บัวหลวงทศพล – กองทุนหุ้นธรรมดาๆ ที่ผลตอบแทนไม่ธรรมดา

พ.ย. 08

 

นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยให้ผลตอบแทนย้อนหลังอยู่ที่ 26% (นับถึงสิ้นเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา) ซึ่งเป็นตัวเลขผลตอบแทนที่สูงที่สุดเป็นอันดับสองของโลก เป็นรองก็แค่ ตลาดหุ้นตุรกี ที่ผลตอบแทนสูงถึง 36%
จริงๆแล้ว ใครลงทุนในหุ้นไทยมาตั้งแต่ปี 2008 หลังวิกฤต Subprime ได้กำไรมาทุกปี และกำไรดีเสียด้วย เพราะติดอันดับตลาดที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุด 1 ใน 5 ทุกปี

แล้วถ้าอยากได้ผลตอบแทนมากกว่าที่ตลาดหุ้นไทยทำได้ละ?
1. ก็ไปหาตลาดอื่นลงทุน และภาวนาให้วิ่งดีกว่าตลาดหุ้นไทย
2. เลือกหุ้นในตลาดหุ้นไทยนี่ล่ะ ลงทุนเก่งๆ ยังไงก็ต้องชนะตลาด
3. ง่ายสุด หากองทุนที่ลงทุนในหุ้นไทย แล้วทำยังไงก็ได้ให้ชนะหุ้นไทยแบบขาดๆ

ทางเลือกที่ 3 นี่ มีคนดูแคลน ผู้จัดการกองทุนอยู่ก็ไม่น้อย บ้างก็ว่า ลงทุนเอง ขาดทุนด้วยมือของตัวเอง ดีกว่าไปขาดทุนในมือของคนอื่น บ้างก็ว่า เป็นไปไม่ได้หรอกที่กองทุนรวม จะบริหารให้ชนะตลาดได้ตลอด หรือเพิ่งได้ยินมาสดๆเลยก็คือ ค่าธรรมเนียมการจัดการมันแพง (1%) แพงกว่าค่าคอมฯ ที่เสียให้โบรกเกอร์เวลาเทรดเองเสียอีก … แกคงลืมนึกไปว่า ที่เทรดเข้าเทรดออกกวันละ 3 -4 รอบ โดยค่าคอมไปวันเดียว เยอะกว่าค่าธรรมเนียมการจัดการกองทุนทั้งปีซะอีก

ขอแนะนำกองทุนที่ทำผลการดำเนินงานได้ดีที่สุดในระยะเวลา 6 เดือน 1 ปี และ 3 ปี ที่ผ่านมา กองทุนนี้มีชื่อว่า บัวหลวงทศพล มีชื่อย่อในวงการก็คือ BTP จากค่าย บลจ.บัวหลวงนั้นเอง

1 ปีที่ผ่านมา หุ้นไทยให้ผลตอบแทนอยู่ที่ 36% แต่ บัวหลวงทศพล ทำผลการดำเนินงานได้ 79% ดีกว่า ดัชนีเกิน 2 เท่า และไม่เพียงแต่นั้น ลองดูในตาราง ผมเลือกกองทุนรวมประเภทตราสารทุนที่มีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 3 ปี ดีที่สุดในตลาด จากร้อยกว่ากองทุนมา 10 อันดับแรก

จะเห็นว่า บัวหลวงทศพล ทำผลตอบแทนได้ดีกว่าอันดับสองคือ กรุงศรีแวลู แบบขาดลอย
เขาทำได้ยังไง?

