X
มูลค่า Facebook หายวับ $120 Billion ในวันเดียว บอกอะไรเรา?
Global Markets, Investment

มูลค่า Facebook หายวับ $120 Billion ในวันเดียว บอกอะไรเรา?

สิงหาคม 5, 2018 0
เมื่อคืนวันที่ 26 ก.ค. หรือ สองสัปดาห์ที่ผ่านมา ถือเป็นอีกวันหนึ่งในประวัติศาสตร์ตลาดหุ้น เพราะหุ้น Facebook ถูกนักลงทุนแย่งกันขาย จนทำให้ปิดตลาด ราคาร่วงลงทุนถึง -18.96% มาปิดที่ราคา $176.26 ทำให้มูลค่าตลาดของบริษัท หายไปทันที $120 Billion หรือ มากกว่า 3 ล้านล้านบาท ทีเดียว

 
จนถึงเมื่อคืนวันศุกร์ ราคา Facebook ก็ยังไม่กระเตื้องขึ้น ปิดราคาที่ $177.78
 
เมื่อย้อนกลับไปดู การร่วงลงของมูลค่าตลาดภายในวันเดียวของหุ้นรายตัวในอดีต ผมก็พบว่า นี่เป็นการร่วงลงของมูลค่าหุ้นภายในวันเดียวมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของตลาดหุ้นอเมริกาเลยทีเดียว
 
ทำไมหลังประกาศงบออกมาหุ้น Facebook ถึงโดนเท?
จากการแถลงผลประกอบการในไตรมาสที่ 2/2018 บริษัทมีรายได้คิดเป็นเงินบาท ก็อยู่ที่ 4.3 แสนล้านบาท เมื่อเทียบกับ ไตรมาส 2/2017 (ปีที่แล้ว) ก็ถือว่าโตดี เพราะตอนนั้น อยู่ที่ 3 แสนล้านบาท ด้านกำไร ไตรมาส 2/2018 ประกาศออกมาอยู่ที่ 1.7 แสนล้านบาท ก็ดีกว่า ไตรมาส 2/2017 ซึ่งอยู่ที่ 1.3 แสนล้านบาท
 
ดังนั้น ปัญหา มันไม่ใช่เรื่องกำไรไม่โตตามเป้าครับ จริงๆยังโตดีอยู่ แต่ที่นักลงทุนกังวลกัน มันคือ ยอดผู้ใช้งานต่างหาก โดยจากรายงานไตรมาส 2/2018 ที่ออกมา จำนวนผู้ใช้งาน Facebook เป็นประจำทุกเดือน (MAUs) อยู่ที่ 2,234 ล้านคน เพิ่มขึ้น 11% จากไตรมาส 2/2017 ปีก่อน และเพิ่มขึ้น 1.54% หากเทียบกับไตรมาส 1/2018 ซึ่งนี่ละครับ ประเด็นสำคัญ เพราะมันถือเป็นอัตราการเติบโตที่ต่ำที่สุด นับตั้งแต่บริษัทเกิดขึ้นมาเลย และเมื่อแยกตัวเลขผู้ใช้งานตามภูมิภาค จะพบว่า ผู้ใช้งานในยุโรป มีจำนวนลดลงเป็นครั้งแรก นั้นแปลว่า Facebook กำลังโดยแย่ง Eyeball จากแพลตฟอร์ม Social Network เจ้าอื่นอยู่
 
จุดที่นักลงทุนใช้เป็นจุดตายในการวิเคราะห์อนาคตของ Facebook มันอยู่ตรงนี้ครับ คือ ผู้ใช้งาน Facebook มากกว่า 2,500 ล้านคน ในปัจจุบัน ใช้งานแพลตฟอร์มได้ฟรีๆ โดยบริษัทฯไปได้รายได้จากค่าโฆษณาที่เหล่านักการตลาด และแบรนด์ต่างๆอยากเข้าไปสร้างตัวตน และขายสินค้าบนแพลตฟอร์ม ด้วยการ Boost Post จ่ายค่าโฆษราตามจำนวน Reach ที่อยากให้เห็นโพสนั้นๆ
 
ประเด็นคือ ถ้าผู้ใช้งานจำนวนไม่เพิ่มขึ้น แต่ Facebook อยากได้รายได้เพิ่มขึ้น ต้องทำยังไงครับ?
ก็มี 2 วิธีคือ 1) Facebook จะยอมให้หน้าจอ News Feed ของเราๆ จะเห็นโฆษณามากขึ้น 2) ไปเก็บเงินจากเหล่าแบรนด์ และนักโฆษณาเพิ่มขึ้น สมมติ จาก 1 บาท ต่อการให้ผู้ใช้งานเห็น 1 ครึ่ง ก็ขยับเป็น 2 บาท ต่อผู้ใช้งานเห็น 1 ครั้ง
 
