X
การประชุม G7 สัญญาณการแตกหักครั้งใหม่
Mr. Messenger's View, US

การประชุม G7 สัญญาณการแตกหักครั้งใหม่

มิถุนายน 11, 2018 0

1. G7 เป็นกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก ประกอบไปด้วยประเทศสมาชิกทั้งหมด 7 ประเทศ ได้แก่ แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา โดยเศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้มีขนาดเศรษฐกิจรวมกันสัดส่วนมากกว่า 50% ของโลกทีเดียว ทั้งนี้นอกจากทั้งหมด 7 ประเทศนี้ เวลาประชุมผู้นำกลุ่ม G7จะมีประธานแห่งสหภาพยุโรปร่วมประชุมด้วย

2. ในอดีต เคยเป็น G8 นะครับ มีอีกหนึ่งประเทศสมาชิกนั่นคือ รัสเซีย แต่เนื่องจากในปี 2014 จากบทบาทของรัสเซียในวิกฤตการณ์ไครเมีย ที่ถูกตีความว่า เข้าไปแทรกแซงการเมืองภายในยูเครน เลยทำให้รัสเซียถูกพักจากการเป็นสมาชิกกลุ่ม G8 จากการลงมติของประเทศอื่นๆ ดังนั้น เลยกลายเป็น G7 นับแต่นั้นเป็นต้นมา

3. การประชุม G7 รอบที่ผ่านมา เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8-9 มิ.ย. ที่ประเทศแคนนาดา ซึ่งผลการประชุมออกมาต้องบอกว่า น่าเป็นห่วงว่า จะเหลือแค่ G6 หรือไม่ เพราะดูเหมือนทิศทางการดำเนินนโยบายจะไม่สอดคล้องกันแล้ว ระหว่างสหรัฐฯ กับชาติที่เหลือ

4. ชนวนความขัดแย้งเริ่มต้นจาก เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา สหรัฐฯได้ใช้นโยบายตั้งกำแพงภาษีนำเข้าร้อยละ 25 สำหรับเหล็กและร้อยละ 10 สำหรับอลูมิเนียม ที่นำเข้าจากประเทศในสหภาพยุโรป แคนาดา และเม็กซิโก (ซึ่ง 2 เจ้าแรก อยู่ในกลุ่ม G7) โดยปธน.ทรัมป์ระบุว่า นโยบายนี้จะช่วยปกป้องผู้ผลิตในประเทศเพราะนี่คือ อุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อประเทศ

5. เล่นออกนโยบายที่กระทบกับประเทศอื่นโดยตรงก่อนการประชุมจะเริ่มในอีก 1 สัปดาห์ข้างหน้า แน่นอนว่า ในการประชุม G7 ประเด็นที่สหรัฐฯโดนกดดันก็คือ การไม่เห็นด้วยกับมาตรการกำแพงภาษี โดยก่อนหน้านิ้กลุ่มผู้นำยุโรปได้มีการประชุมเพื่อเตรียมใช้ข้อมูลตัวเลขการนำเข้าและการส่งออกมาโน้มน้าวให้ทรัมป์เปลี่ยนความคิด ซ฿งก็ต้องบอกว่า ยังสำเร็จนะครับ

6. ผู้นำที่มีบทบาทที่สุดคนหนึ่งในการประชุมครั้งนี้คือ นายจัสติน ทรูโด ของนายกฯของแคนาดา ซึ่งพยายามเจรจาและโน้มน้ามให้นายทรัมป์เปลี่ยนความคิด และยกเลิกมาตรการกำแพงภาษีเสีย

7. แต่ปธน.ทรัมป์ได้ทวีตข้อความหลังการประชุมวันแรก โดยให้ความเห็นว่า นายทรูโด มีท่าทีที่นอบน้อมและอ่อนโยน ระหว่างการประชุม แต่กลับมากล่าวหาโจมตีสหรัฐฯในระหว่างการแถลงข่าวกับสื่อภายหลัง ถือเป็นความ “อ่อนแอและไม่ตรงไปตรงมา”

