X
ลงทุน RMF เพื่อใช้ตอนเกษียณ กับเวียดนาม : ASP-VIETRMF
Mutual Fund, Recommended

ลงทุน RMF เพื่อใช้ตอนเกษียณ กับเวียดนาม : ASP-VIETRMF

กันยายน 5, 2018 0

ข้อดีที่ตัวผมเองพูดถึงกองทุนประเภท RMF ที่มีเหนือ LTF อยู่บ่อยๆก็คือ

  1. ไม่ได้จำกัดการลงทุนแต่เฉพาะหุ้นไทย โดยเปิดโอกาสให้จัดเป็นพอร์ตลงทุนเพื่อการเกษียณได้สบาย ผสมสินทรัพย์มีทั้งหุ้นไทย หุ้นเทศ ตราสารหนี้ในประเทศ ตราสารหนี้ต่างประเทศ ทำให้บริหารได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในระยะยาว
  2. กว่าจะขายได้คือเราต้องอายุ 55 ปีบริบูณณ์ บางคนมองว่าเป็นข้อเสีย แต่ผมมองว่าเป็นข้อดี เพราะทำให้เราโฟกัสกับการลงทุนในระยะยาว ไม่โดน Sentiment ตลาดระยะสั้นทำร้าย ปั่นหัว จนกลัวการลงทุนไป (เพราะยังไงก็เอาออกไปไม่ได้ 555+)

ดังนั้น RMF จึงถือเป็นเครื่องมือในการลดหย่อนภาษีที่ดี และใช้เป็นตัวเลือกในการบริหารการลงทุน สร้างโอกาสให้แก่นักลงทุนได้มากขึ้น

พอบอกเรื่องการกระจายความเสี่ยงไปลงทุนยังต่างประเทศ คำถามต่อมาก็คงจะเป็นคำถามที่ว่า จะลงทุนในอะไรดี

ตอนนี้จังหวะดี บลจ.แอสแซทพลัส เปิดขาย IPO กองทุนเปิด แอสเซทพลัส เวียดนาม โกรท เพื่อการเลี้ยงชีพหรือ ASP-VIETRMF ซึ่งเป็นกองทุน RMF ลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนาม ดังนั้น เรามารีวิวประเทศเวียดนาม โอกาสในการลงทุน และนโยบายการลงทุนของกองทุนนี้กันครับ

ทำไมต้องไปลงทุนเวียดนาม?

ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา GDP Growth Rate ของประเทศเวียดนามโตได้เฉลี่ยในระดับสูงถึง 5-7% ทีเดียว

Viet001

ที่มา : tradingeconomics.com

และจากรายงานของ PWC มีการคาดการณ์ว่า GDP Growth ของเวียดนาม จะโตได้เฉลี่ย 5-6% จนถึงปี 2573 โดยปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจเวียดนามในอีก 10-20 ปีข้างหน้า ได้แก่

  1. คน : โครงสร้างประชากรวัยแรงงานที่ยังมีอายุไม่มาก ค่าแรงต่อชั่วโมงที่ยังต่ำ และผลทดสอบระดับความรู้จาก PISA เยาวชนของเวียดนามได้คะแนนสูงเป็น อันดับ 8 จาก 72 ประเทศ สิ่งเหล่านี้ จะทำให้ประเทศเวียดนามดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศได้มากขึ้น
  2. เม็ดเงินลงทุน : มาในรูปแบบของ Foreign Direct Investment โดยหลักๆ เป็นกลุ่มทุนจากเกาหลีใต้ และ ญี่ปุ่น ซึ่งต้องการผลิตสินค้านวัตกรรม แต่มีปัญหาการผลิตในประเทศจากต้นทุนค่าแรง ต้นทุนค่าก่อสร้างโรงงาน อาคารสิ่งปลูกสร้างที่แพง และ ความไม่แน่นอนในประเด็นสงครามการค้า เพราะทั้งสองประเทศนี้ ได้ดุลการค้ากับสหรัฐฯ และอาจตกเป็นเป้าเช่นเดียวกับที่จีนกำลังเผชิญหน้าอยู่ในชั่วโมงนี้ วิธีการแก้ปัญหาก็คือ ย้ายฐานการผลิตไปดีกว่า
  3. รัฐบาลก็สนับสนุน : โดยในส่วนของนโยบายการเงิน ก็มีการดำเนินนโยบายแบบผ่อนคลาย (Expansionary Monetary Policy) ทำสนธิสัญญาทางการค้าสำคัญฯ ได้แก่ APEC, TPP, RCEP และ ASEAN รวมถึงส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติ ผ่อนปรนสิทธิในการเป็นเจ้าของบริษัทจดทะเบียนของชาวต่างชาติ จากเดิมไม่เกิน 49% เป็น 100%

3 แรงสนับสนุนนี้ น่าจะพอทำให้เรามั่นใจในระดับหนึ่งได้ว่า ในระยะยาวๆ คู่แข่งคนสำคัญของเศรษฐกิจไทย ก็คือ เวียดนามนี่เองนะครับ

แล้วตลาดหุ้นเวียดนามเป็นอย่างไร เห็นเค้าว่ากันว่า สภาพคล่องน้อย?

