X
ถ้าคอนเทนต์ดี ก็ไม่มีวันตาย : JKN รายได้ปี 60 พุ่ง 37%
Recommended, Stock

ถ้าคอนเทนต์ดี ก็ไม่มีวันตาย : JKN รายได้ปี 60 พุ่ง 37%

เมษายน 30, 2018 0

ย้อนกลับไปเมื่อปลายปี 2560 มีหุ้นมีเดีย IPO เข้าตลาดฯ ที่ใช้ชื่อย่อว่า JKN หรือ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเคาะราคา IPO ที่ 8 บาท โดยตั้งแต่เข้าตลาดฯ มาจนถึงตอนนี้ ก็ยืนเหนือราคาจองได้อย่างไม่ยากเย็น

ซึ่งสาเหตุก็ไม่ใช่เรื่องอะไร แต่เป็นการเติบโตที่บริษัทฯ สามารถทำได้ตามที่คาดการณ์ไว้ ด้วยผลการดำเนินงานปี 2560 มีรายได้รวมกว่า 1,156 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% และมีกำไรสุทธิกว่า 188 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% จากปีก่อนหน้า โดยปัจจัยของการเติบโตมาจากการที่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการลิขสิทธิ์คอนเทนต์ในทุกช่องทางการเผยแพร่ได้เป็นอย่างดี ทั้งช่องทางสถานีโทรทัศน์ทีวีดิจิทัล เคเบิ้ลทีวี และ Video on Demand (VOD)

JKN001

 สรุปงบการเงินปี 2560 เปรียบเทียบกับปี 2559
แหล่งข้อมูล : www.finnomena.com/stock

ลองดูสรุปงบการเงินปี 2560 ของบริษัทฯ จากตารางข้างบนนะครับ ที่น่าสนใจคือบริษัทฯ มีเงินสดอยู่ในมือกว่า 1,000 ล้านบาท แปลว่า สามารถนำเงินส่วนนี้ไปลงทุนซื้อลิขสิทธิ์ดีๆ จากต่างประเทศได้อีกไม่น้อยเลย

โดยหัวหอกสร้างรายได้แก่บริษัทฯ ก็ไม่ใช่ใคร แต่เป็นลิขสิทธิ์คอนเทนต์ประเภทซีรีส์อินเดียและซีรีส์ฟิลิปปินส์ที่ได้รับความนิยมจากผู้ชมชาวไทยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เรียกเรตติ้งให้กับสถานีโทรทัศน์ได้อย่างสวยงาม ทั้งช่อง 3 ช่อง 8 และ Bright TV ช่อง 20 ซึ่งแต่ละช่องก็มีความสนใจจะซื้อลิขสิทธิ์เพิ่มขึ้นในปีต่อๆ ไป เพื่อนำไปออกอากาศในระยะยาว

คุณจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า     “ปี 2560 เป็นปีที่เรามีอัตราการเติบโตที่โดดเด่นมาก เนื่องจากสามารถบริหารจัดการลิขสิทธิ์คอนเทนต์ได้เป็นอย่างดี และสามารถสร้างกระแสซีรีส์อินเดียและฟิลิปปินส์ให้เป็นที่นิยมของผู้ชมชาวไทย ทำให้ช่องทีวีดิจิทัลสนใจทุ่มเม็ดเงินเพื่อซื้อลิขสิทธิ์คอนเทนต์ไปออกอากาศเพิ่มขึ้น และผลักดันให้ผลการดำเนินงานของ JKN เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง”

ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็ยืนยันได้ด้วยผลประกอบการของบริษัทฯ ที่เติบโตต่อเนื่องมาหลายปีติดต่อกัน

JKN002

 

JKN003

ซีรีส์อินเดีย เรื่องอโศกมหาราช และนาคิน ที่ทางช่อง 3 ซื้อลิขสิทธิ์ไป และได้รับความนิยมอย่างสูง

แผนปี 2561 นี้ JKN มีกลยุทธ์อย่างไร?