สิ่งที่ต้องระวังก็คือ ถ้าเป็นกรณีที่ 1 มันจะทำให้ประสบการณ์ผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์มแย่ลง จนทำให้เราย้ายไปหาสิ่งใหม่ๆหรือไม่? และถ้าเป็นกรณีที่ 2 มันจะทำให้ค่าใช้จ่ายทางการตลาดบนแพลตฟอร์มสูงขึ้น จนเหล่าแบรนด์ต่างๆ ย้ายหนีออกไปหรือเปล่า?
 
ถ้าผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์มของ Facebook ยังขยายตัวได้ในอัตราที่นักลงทุนพอใจ คำถามเหล่านี้ ก็คงยังไม่เกิด และราคาหุ้น Facebook ก็ยังคงวิ่งมุ่งหน้าขึ้นไปเรื่อยๆได้ แต่เหมือนมันไม่เป็นอย่างนั้นแล้วสิครับ
 
มองอีกแง่ ตัวบริษัทฯมี แพลตฟอร์ม 4 แพลตฟอร์ม คือ Facebook, Instagram, WhatsApp และ Facebook Messenger แต่รายได้หลักมาจากตัว Facebook เลย ดังนั้นจริงๆ บริษัทยังมีตัวเลือกในการ Monetize หรือ สร้างรายได้จากแพลตฟอร์มอื่นๆ โดยที่ไม่พยายามไปประทบผู้ใช้งานบน Facebook ได้อยู่เหมือนกัน
 
โดยล่าสุด สัปดาห์ที่ผ่านมา WhatsApp ซึ่งมีผู้ใช้งานทั่วโลกราวๆ 1,500 ล้านคน ประกาศจะเริ่มคิดค่าบริการส่งข้อความในอัตราคงที่ (Fixed Rate) ตั้งแต่ 0.5-9 เซนต์/ข้อความ กับกลุ่มลูกค้าธุรกิจ ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับ WhatsApp Business API เพิ่มบริการเช่น แจ้งเตือนข้อมูลการขนส่งสินค้า, การแจ้งเตือนเวลานัดต่างๆ ก็นับว่า เป็นการหาทางทำเงินจากแพลตฟอร์มที่มีอีกช่องทางที่น่าสนใจ
 
แต่อีกประเด็นหนึ่งที่นักลงทุนก็จับตาอยู่ก็คือ จากรายงานของ InsiderScore.com พบว่า ผู้บริหารระดับสูงของ Facebook มีการหุ้นออกมาจำนวน 13.6 ล้านหุ้นในไตรมาส 2/2018 มากกว่าที่มีการขายออกมา 8.3 ล้านในไตรมาส 1/2018 และมากกว่า 3 เท่าของการขายในช่วงไตรมาส 4/2017 เนื่องจากบริษัทมีปัญหาเรื่องการรั่วไหลของข้อมูลและข่าวลือเรื่องข่าวปลอมขึ้น สิ่งนี้ส่งสัญญาณอะไรบ้างอย่างหรือเปล่า ต้องติดตามครับ
 
ถามว่า มูลค่าตลาดของ Facebook หายไป $120 Billion ภายในวันเดียวนี้ เยอะขนาดไหน?
ก็มากกว่ามูลค่ากิจการของทั้งบริษัทหลายๆบริษัทใน S&P 500 อย่าง Nike, GE, Goldman Sachs, Blackrock, Starbucks เลยนะครับ
 
ถึงจุดที่ท้าทายบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่มากขึ้นทุกที ทั้งในแง่ของการเติบโต การหาวิธีสร้างรายได้ กระแสต่อต้านจากการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล การถูกผู้คุมกฏเข้าตรวจสอบเพื่อให้เข้าถึงข้อมูลที่เป็นธรรม และป้องกันการผูกขาด สิ่งเหล่านี้ คือสิ่งใหม่ที่เรากำลังเจอเผชิญไปด้วยกันครับ ว่ามันจะเปลี่ยนโลกให้หน้าตาเป็นอย่างไรในอีกไม่นาน
Facebook Comments

There are 0 comments

ใส่ความเห็น

Copyright © iammrmessenger.com. All rights reserved.