รัฐบาลเวียดนามมีความผลักดันเป็นอย่างมากให้ตลาดหุ้นเวียดนามขยับจาก Frontier Market เข้าสู่ Emerging Market ภายในปี 2563 นะครับ ถามว่ามีปัญหาเรื่องสภาพคล่องไหม ก็ยอมรับตามตรงว่า หุ้นขนาดเล็กในเวียดนามยังคงมีปัญหานี้ แต่สภาพคล่องของตลาดหุ้นเวียดนามก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยดูได้จากปี 2558 มีหุ้นที่จดทะเบียนใน Ho Chi Minh Exchange จาก 308 บริษัท เป็น 344 บริษัท ณ สิ้นปี 2560 ทางด้านมูลค่าการซื้อขายรายวัน (Daily Turnover) เพิ่มจาก $83 ล้านเหรียญสหรัฐฯต่อวัน เป็น 129 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อวัน ในช่วงตั้งแต่ปี 2558 จนถึง 2560

Viet002

บริษัทจดทะเบียนในเวียดนาม 5 บริษัท ที่ติดอันดับ 1 ใน 300 บริษัทที่น่าสนใจลงทุนในเอเชีย
ที่มา : Nikkei Asian Review 2560

ผลตอบแทนเฉลี่ยตลาดหุ้นเวียดนาม มองผ่านดัชนี VN30 Index อยู่ที่ระดับ 15% ต่อปี ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ถึงมีความผันผวนสูงกว่าตลาดอื่นบ้างตามประสาของ Frontier Market แต่ก็จัดว่าให้ผลตอบแทนที่สูงกว่ากลุ่ม Emerging Markets โดยเปรียบเทียบครับ

Viet003

ASP-VIETRMF ไปลงทุนในดัชนี VN30 Index เลยหรือเปล่า?

ไม่ใช่ครับ ใครที่เป็นแฟนพันธ์แท้ของบลจ.แอสแซทพลัส ก็จะทราบว่า สไตล์ของแอสแซทพลัส จะกระจายไปลงทุนในต่างประเทศให้เราอีกที ซึ่งกองนี้ก็เช่นเดียวกัน โดย ASP-VIETRMF จะแบ่งเงินลงทุนในกองออกเป็น 3 ส่วน และลงทุนตามนี้ครับ

1.       ลงทุนในกองทุนรวม ETF โดยมีสัดส่วนการลงทุน 0-20%

2.       ลงทุนในกองทุน JP Morgan Vietnam Opportunities Fund สัดส่วน 0-50%

3.       และ ลงทุนในหุ้นเวียดนามโดยตรง สัดส่วน 0-30%

โดยสัดส่วนที่บอกไว้ ถึงตอนลงทุน ก็ขึ้นอยู่กับมุมมองของผู้จัดการกองทุนอีกทีนะครับ ว่าจะให้น้ำหนักในไหนเท่าไหร่บ้าง

แต่ใครเห็นสัดส่วนนี้ปุ๊บ ก็จะร้องอ้อทันที เพราะนี่คือภาคสองของกองทุน ASP-VIET ที่ทาง บลจ. ออก IPO มาตั้งแต่ต้นปี วันที่ 18 ม.ค. 2561 ที่ผ่านมาครับ ลงทุนเหมือนกันเลย ลอกพอร์ตกันมาเลย ว่าแบบนั้นก็ได้

จังหวะนี้ ใช่จังหวะลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนามหรอ?

ปีนี้ตลาดหุ้นหลายตลาดในเอเชียปรับฐานแรงทีเดียว รวมถึง Vietnam Index ด้วย ซึ่งปรับฐานหนักถึง -26% หากนับจากจุดสูงสุด

ลองไปไล่เรียงดูปัจจัยต่างๆ ก็พบว่า แท้จริงแล้ว การปรับฐานหลักๆ มาจากการที่นักลงทุนต่างชาติลดสัดส่วนการลงทุน และขายออกจากตลาดหุ้นเกิดใหม่โดยรวม หลังจากที่ Bond Yield ในสหรัฐฯปรับตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง นักลงทุนต่างชาติจึงขายลดพอร์ตการลงทุนในตลาดที่มีกำไรมาพอสมควรแล้ว และกลับเข้าไปถือครองดอลล่าร์สหรัฐฯในระยะสั้น

แต่ถ้าให้พิจารณาจริงๆ ประเด็นหลักๆน่าจะมาจากการขายทำกำไร โดยอาศัยข่าวระยะสั้นมาอำพรางมากกว่า เพราะในช่วงแรกของการปรับฐาน (ต้นเดือน เม.ย.) ณ ตอนนี้ 10-Year Treasury Yield ก็ยังอยู่ในระดับ 2.80-2.90% ซึ่งยังไม่เห็นการเร่งตัวของ Yield เกิดขึ้นในช่วงนั้น อีกทั้งเวลานั้นค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ ก็ยังไม่ได้แข็งค่าอย่างมีนัยสำคัญอะไร

