X
2 ดูโอ้ เพื่อการลงทุนในต่างประเทศ KF-MINCOME และ KF-AINCOME
ไม่มีหมวดหมู่

2 ดูโอ้ เพื่อการลงทุนในต่างประเทศ KF-MINCOME และ KF-AINCOME

กุมภาพันธ์ 6, 2018 0

เข้าสู่ปี 2018 มา ตลาดหุ้นทั่วโลกก็ยังสดใสต่อเนื่องจากปี 2017 ที่ผ่านมา แต่กลับกลายเป็นว่า การปรับตัวขึ้นครั้งนี้ จากที่ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับนักลงทุนมากหน้าหลายตา พบว่า วิตกกังวลกันเป็นส่วนใหญ่ว่าจะไปได้อีกกี่เดือน ตลาดหุ้นใกล้จะถึงวันปรับฐานใหญ่แล้วหรือยัง?

ก็น่ากังวลอยู่นะครับ 20 ปีที่แล้ว มีวิกฤตต้มยำกุ้งตอนปี 1998 ถัดจากนั้นมา 10 ปี ก็เกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ปี 2008

จากปี 2008 บวกมาอีก 10 ปีสิครับ มันคือปี 2018 ปีนี้พอดีเลย!!

ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมคนส่วนใหญ่ในตลาดหุ้นจึงกังวลกับปีนี้มากๆ เพราะมองกลับไปดูสถิติย้อนหลัง มันก็น่ากังวลจริงๆนั่นแหละครับ

มุมมองของผมนะ สถิติย้อนหลัง มีไว้ดูประกอบการวิเคราะห์ แต่อย่าไปเชื่อทั้งหมด ลองคิดดูถ้านักกีฬาโอลิมปิค เห็นสถิติโลก แล้วบอกว่า ฉันคงไม่เก่งขนาดนั้น คงไม่ใครทำลายสถิติในอดีตได้

ใช่ครับ ผมเชื่อว่า อาถรรพ์ 10 ปี น่าจะถูกทำลายล้างทิ้งไปในปี 2018 นี้

แต่ถึงผมจะมีมุมมองแบบนี้ ก็ใช่ว่า คุณจำเป็นต้องมาเชื่อผม แล้วซื้อหุ้นเข้าเต็มพอร์ตทันทีนะครับ ถ้าทำไปจริงๆ ก็เท่ากับใช้ชีวิตประมาทเกินไปซักหน่อย

การลงทุนในกองทุนตระกูล Income Funds จึงมีประโยชน์และเหมาะกับสภาวะตลาดในช่วงเวลานี้เป็นอย่างมากนะครับ เพราะ

  1. กระจายการลงทุนไปหลากหลายประเภทสินทรัพย์
  2. จัดสัดส่วนพอร์ตการลงทุนแบบยืดหยุ่นตามสภาวะตลาด
  3. มีผลตอบแทนที่คุ้มค่าความเสี่ยง (Risk Adjusted Return)
  4. เข้าถึงโอกาสในการลงทุนทั่วโลก ดีกว่าอยู่ที่ไทยที่เดียว

สำหรับ บลจ.กรุงศรีเอง ก็มีกองทุนประเภท Income Fund อยู่ทั้งหมด 3 กลุ่มกองทุนตามนี้ครับ ผมไปดูจาก Presentation ของบลจ.มาให้ดูกัน

KF001

วันนี้เลยขอแนะนำ 2 ใน 3 กลุ่มกองทุนของ บลจ.กรุงศรี ที่เน้นกระจายการลงทุนในต่างประเทศ เหมาะกับนักลงทุนที่อยู่ในภาวะกล้าๆกลัวๆ (กล้าซื้อหุ้น แต่กลัวปรับฐานแรง) และยังอยากได้ผลตอบแทนชนะเงินฝาก ชนะเงินเฟ้ออยู่ ไปดูทีละตัวกัน

บอกก่อนนะครับ ว่า กองที่ผมชอบ ไม่ได้แปลว่า มันจะเหมาะกับคุณ หรือสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่ากองอื่นๆที่เหลือ ยังไงในฐานะนักลงทุน เราก็ต้องทำการบ้าน หาข้อมูล และรับความเสี่ยงในการลงทุนด้วยตัวเราเอง

กรุงศรีโกลบอลมัลติแอสเซทอินคัมเฮดจ์เอฟเอ็กซ์ แบ่งเป็น 2 ชนิดคือ

KFMINCOM-A กับ KFMINCOM-R

เห็นชื่อว่า มี-A กับ -R ต่างกันตรงวิธีรับผลตอบแทน ซึ่งเดี๋ยวจะอธิบายทีหลังนะครับ

นโยบายเหมือนกันคือลงทุนในกองทุนหลัก Fidelity Funds – Global Multi Asset Income Fund (Class A-MINC(G)) (ไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV) ซึ่งมีนโยบายลงทุนในตราสารทุนและตราสารหนี้ทั่วโลก รวมถึงตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงสูงเช่น Emerging Market Bond หรือ High Yield Bond

