๆ เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานที่ดีขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ สำหรับนักลงทุนที่กลัวการผิดนัดชำระหนี้ใน HY ต้องบอกว่า ณ เวลานี้ โอกาสต่ำมากครับ โดยล่าสุด Default Rate อยู่ที่ระดับต่ำกว่า 2% แค่นั้นเอง

Convertible Bonds

หรือ หุ้นกู้แปลงภาพ ที่สามารถแปลงจากตราสารหนี้เป็นหุ้นได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด การมีสัดส่วนการลงทุนใน Convertible Bonds ทำให้นักลงทุนมีโอกาสได้รับดอกเบี้ย และผลตอบแทนจากการปรับขึ้นของราคาเช่นเดียวกับการลงทุนในหุ้น แต่ Downside Risk จำกัดกว่าการลงทุนในหุ้นตรงๆ 100%

Covered Call

หรือ การขายสิทธิฯในหุ้นที่มีอยู่ ถือเป็นวิธีการบริหารความเสี่ยงที่ Hedged Fund Manager ใช้ในยามที่เชื่อว่าตัวหุ้นมีโอกาสขึ้นไป แต่ขณะเดียวกัน ก็กลัวว่าจะมีการปรับฐานตามมาด้วย ถ้าอธิบายเพิ่มเติมว่า Covered Call คืออะไร เอาง่ายๆก็คือ เป็นการซื้อสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Long Futures) ควบคู่ไปกับการขายสิทธิในการซื้อ (Short Call Option)

ยกตัวอย่างนะครับ สมมติ ผมมองว่า ราคาหุ้น Apple น่าจะปรับตัวขึ้นไปได้ถึง 170 USD ก็เลยซื้อ Futures ที่ราคา 160 USD เวลาผ่านไป เริ่มใกล้ๆหมดอายุ ผมเริ่มกังวลว่าราคาหุ้นอาจจะขึ้นได้ไม่มากหรืออาจจะปรับตัวลงจากวันนี้ได้ ก็เลยลดความเสี่ยงด้วยการขายสิทธิในการซื้อหุ้น Apple (Short Call Option) ตามไปด้วย

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น จะเป็นไปได้ 2 ทางคือ

ถ้าราคาหุ้น Apple สูงกว่าราคา Futures เท่าไหร่ ผมก็ได้ทำกำไรเท่านั้น แต่จะขาดทุนจากการ Short Call นิดหน่อย

ถ้าราคาหุ้น Apple ต่ำกว่าราคา Futures ผมจะไม่ได้กำไรจากการซื้อ Futures แต่ได้ค่า Premium จากการ Short Call มาชดเขย

สรุปคือ 3 Asset Class ที่ Allianz เลือกมาสร้างเป็นพอร์ตนี้ ได้รับประโยชน์จากการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ขณะที่พยายามปกป้องความเสี่ยงขาลงให้กับนักลงทุนด้วยการไม่เข้าไปลงทุนในหุ้นสหรัฐฯทั้งหมด 100%

แล้ว 3 Asset Class ที่บอก แต่ละส่วน ไปลงทุนในอะไรบ้าง?

IGF004

แหล่งที่มาข้อมูล :  Allianz Income and Growth Fund Fact Sheet (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ส.ค. 2560)

จากรูปข้างบน จะเห็นว่า ทั้ง HY และ Convertible Bonds จะไปลงทุนอยู่ในตราสารหนี้ที่มีการลงทุนต่ำกว่า Investment Grade ขณะที่ฝั่งหุ้น เน้นการลงทุนในกลุ่ม Technology โดยหุ้น 5 ตัวแรกที่อยู่ในพอร์ต เห็นชื่อปั๊บ ก็รู้จักกันทันที ไม่ว่าจะเป็น Apple, Alphabet (Google), Amazon, Microsoft และ Facebook

 ดอกเบี้ยเป็นขาขึ้น หุ้นจะลงไม่ใช่หรอ?

IGF005

 

จากตารางข้างบน เป็นข้อมูลจากกองทุนรวมหลัก ในช่วงที่ดอกเบี้ยในตลาดทยอยปรับขึ้น ทั้งหมด 5 รอบด้วยกัน ตั้งแต่ปี 1988 จะเห็นว่า จะมีช่วงปี 1994-1995 ที่ Convertible Bonds และ High Yield Bonds ให้ผลตอบแทนติดลบในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น แต่ก็ถือว่า ติดลบไม่มาก กลายเป็นสินทรัพย์ที่ติดลบหนักกว่า ก็คือ US Treasury หรือ พันธบัตรรัฐบาลด้วยซ้ำไป ตรงนี้ ก็ย้ำให้เห็นว่า ตราสารหนี้ภาครัฐฯ อาจผันผวนได้มากกว่า High Yield Bonds ในบางช่วงเวลาเหมือนกัน