ตอนที่ Vietnam Index ทำจุดสูงสุดที่ 1,200 จุด ตอนนั้นระดับ P/E Ratio อยู่ที่ 20x ซึ่งสูงกว่าตลาดหุ้นเพื่อนบ้าน และสูงกว่าตลาดหุ้นไทย

นั่นแปลว่า ตัวดัชนีสะท้อนความคาดหวังที่สูงมาก เลยทำให้มูลค่าแพงไปซักหน่อย ดัชนีวิ่งแรงเกินไปในปี 2559-2560 ดังนั้น ต้องรอให้กำไรโตมาทันบ้างนั้นเองครับ

ไปดูด้านปัจจัยพื้นฐานในภาพกว้างของประเทศเวียดนามกันหน่อย

เศรษฐกิจของเวียดนามอาจขยายตัวในอัตราที่ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนดไว้ 6.7% ด้านการคาดการณ์กำไรเฉลี่ยต่อหุ้นของดัชนี VN Index ที่รวบรวมโดย Bloomberg ก็คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 15% เป็นประมาณ 66 เหรียญในปี

Asian Development Bank ก็ได้มีการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว 6.7% ในปีนี้ ซึ่งถ้าโตได้ในระดับนี้จริงๆ ก็ถือเป็นอัตราการเติบโตที่สูงเป็นอันดับสองของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เลยทีเดียว

Viet004

ที่มา : tradingeconomics.com

ดังนั้น นับตั้งแต่ทำจุดต่ำสุดของปีนี้ เมื่อเดือน ก.ค. จนถึงวันที่ 28 ส.ค. ที่ผ่านมา VNI Index  ปรับตัวขึ้นมาแล้ว 11% ภายในระยะเวลาไม่ถึง 2 เดือน

เหตุการณ์นี้ สำหรับนักลงทุน อาจมองว่าหุ้นเวียดนามผันผวนจังเลย แต่ถ้ามองก้าวข้ามความผันผวนระยะสั้น 3-6 เดือนที่เกิดขึ้น และหันไปมองปัจจัยพื้นฐาน และศักยภาพของประเทศในระยะยาว ต้องยอมรับครับว่า คู่แข่งที่น่ากลัวของประเทศไทย เห็นจะไม่ใช่ใครที่ไกลตัวเรา แต่คือ เวียดนามนี่เอง

ดูแค่ระยะสั้นนักลงทุนก็อาจกังวลว่า ตลาดหุ้นเกิดใหม่หลายตลาด รวมทั้งตลาดหุ้นเวียดนามลงมาแรงเกินไปหรือเปล่า

ถ้ามองแบบตัดเรื่องอารมณ์ตลาด ดูในแง่ Valuation เปรียบเทียบกับตลาดหุ้นเพื่อนบ้าน ก็จะเห็นภาพมากขึ้นครับ

Viet005

ที่มา : บลจ.แอสเซทพลัส (ข้อมูล ณ วันที่ 20 ส.ค. 2561)

เห็นอะไรไหมครับ ตลาดหุ้นเวียดนาม มีการคาดการณ์ EPS Growth ปี 2562 มากที่สุดในกลุ่ม AEC และมี PEG Ratio ต่ำกว่า แปลว่ามีความเป็นไปได้ที่ตลาดหุ้นเวียดนาม ณ ตอนนี้ มีราคาซื้อขายที่ต่ำกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็นอยู่ระดับหนึ่ง

มองในมุมนี้ ตลาดหุ้นเวียดนามที่ร่วงลงมา ก็อาจต้องขอบคุณใครที่เทขายมา แล้วทำให้เราเริ่มเห็นโอกาสในการลงทุน ในระดับราคาที่สมเหตุสมผลมากขึ้น

ใครบางคนบอกผมไว้ว่า “ระยะสั้น ตลาดหุ้นวิ่งตามข่าว แต่ระยะยาว วิ่งตามกำไร”

… โอกาสดีสำหรับเราแล้วครับ ที่จะได้มีหุ้นเวียดนามติดพอร์ต RMF ไว้บ้างกับ ASP-VIETRMF

กองนี้เสนอขาย IPO ช่วงวันที่ 5-17 ก.ย. 2561 นะครับ

สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.assetfund.co.th/ASP-VIETRMF_AD.html

อย่าลืมศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมด้วยตัวคุณเองอีกครั้ง

คำเตือน

  • การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน
  • ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันผลการดำเนินในอนาคต
  • การนำเสนอข้อมูลข้างต้น มิใช่การให้คำแนะนำการลงทุน
  • การลงทุนใดๆ ต้องเกิดจากการศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลและตัดสินใจลงทุน บนความเสี่ยงที่รับได้ของนักลงทุนเอง
  • ทางผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิ์ ไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียในทุกกรณีที่อาจเกิดขึ้นจากการให้ข้อมูลข้างต้น

 

Mr.Messenger รายงาน

Share on FacebookTweet about this on TwitterShare on Google+Share on LinkedInPin on Pinterest

There are 0 comments

ใส่ความเห็น

Copyright © iammrmessenger.com. All rights reserved.