8. หลังจากนั้นก็มีข่าวออกมาว่า สหรัฐฯถอนการสนับสนุนจากการแถลงการณ์ร่วมของชาติสมาชิก รวมถึงแจ้งกับเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ไม่ให้ทำตามแถลงการณ์ร่วมของการประชุม G7 ในระหว่างเดินทางมาสิงคโปร์เพื่อเตรียมตัวประชุมสุดยอดกับคิม จอง อึน ผู้นำของเกาหลีเหนือในวันที่ 12 มิ.ย. นี้

9. ฝั่งนายกฯแคนาดา นายทรูโดได้ระบุว่า แคนาดาจะเดินหน้าเริ่มนโยบายภาษีตอบโต้สหรัฐฯ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. ที่จะถึงนี้เป็นต้นไป

10. การประชุมรอบนี้ นายโดนัล ทรัมป์ ไม่ได้อยู่ร่วมประชุมจนจบนะครับ โดยไม่ได้ร่วมหารือประเด็นสภาพอากาศ และสิ่งแวดล้อม โดยให้เหตุผลว่า ต้องบินมาเตรียมการประชุมที่สิงคโปร์ ซึ่งหากย้อนกลับไปปีที่แล้ว ทรัมป์เคยแย้มว่า สหรัฐฯต้องการถอนตัวจากความตกลงปารีสซึ่งเป็นกรอบอนุสัญญา สหประชาชาติว่าด้วยการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ โดยเขาให้เหตุผลว่า การทำความข้อตกลงเป็นภาระทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นจากการต้องปฏิบัติตามความตกลง และเคยหาเสียงไว้ก่อนได้รับตำแหน่งว่า การรณรงค์เกี่ยวกับภาวะโลกร้อนเป็นเรื่องที่ศัตรูของสหรัฐฯสร้างขึ้นเพื่อทำลายอุตสาหกรรมของสหรัฐฯเอง

11. ก่อนหน้าการประชุมครั้งนี้ ก็มีทั้งสายวิเคราะห์ที่มองว่า ปธน.ทรัมป์จะมีท่าทีที่อ่อนลง เพื่อการอยู่ร่วมกันของประชาคมโลก แต่กลับกลายเป็นว่า นายทรัมป์ยังแสดงจุดยืนต่อการพยายามปกป้องผลประโยชน์ให้กับบริษัทในสหรัฐฯผ่านการตั้งกำแพงภาษี ซึ่งก็เห็นแล้วว่า แคนาดา น่าจะออกนโยบายภาษีขึ้นมาเพื่อเป็นการตอบโต้สหรัฐฯในเร็วๆนี้

12. จะเห็นว่า หลังจากไปตั้งกำแพงภาษีกับจีน นายทรัมป์ก็เบนเข็มมาที่คู่ค้าที่สหรัฐฯเสียดุลการค้ารายถัดไปทันที เกมส์นี้ชัดเจนว่า คงจะไม่จบง่ายๆ ส่วนการเจรจาต่อรองสุดท้าย ใครจะได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์ ก็คงต้องมาดูกันเป็นเคสๆต่อไป แต่ที่แน่ๆ นี่คือ สัญญาณการแตกหักจากการมีแนวคิดที่ต่างกันระหว่างสหรัฐฯ กับผู้นำชาติอื่นๆนะครับ

แหล่งข้อมูล :-

https://www.theguardian.com/world/2018/jun/11/g7-photo-of-trump-merkel-becomes-classic-art

https://www.ft.com/content/ffd28bae-6cb0-11e8-852d-d8b934ff5ffa

Mr.Messenger รายงาน

Share on FacebookTweet about this on TwitterShare on Google+Share on LinkedInPin on Pinterest

There are 0 comments

ใส่ความเห็น

Copyright © iammrmessenger.com. All rights reserved.