บัวหลวงทศพล มีนโยบายการลงทุนก็คือ เน้นการลงทุนระยะปานกลางและระยะยาวในหลักทรัพย์ประเภทตราสารแห่งทุน (หุ้น) ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในไทยที่มีปัจจัยพื้นฐานดี ซึ่งผู้จัดการกองทุนคาดหมายว่าจะให้ผลตอบแทนรวมสูงสุด โดยจะลงทุนแค่ 10 ตัวเท่านั้น ทั้งนี้ ผมลองเข้าไปดูใน Fund Fact Sheet ของกองทุน พบว่า ล่าสุด เดือน ก.ย.  กองทุนไปถือ RATCH, BBL, KK, CPALL และ BJC ย้อนหลังไปดูเดือน ส.ค. ตอนนั้นถือ KK, BAY, BBL, RATCH และ CPALL ย้อนกลับไปอีกไกลหน่อย ตอนเดือน เม.ย. ถือ BJC, BBL, KK, BAY และ CPALL ที่ย้อนให้ดูหลายเดือน เพราะจะให้เห็นว่า เป็นกองทุนที่มีการปรับสัดส่วนน้ำหนักการลงทุนค่อนข้างบ่อย แต่หุ้นที่เลือกใส่พอร์ต ไม่ค่อยเปลี่ยนหน้าตาเท่าไหร่ น้ำหนักให้ไว้ในกลุ่มธนาคารค่อนข้างเยอะเพราะเป็น Proxy ของการเติบโตของการบริโภคภายในประเทศอยู่แล้ว ข้อสังเกตุ ที่เห็นจากพอร์ตของ บัวหลวงทศพลอีกอย่างหนึ่งก็คือ การปรับสัดส่วน หรือ Re-balancing พอร์ตการลงทุนบ่อยๆ ทำให้ผลการดำเนินงานของกองทุนจาก บลจ.บัวหลวงโดดเด่นและฉีกตัวออกจากกองทุนของค่ายอื่นอย่างชัดเจน

แต่สิ่งหนึ่งที่ใครให้ข้อมูลนี้แล้ว สนใจจะลงทุนกับ บลจ.บัวหลวง ต้องระลึกไว้ก็คือ การปรับพอร์ตที่ค่อนข้างถี่แบบนี้ ต้องอาศัลกลไกการบริหารความเสี่ยงที่ดี หรือไม่ก็อาศัย Star Fund Manager ในการเลือกหุ้นเก่งๆ ปีที่แล้วเลือกถูกตัว ปีนี้เลือกถูกตัว มันไม่จำเป็นว่าปีหน้าจะเลือกถูกตัวก็ได้ จริงไหมครับ

อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องติดตามดูกันต่อไปก็คือ สิ้นเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา ขนาดกองทุนอยู่ที่ 832 ลบ. แต่พอมาสิ้นเดือน ต.ค. ขนาดกองทุนพุ่งพรวดขึ้นเป็น 1,359 ลบ. นี้ก็แสดงให้เห็นว่า มีเศรษฐีขี้เกียจเล่นหุ้นเองโยนเงินมาให้บัวหลวงบริหารกว่า 500 ลบ. (หวังว่า คงไม่ใช่คนแค่คนเดียวนะ) มีเงินให้เลือก Shopping มากขึ้นก็ดีอยู่ แต่ขนาดกองที่ใหญ่ขึ้น จะกระทบกับผลการดำเนินงานกองทุนหรือเปล่า เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์

อ้อ ข้อดีของการลงทุนกับ บลจ.บัวหลวงที่ก่อนหน้านี้ผมชอบมากๆ (ตอนยังเป็นพนักงานเงินเดือน ตัวเล็กๆเมื่อ 6-7 ปีที่แล้ว) ก็คือ ขั้นต่ำแค่ 1,000 บาทก็ลงทุนได้ เหมาะกับรายย่อยสุดๆ แถมไม่มีค่าธรรมเนียมขาย อีกต่างหาก

สุดท้าย จะบอกว่า ปีนี้ กองทุนหุ้น ของ บลจ. บัวหลวง มาแรงจริงๆ คิดดูครับ มีกองทุนหุ้นในตลาดเป็น 100 กอง กองทุนของบัวหลวงติดดันดับผลตอบแทนดีที่สุด 10 อันดับแรกถึง 6 กอง
ใครเคยดูถูกกองทุนรวมไว้ ลองย้อนกลับไปดูพอร์ตตัวเองหน่อยนะครับว่า ได้ผลตอบแทนชนะกองทุนหรือเปล่า เสียเวลานั่งจ้องหน้าจอทุกวัน มันคุ้มไหมกับสิ่งที่ได้มา …

