X
วิกฤตค่าเงินอ่อนค่าในบราซิล ผลพวงจากการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ
Global Markets, Investment

วิกฤตค่าเงินอ่อนค่าในบราซิล ผลพวงจากการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ

มิถุนายน 8, 2018 0

เมื่อคืนนี้ดัชนีตลาดหุ้น Bovespa Index ของบราซิลดิ่งลง -2.98% โดยระหว่างวัน มีร่วงลงลงไปมากกว่า -5% ก่อนรีบาวน์กลับขึ้นได้เล็กน้อย

BOVESPA

การที่ตลาดปรับตัวลบแค่นี้ นักลงทุนก็อาจต้องว่าเป็นเรื่องธรรมดาของหุ้นกลุ่มตลาดเกิดใหม่ที่มีความผันผวนมากกว่าตลาดหุ้นพัฒนาแล้ว

แต่จริงๆแล้ว Bovespa Index ปรับฐานมาแล้วมากกว่า 16% ภายในเดือนเดียว ค่าเงินบราซิลรีล อ่อนค่าทำจุดต่ำสุดในรอบ 2 ปี เรามาสรุปกันว่า สาเหตุมันเกิดจากอะไร

1. ตลาดหุ้นบราซิลนับตั้งแต่ปี 2016 ถือเป็นหนึ่งในตลาดหุ้นเกิดใหม่ที่ทำผลตอบแทนได้ดีที่สุดตลาดหนึ่ง สาเหตุหลักจากการฟื้นตัวของราคาน้ำมันจากจุกต่ำสุดและดีดขึ้นมาอย่างที่เราเห็น โดย Bovespa Index ทำจุดต่ำสุดเมื่อต้นปี 2016 อยู่ที่ 37,500 จุด วิ่งขึ้นมาที่ระดับสูงสุดเมื่อต้นปี 2018 แตะระดับ 87,500 จุด คิดเป็นผลตอบแทนมากกว่า +133% ทีเดียว

2. แต่พอเข้าสู่เดือนก.พ. ปีนี้ การปรับตัวขึ้นของ 10Y US Treasury Yield ที่แตะระดับ 3% ก็ทำให้นักลงทุนทั่วโลกกังวลกันว่า เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วมากขึ้นกว่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งจะทำให้เงินทุนไหลกลับเข้าสหรัฐฯ ตลาดหุ้นทั่วโลกจึงมีแรงเทขายออกมา และที่บราซิลก็เช่นกัน

3. แล้วทำไมตลาดหุ้นบราซิลถึงโดนเทแรงกว่าประเทศอื่นๆในตลาดเกิดใหม่ เรามาดูกัน … ย้อนกลับไปปี 2016 ถ้าจำกันได้ มีข่าวประชาชนชาวบราซิลประท้วงหลังวุฒิสภาเห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จำกัดการใช้จ่ายของภาครัฐนานถึง 20 ปี โดยกลุ่มผู้ประท้วงเห็นว่าการจำกัดงบประมาณอย่างเข้มงวดแบบนี้ จะส่งผลกระทบต่อกิจการของรัฐ เช่น การสาธารณสุขและการศึกษา เอาตรงๆการตั้งเป้าจำกัดงบประมาณล่วงหน้านานถึง 20 ปีเนี่ย ในทางปฏิบัติไม่น่าจะสามารถทำได้จริง และจะสร้างความเดือดร้อนให้กับรากหญ้าของประเทศรึเปล่า อันนี้คือคำถามอยู่แล้วนะครับ

4. สาเหตุที่ต้องรัดเข็มขัด เพราะบราซิลจัดงานมหกรรมกีฬาครั้งใหญ่ของโลกในปี 2014 (บอลโลก) และปี 2016 (โอลิมปิค) ซึ่งใช้เงินลงทุนมหาศาล แต่ทางบราซิลไม่ได้มีความพร้อมขนาดนั้นก็ต้องไปก่อหนี้ขึ้นมา มาดูข้อมูลล่าสุด ปี 2017 บราซิลมีหนี้ต่างประเทศต่อทุนสำรองอยู่ที่ระดับ 147% ทีเดียว ปัญหาคือ หนี้เยอะแต่รายได้ไม่เข้าเป้า บวกกับปัญหาคอร์รับชั่นภายในประเทศ ดูแล้วก็รู้ทันทีว่า เป็นระเบิดเวลาลูกหนึ่ง

5. แต่พอราคาน้ำมันดีดกลับขึ้นมาได้นับตั้งแต่ปี 2016 รายได้ของประเทศก็เพิ่มขึ้น ตลาดหุ้นก็เลยเริ่มรีบาวน์กลับมา เพราะหุ้นกลุ่มพลังงานคิดเป็นสัดส่วนมากที่สุดในตลาดหุ้นบราซิล อย่างที่บอกไว้ในข้อที่ 1. แต่อย่าลืมว่า ปัญหาในเชิงโครงสร้างยังไม่ได้ถูกแก้ไข และประชาชนส่วนใหญ่ ก็ยังยากจนอยู่ดี