แผนดำเนินงานในปี 2561 ทางบริษัทฯ จะเน้นลิขสิทธิ์คอนเทนต์ที่เป็นแบบ Output Deal จากเจ้าของสิทธิ์ คือครอบคลุมทั้งรายการประเภทภาพยนตร์ ซีรีส์ วาไรตี้ สารคดี รวมถึงรายการเพลงและรายการเด็ก เพื่อให้พอร์ตโฟลิโอของคอนเทนต์มีความหลากหลาย เป็นการกระจายความเสี่ยง ทำให้เจาะกลุ่มผู้ชมได้หลายกลุ่ม และให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมคนดูในปัจจุบัน ที่หมุนเวียนการเสพสื่ออยู่เป็นประจำ โดยจะใช้งบลงทุน 600-800 ล้านบาท เพื่อเพิ่มจำนวนคอนเทนต์ในพอร์ตมากกว่า 3,500 คอนเทนต์ทีเดียว

นอกจากนี้ ในปี 2561 อย่างที่ทราบกันว่าบริษัทฯ ได้รับสิทธิจาก National Broadcasting Company Universal (NBC) ผลิตคอนเทนต์ภายใต้แบรนด์ Consumer News and Business Channel (CNBC) มาตั้งแต่ปี 2559 โดยสำหรับ CNBC นั้นถือว่าเป็นผู้ผลิตรายการเกี่ยวกับข่าวธุรกิจและการลงทุนที่มีชื่อเสียงระดับโลก ซึ่งส่วนตัวผมก็ติดตามข่าวการลงทุนในสหรัฐฯ จาก Bloomberg และ CNBC นี่ล่ะครับ

สัญญาที่ JKN ได้มามีระยะเวลา 10 ปี (2560-2570) ณ ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของการเตรียมบุคลากร เพื่อผลิตรายการข่าวให้แก่สถานีข่าวช่อง CNBC Thailand รวมถึงผลิตคอนเทนต์ภายใต้แบรนด์ CNBC โดยใช้พิธีกรและผู้ดำเนินรายการคนไทย ทำให้บ้านเราจะได้เสพข่าวสารที่ทันสมัยในภาคภาษาไทยซึ่งเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ทาง JKN แจ้งว่าน่าจะสามารถออกอากาศได้ในปี 2562 หรือปีหน้านั่นเอง

เรียกว่าอนาคตสดใสทีเดียวสำหรับการเป็นเจ้าตลาดคอนเทนต์ของ JKN ซึ่งได้ประโยชน์ไปเต็มๆ ในยามที่ธุรกิจมีเดียต่างกำลังแย่งกันหาคอนเทนต์ดีๆ ไปเติมสีสัน และสร้างเรตติ้งให้ช่องตัวเองในเวลานี้

แผนการขยายุรกิจของ JKN จะเป็นอย่างไร?

การประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2561 ได้มีมติ ออกวอแรนท์เพื่อจัดสรรให้ผู้ถือหุ้นเดิมในสัดส่วน 5 หุ้นเดิมต่อ 1 วอแรนท์ และ 1 วอแรนท์จะได้รับสิทธิซื้อหุ้นสามัญจำนวน 1 หุ้น ในราคา 15 บาทต่อหุ้น จำนวน 108 ล้านหน่วย โดยวอแรนท์มีอายุ 2 ปี ซึ่งจะเริ่มใช้สิทธิวอแรนท์ได้ทุกๆ 6 เดือนตามวันที่กำหนด

การออก Warrant ครั้งนี้จะช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับแผนงานของบริษัทฯ และรองรับการขยายกิจการในต่างประเทศ โดย JKN เตรียมนำคอนเทนต์ที่มี ไป Roadshow ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ เป็นการขยายฐานผู้ชม ทั้งในประเทศ CLMV บรูไน และมาเลเซีย เพื่อสร้างการเติบโตของรายได้อย่างต่อเนื่อง

สนามธุรกิจมีเดียจะเดือดเลือดสาดแค่ไหนผมเองก็ไม่ทราบนะครับ แต่สำหรับบริษัทที่เป็นผู้จัดหาและคอยป้อนคอนเทนต์ให้แก่ทุกๆ มีเดียอย่าง JKN นั้น ผมว่าอยู่ในสนามนี้ได้สบายๆ เลยครับ

Share on FacebookTweet about this on TwitterShare on Google+Share on LinkedInPin on Pinterest

There are 0 comments

ใส่ความเห็น

Copyright © iammrmessenger.com. All rights reserved.