กองทุนต่างประเทศที่มีการผสมกันระหว่างหุ้น และตราสารหนี้เช่นนี้ ข้อดีคือ เป็นการกระจายความเสี่ยงไปในตัว ลดความผันผวนได้ค่อนข้างดี จึงเป็นสาเหตุที่ผมมองว่า เหมาะกับภาวะตลาดที่นักลงทุนรู้สึกกล้าๆกลัวๆ แต่ก็ยังต้องการผลตอบแทนชนะเงินฝากชนะเงินเฟ้อ

พอร์ตการลงทุนล่าสุดของ Fidelity Funds – Global Multi Asset Income Fund ลงทุนในตราสารหนี้ในสัดส่วน 57% ขณะที่อยู่ในหุ้นประมาณ 35% ที่เหลือ เป็นการลงทุนในกองทุนอสังหาฯ กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ที่มีการจ่ายกระแสเงินสดรับให้แก่นักลงทุนต่อเนื่อง

และเพราะการใส่ใจกับการเลือกสินทรัพย์ที่จ่ายกระแสเงินสดได้ เอาเข้ามาในพอร์ตนี่เอง ทำให้หลักทรัพย์แต่ละตัวที่ Fidelity เลือกเข้ามาในพอร์ตการลงทุน ค่อนข้างผันผวนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย

ไปแกะพอร์ตข้างในหุ้นที่มีสัดส่วน 35% จะพบว่ามี…
หุ้นยุโรป (ไม่รวมอังกฤษ) 25%
หุ้นในอเมริกาเหนือ 21%
หุ้นในเอเชีย (ยกเว้นญี่ปุ่น) 19%
หุ้นอังกฤษ 13%
และหุ้นตลาดเกิดใหม่ 10%

เห็นพอร์ตแบบนี้ ข้อดีคือ ถึงหุ้นจะเลือกลงทุนทั้งโลก แต่ก็ให้น้ำหนักหุ้นสหรัฐฯน้อยกว่า Benchmark ที่ผมบอกว่าดี ก็เพราะ ตลาดหุ้นสหรัฐฯเดินหน้าทำ All Time High เรื่อยๆจน Valuation หรือ มูลค่าทางปัจจัยพื้นฐาน อาจจะแพงกว่า ภูมิภาคอื่นๆโดยเปรียบเทียบไปแล้วนะครับ

ฝั่งตราสารหนี้ มีอะไรในพอร์ตบ้างไปดูกันครับ
High Yield Bond 34%
Investment Grade Bond 15%
Emerging Market Bond 9%

นักลงทุนอาจจะสงสัยว่า ทำไมมี High Yield Bond ในพอร์ตถึง 34%

ในมุมของผู้จัดการกองทุนที่เขามองก็คือ เพราะพวกพันธบัตรรัฐบาลมันหาผลตอบแทนแทบไม่ได้ ดอกเบี้ยต่ำติดดินขนาดนี้ ดังนั้น ก็ต้องกระจายการลงทุนไปยัง High Yield Bond บ้าง และพยายามติดตามปรับพอร์ตแบบ Active ให้ทันท่วงที ซึ่งในช่วงที่ Bond Yield ดีดปรับตัวขึ้นในต้นเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา ตัวกองทุนก็สามารถผ่านมาได้โดยที่ไม่ได้การติดลบของ NAV ที่รุนแรง สะท้อนถึงความสามารถในการรับมือกับ “ช็อค” ที่มีโอกาสเกินขึ้นในอนาคตได้เป็นอย่างดี

KF002

เดิมกองทุนนี้คือ KF-MINCOME ที่เปิดมาเมื่อเดือนสิงหาคม 2560 มีนโยบายขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติเป็นผลตอบแทนให้ผู้ลงทุนทุกเดือน เป็นจุดเด่นที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการกระแสเงินสดสม่ำเสมอจากการลงทุน ซึ่งที่ผ่านมาก็สามารถสร้างกระแสเงินสด จากการขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติได้ทุกเดือนติดต่อกัน ตามนี้ครับ

4 ม.ค. 2561          0.0319 บาท/หน่วย

6 ธ.ค. 2560          0.0319 บาท/หน่วย

3 พ.ย. 2560          0.0322 บาท/หน่วย

4 ต.ค. 2560          0.0325 บาท/หน่วย

5 ก.ย. 2560          0.0277 บาท/หน่วย

แหล่งข้อมูล: www.krungsriasset.com

คิดเฉลี่ยคือคาดว่าจะจ่ายเป็นกระแสเงินสดให้ปีละ 4% ซึ่งถือว่าไม่เลวทีเดียวครับ

*การจ่ายผลตอนแทนรายเดือนขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของกองทุนหลัก ซึ่งอาจมีโอกาสที่นักลงทุนจะไม่ได้รับผลตอบแทนรายเดือนในบางช่วงเวลา

ตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ปีนี้ กองทุนนี้จะแบ่งเป็น 2 share class ให้เลือกลงทุนได้ คือ

KFMINCOM-R (กรุงศรีโกลบอลมัลติแอสเซทอินคัมเฮดจ์เอฟเอ็กซ์-ขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ) มีการขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติให้ผู้ลงทุนทุกเดือนเหมือนกองทุนเดิม

KFMINCOM-A (กรุงศรีโกลบอลมัลติแอสเซทอินคัมเฮดจ์เอฟเอ็กซ์-สะสมมูลค่า) เป็นตัวเลือกใหม่ ไม่มีการขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ แต่จะสะสมผลตอบแทนให้โตไปเรื่อยๆ เมื่อไหร่ผู้ลงทุนต้องการรับผลตอบแทนก็ขายคืนหน่วยลงทุนเองเหมือนกองทุนรวมทั่วไป


กรุงศรีเอเชียนอินคัมเฮดจ์

KFAINCOM-A กับ KFAINCOM-R

กองทุนนี้ก็มี 2 ชนิดหน่วยลงทุนให้เลือกเช่นกัน ลงทุนในกองทุนหลักคือ Schroder Asian Income (ไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV) ซึ่งมีนโยบายลงทุนในหุ้นเอเชีย (รวมถึงกองทุนเพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือ “REITs”) และตราสารหนี้ในเอเชียเป็นหลัก ย้ำว่าในเอเชียเท่านั้นนะครับ ตามชื่อกองทุนเลย

เอาจริงๆในแง่ของประเภทสินทรัพย์ที่สามารถลงทุนได้ อาจดูเหมือนไม่ต่างจาก KF-MINCOME มากนัก เพราะมีทั้งหุ้น และตราสารหนี้ แต่ที่ต่างกันอย่างก็คือ Schroder Asian Income จะเน้นลงทุนสินทรัพย์ที่อยู่ในภูมิภาคเอเชียเป็นหลัก

ประเด็นคือ แล้วเอเชีย ต่างจากส่วนอื่นของโลกยังไง?

  1. อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจดีกว่าค่าเฉลี่ยของโลก โดยมีพี่ใหญ่อย่างจีน เป็นที่นำการขับเคลื่อนในภูมิภาคนี้
  2. Valuation หรือ มูลค่าทางปัจจัยพื้นฐานของหุ้นเอเชีย ยังถือว่าถูกเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นๆอย่าง สหรัฐฯเอง หรือ ญี่ปุ่นเองก็ตาม

นี่ละครับ เลยทำให้ KFAINCOM-A / KFAINCOM-R เป็นกองทุนประเภท Multi-Asset ที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนสูงกว่ากองทุนอื่นๆ เพราะโฟกัส หรือ เน้นการลงทุนในภูมิภาคที่มีการเติบโตสูง และคุมความเสี่ยงด้วยการเลือกลงทุนในหุ้นที่มีการจ่ายปันผลดี ปัจจัยพื้นฐานดีเป็นสำคัญ ในส่วนของตราสารหนี้ ก็เลือกตราสารหนี้ที่มีคุณภาพ หุ้นเอกชนที่มีความปลอดภัย ไม่จำเป็นต้องไปลงทุนใน High Yield Bond มากมายอะไร เพราะดอกเบี้ยของตราสารหนี้ฝังเอเชียไม่ได้ต่ำเตี้ยขนาดที่สหรัฐฯหรือยุโรป

พาไปดูการเคลื่อนไหวของกองทุนหลักกันครับ

KF004KF005

ความหล่อของกองทุนนี้ก็คือ สามารถชนะ Benchmark ซึ่งมีหุ้นเอเชีย 50% (MSCI AC Asia Pacific ex Japan) และ ตราสารหนี้เอเชีย 50% (JP Morgan Asia Credit Index (SGD hedged)) ได้ด้วยการที่มีความผันผวนต่ำกว่า เมื่อมองผ่าน Risk adjusted return ที่กองทุนหลักอยู่ที่ 1.7 ขณะที่ Benchmark อยู่ที่ 1.2 เท่านั้น

ถ้าแบ่งการลงทุนเป็นรายประเภท ตอนนี้ Schroder Asian Income ลงทุนในแต่ละประเทศสัดส่วนตามนี้เลยครับ