6. พอราคาน้ำมันขยับขึ้น ราคาขายในประเทศสูงขึ้น ก็กระทบกับคนส่วนใหญ่ในประเทศสิครับ เริ่มตั้งแต่ตำรวจหยุดงานประท้วงในช่วงเดือน ก.พ. เพราะค่าครองชีพที่สูงขึ้น แต่ไม่ได้รับค่าตอบแทนที่เป็นธรรม แน่นอนว่า ตำรวจหยุดงานประท้วง การใช้บริการสาธารณะของประชาชนก็ไม่ปลอดภัย หน่วยงานหลายหน่วยงานก็ต้องปิดชั่วคราวตามไปด้วย

7. มาล่าสุด นายเปโดร ปาเรนเต ผู้อำนวยการบริษัท Petrobras ขอลาออกจากตำแหน่ง หลังผู้ขับขี่รถบรรทุกและชาวบราซิลชุมนุมประท้วงยืดเยื้อทั่วประเทศจากการขยับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 20% ในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์โดยอ้างราคาน้ำมันตลาดโลกปรับสูงขึ้น พยุงไว้ไม่ไหว แต่ผู้ประท้วงไม่ยินยอม และกล่าวโทษรัฐบาลว่าไม่ยอมพยุงราคาน้ำมันต่อไป

8. จะเห็นว่าปัญหาจากข้อ 3-7 ที่บราซิลเจออยู่ตอนนี้ มันสะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจในประเทศมีความเปราะบางอยู่แล้ว จากที่เคยมี GDP Growth เฉลี่ยมากกว่า 6% ก่อนวิกฤต Subprime มาปีที่แล้ว GDP Growth ของบราซิลลงมาอยู่ที่ 1% รัฐบาลบราซิลคาดว่าจะขยับขึ้นมาเป็น 2.5% ในปีนี้ ทำได้จริงหรือเปล่ายังไม่รู้นะครับ แต่ก็ยังถือว่าน้อยมากๆเมื่อเทียบกับประเทศในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ด้วยกัน

brazil-gdp-growth-annual

9. ดังนั้นเมื่อปัญหาภายในมีเยอะ และยังไม่ได้รับการแก้ไข เมื่อปัจจัยภายนอกวิ่งเข้ามา คือ การลดขนาดงบดุลของเฟด และทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ยตามมา ก็ส่งผลให้เกิดจากไหลออกของเงินบราซิลรีล ไปยังดอลล่าร์สหรัฐฯอย่างรวดเร็ว

10. จริงๆแล้วบราซิลเป็นตัวอย่างของประเทศที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวได้ดี มีการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดต่อเนื่อง และมีหนี้ต่างประเทศมากกว่าเงินทุนสำรอง และยังมีประเทศอื่นๆในตลาดเกิดใหม่ที่มีลักษณะคล้ายกับบราซิลอีกหลายแห่ง เช่น ตุรกี, อาร์เจนตินา, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย และ แอฟริกาใต้ ดังนั้นปัจจัยภายนอกอย่างการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ที่จะเร่งเงินลงทุนไหลออก จึงเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อตลาดเกิดใหม่ที่ไม่แข็งแรงพอ

11. สำหรับประเทศไทย เงินต่างประเทศต่อทุนสำรอง เราอยู่ที่ระดับ 67% ซึ่งถือว่าต่ำ และยังมีตัวเลขเกิดดุลบัญชีเดินสะพัดอย่างต่อเนื่อง เมื่อดูจาก Fund Flow นักลงทุนต่างชาติก็พบว่านับตั้งแต่ต้นปีนี้มา ค่าเงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลดอลล่าร์สหรัฐฯ ขณะที่สกุลอื่นในตลาดเกิดใหม่อ่อนค่าเฉลี่ยประมาณ 3-5% ไปแล้ว ดูแบบนี้ก็ถือว่าเบาใจไปได้ว่า สุขภาพทางการเงินและเศรษฐกิจของเราดีกว่าเพื่อนบ้านหลายๆคนนะครับ

แต่ถ้าเพื่อนบ้านป่วยนานๆกันหมด แล้วเราก็ต้องค้าขายกับเขาอยู่เรื่อยๆ ก็เป็นความเสี่ยงของเราเหมือนกัน ดังนั้นก็คงต้องติดตามกันต่อไปในระยะยาว

สำหรับบราซิล ก็อาจต้องหวังให้เนย์มาร์นำทีมคว้าแชมป์บอลโลกปีนี้ ประชาชนมีความสุข เลิกประท้วง กลับมาตั้งใจทำงาน ทำให้เงินในเศรษฐกิจหมุนได้อกครั้งนะครับ

แหล่งที่มาข้อมูล :-

https://www.bloomberg.com/news/articles/2018-06-07/brazil-doubles-down-on-currency-intervention-as-rout-continues

https://tradingeconomics.com/brazil/gdp-growth-annual

https://www.wsj.com/articles/economic-political-turbulence-hits-brazils-real-1528317886

Mr.Messenger รายงาน

Share on FacebookTweet about this on TwitterShare on Google+Share on LinkedInPin on Pinterest

There are 0 comments

ใส่ความเห็น

Copyright © iammrmessenger.com. All rights reserved.