ผลตอบแทนระยะยาว น่าพอใจ

ผมลองไปดูผลตอบแทนย้อนหลังของ Master Fund ที่เป็นสกุล USD แล้วพบว่า 5 ปี และ 3 ปี ย้อนหลัง ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 11.46% ต่อปี และ 13.21% ต่อปี ตามลำดับ

IGF006

 

แหล่งที่มาข้อมูล :  https://markets.ft.com (ณ วันที่ 16 ตุลาคม 2560)

ถ้าดูเป็นผลตอบแทนแบบ Trailing Return 1 ปี หรือ ซื้อในแต่ละเดือน แล้วถือไป 1 ปีนับจากนั้น จะพบว่า ก็มีโอกาสขาดทุนได้บางช่วง เช่นซื้อเดือน มี.ค. 2015 แล้วมาขายเอาเดือน มี.ค. ปี 2016 จะขาดทุนได้ 10.3% แต่โดยเฉลี่ย ถ้าดูจากกราฟแท่งจะเห็นว่า โอกาสบวกมากกว่าลบ

IGF007

แหล่งที่มาข้อมูล :  https://markets.ft.com (ณ วันที่ 16 ตุลาคม 2560)

ไปดูผลตอบแทนแบบ Trailing Return 3 ปี แทนนะครับ จะเห็นว่า ถ้าถือ 3 ปีขึ้นไป ไม่มีช่วงไหนที่ให้ผลตอบแทนติดลบเลย และผลตอบแทนต่ำสุดต่อปีอยู่ที่ 8.1% ต่อปี

IGF008

 

แหล่งที่มาข้อมูล :  https://markets.ft.com (ณ วันที่ 16 ตุลาคม 2560)

อีกวิธีในการลดความเสี่ยงที่น่าสนใจคือ KT-IGF-R มีนโยบาย Auto-redemption

โดยกองทุนนี้มีนโยบาย เปิดรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติให้ได้ทุกเดือน ซึ่งที่ผ่านมา ผลตอบแทนเกินกว่า 80-90% ของกองทุน ก็มาจาก Auto-redemption นี่ละครับ เฉลี่ยตั้งแต่จัดตั้งกองทุนมาตั้งแต่ปี 2557 จ่ายมาได้แล้ว 9.32%

สรุปเลยแล้วกัน กองทุนนี้เหมาะกับใคร

  1. เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงไปลงทุนในต่างประเทศ
  2. เหมาะกับนักลงทุนที่เชื่อมั่นในเศรษฐกิจสหรัฐฯ และต้องการได้รับผลบวกจากการเติบโตของเศรษฐกิจฝั่งโน้น ขณะเดียวกัน ก็ไม่อยากไปลงทุนในหุ้นโดยตรงเพราะเสี่ยงเกินไป
  3. เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการได้กระแสเงินสดระหว่างทาง เพราะกองทุนนี้มีนโยบาย Auto-redemption ทุกเดือน

ในแง่ของ FX Risk นั้น อาจมีบ้างนะครับ แต่เนื่องจาก กองทุนต้องการจ่ายกระแสเงินสดให้นักลงทุนได้ต่อเนื่อง เลยมีนโยบายว่า จะทำให้ป้องกันความเสี่ยง (Hedging) ไม่น้อยกว่า 80% ดังนั้น การขึ้นลงของค่าเงิน จะไม่กระทบกับ NAV กองในไทยมากครับ

นักลงทุนท่านใดสนใจลงทุน โปรดลองศึกษาข้อมูลและความเสี่ยงเพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/KTIGF หรือ สอบถามบลจ.กรุงไทย โทร 0-2686-6100 นะครับ


 

กองทุนเปิดเคแทม อินคัม แอนด์ โกรท ฟันด์ : KT-IGF-R (ความเสี่ยงระดับ 5)

นโยบายการลงทุน: เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Allianz Income and Growth (Master Fund) ซึ่งเป็นกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป (retail fund) เพียงกองเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม

นโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (ในรูปสกุลเงินบาท): โดยเฉลี่ยไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ

ความเสี่ยงที่สำคัญ คือ ความเสี่ยงจากความสามารถในการชําระหนี้ของผู้ออกตราสาร (Credit Risk), ความเสี่ยงในเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน, ความเสี่ยงจากการขาดสภาพคล่องของหลักทรัพย (Liquidity Risk), ความเสี่ยงของประเทศที่ลงทุน (Country Risk)

ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้รับประกันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

กองทุนนี้เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่มิใช่รายย่อยและ/หรือผู้มีเงินลงทุนสูงที่มีศักยภาพในการดูแลตนเอง และสามารถยอมรับความเสี่ยงจากการลงทุนได้สูงกว่ากองทุนที่เสนอขายต่อผู้ลงทุนทั่วไป พร้อมทั้งนักลงทุนจึงควรขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้แนะนำการลงทุน ก่อนทำการลงทุน

Share on FacebookTweet about this on TwitterShare on Google+Share on LinkedInPin on Pinterest

There are 0 comments

ใส่ความเห็น

Copyright © iammrmessenger.com. All rights reserved.