จีน 19%

ฮ่องกง 18%

ออสเตรเลีย 17%

สิงคโปร์ 13%

อินโดนีเซีย 5%

ไทย 4%

เกาหลีใต้ 3%

และอื่นๆ

อย่างที่บอกครับ อยู่ในจีน และฮ่องกงในสัดส่วนที่เยอะหน่อย ซึ่งเป็นการวาง Position ที่ถูกในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา เพราะเศรษฐกิจจีนกลับมาขยายตัวได้ และตลาดอยู่ในโซนที่ Valuation ถูกกว่าประเทศอื่นๆ แสดงให้เห็นว่า ผู้จัดการกองทุนทำการบ้านมาดีครับ

เปรียบเทียบกันชัดๆ 2 กลุ่มกองทุน KFMINCOM-A/KFMINCOM-R และ KFAINCOM-A/KFAINCOM-R ถือหุ้นต่างกันอย่างไร ก็ดู Pie Chart ด้านล่างนี้ครับ

KF006

ในฝั่งของพอร์ตการลงทุนในหุ้น จะพบว่าความแตกต่างกันก็คือ กองหนึ่ง เน้นกระจายการลงทุนไปรอบโลก (KFMINCOM-A/KFMINCOM-R) ขณะทีอีกกองทุนหนึ่ง เน้นลงทุนเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย นั่นเองครับ

งั้นเรามาเปรียบเทียบข้อมูลนโยบายการลงทุนของแต่ละกองกันแบบละเอียดอีกที

KF007

ตารางเปรียบเทียบข้อมูลพื้นฐานของทั้งสองกองทุน
ที่มา : www.krungsriasset.com (ข้อมูลจาก Fund Fact Sheet ณ 29 ธ.ค. 2560)

เลือกไม่ถูกใช่ไหมครับ ว่าจะลงทุนกองทุนไหน?

งั้นผมสรุปให้อีกทีแบบนี้

ถ้ารับความเสี่ยงได้สูงหน่อย ก็แนะนำ KFAINCOM-A / KFAINCOM-R

แต่ถ้าเน้นกระจายการลงทุน โอกาสขาดทุนน้อยลง แนะนำ KFMINCOM-A/KFMINCOM-R แทนครับ

จะให้ดี จริงๆแล้ว 2 กลุ่มกองทุนนี้ คือ ส่วนผสมที่ดีสำหรับการสร้างพอร์ตในช่วงที่ตลาดหุ้นมันอยู่สูงๆแบบนี้ เพราะ เป็นการผสมผสานระหว่างหลายประเภทสินทรัพย์ และมีผู้จัดการกองทุนระดับโลกคอยปรับพอร์ตให้เราอีกต่อหนึ่งครับ

สนใจศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม เข้าไปดูได้ที่ https://www.krungsriasset.com

ดูข้อมูลกองทุนเปิดกรุงศรีเอเชียนอินคัมเฮดจ์-รับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ (KFAINCOM-R)
ได้ที่นี่ >> https://goo.gl/QAeuYm

ดูข้อมูลกองทุนเปิดกรุงศรีโกลบอลมัลติแอสเซทอินคัมเฮดจ์เอฟเอ็กซ์-รับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ (KFMINCOM-R)
ได้ที่นี่ >> https://goo.gl/zBDtnu

คำเตือน

• กองทุนมีการลงทุนในต่างประเทศ จึงมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคมและ/หรือ การเมืองในประเทศซึ่งกองทุนหลักลงทุน/ กองทุนลงทุนในตราสาร non–investment grade / unratedผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงสูงขึ้นจากการไม่ได้รับชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ย/ KF-INCOME และ KF-CINCOME อาจเข้าทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินโดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ซึ่งอาจมีต้นทุนสำหรับการทำธุรกรรม โดยทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และในกรณีที่ไม่ได้ทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงฯ ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้/ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
• การนำเสนอข้อมูลข้างต้น มิใช่การให้คำแนะนำการลงทุน
• ผลตอบแทนที่คาดการณ์ของฟินโนมีนาถูกพิจารณาจากข้อมูลทางสถิติ ซึ่งไม่ใช่การประกันว่าจะได้ผลตอบแทนตามที่ระบุไว้
• ข้อมูลและการคาดการณ์ข้างต้น จัดทำขึ้นบนพื้นฐานของแหล่งข้อมูลในอดีตร่วมกับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน แต่ทั้งนี้ไม่อาจรับรองความถูกต้องความสมบูรณ์แท้จริงและความแม่นยำของข้อมูลได้
• ข้อมูลและความเห็นที่แสดงไว้ในรายงานฉบับนี้ได้มาจากการพิจารณาโดยเหมาะสมและรอบคอบแล้ว และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งล่วงหน้าแต่อย่างใด

Facebook Comments

There are 0 comments

ใส่ความเห็น

Copyright © iammrmessenger.com. All rights reserved.