การลงทุน ไม่ใช่เรื่องของการมาอวดว่าใครเก่งกว่ากัน
ตลาดหุ้น ไม่ใช่สนามอวดภูมิความรู้
ผู้ชนะคือผู้ที่อยู่รอด และได้กำไรจากตลาดในระยะยาว
เก่งไม่เก่ง ไม่เกี่ยวเลย เชื่อผม!!

Related posts:

  • Sataporn_K

    ผลตอบนี่ ได้มีรวมเงินปันผล เข้าไปหรือยังครับ

    • http://www.facebook.com/chayanon.rakkanjanan Bank Chayanon

      กองทุนนี้ไม่มีนโยบายจ่ายปันผลครับ

      • http://www.facebook.com/ployz.theray Ployz Theray

        แล้วควรจะซื้อได้อีกทีช่วงไหนคะ

  • Suth

    ขอถามหน่อยครับ คือก่อนหน้าสองปีนี้ ผลตอบแทนของกองทุนของบัวหลวงเองก็ดูนิ่งๆ เมื่อเทียบกับกองทุนของกรุงศรี ในขณะที่ตอนนี้พอกองทุนบัวหลวงพุ่งขึ้นมา กองทุนของกรุงศรีเองก็กลับได้ผลตอบแทนที่ต่ำลงมาเมื่อเทียบกับช่วงนั้นเยอะมาก แบบนี้แล้ว เราควรจะมีวิธีเลือกกองทุนยังไงดีครับ เปลี่ยนไปตามกองที่ผลตอบแทนดีกว่า หรือยึดไปตามกองทุนที่ลงทุนในสไตล์ที่เราชอบโดยไม่สนใจว่ามันจะขึ้นหรือลง

    ปล.เคยถามทางบลจ.บัวหลวงเรื่องนี้เหมือนกัน เค้าบอกว่าบางครั้งมันนิ่งเพราะว่าหุ้นที่เค้าเลือกมันถูกตลาดมองข้ามอยู่ต้องรอให้ราคามันเติบโตขึ้น มันจริงหรือเปล่าครับ ขอบคุณครับ

    • http://www.facebook.com/chayanon.rakkanjanan Bank Chayanon

      ผมมองว่า บลจ. บัวหลวง ตอบแบบกลางๆนะครับ
      เพราะเมื่อดูจากการเคลื่อนไหวของพอร์ตแต่ละเดือน ดูแล้วเหมือนพร้อมจะเปลี่ยนหน้าตาหุ้น และสัดส่วนการลงทุนอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น การจะบอกว่า หุ้นที่เลือกถูกตลาดมองข้ามในปีที่แล้ว ไม่น่าจะเป็นคำตอบที่ตอบคำถามได้ครบ ในเมื่อเห็นๆอยู่ว่า พอร์ตค่อนข้างยืดหยุ่น

      ผมมองว่า บัวหลวง อาจมองภาพตลาดปีที่แล้วผิดไป เมื่อการมองภาพใหญ่ผิด กลยุทธ์ในรายลัเอียดก็มีความเสี่ยงจะพลาดตาม

      คราวนี้ วิธีการเลือกกองทุน คงดูที่ผลตอบแทนไม่ได้ ในหนังสือผมก็เขียนไว้กว้างๆว่า ผลตอบแทนย้อนหลัง เป็นแค่เหตุผลส่วนหนึ่ง นโยบายการลงทุนที่เหมาะกับเราก็อีกส่วน บริการของ บลจ.ก็อีกส่วน คงต้องดูกันหลายมุมครับ

      • Suth

        ขอบคุณครับสำหรับคำตอบและต้องขอบคุณคุณแบงค์ด้วยที่เขียนให้ความรู้เรื่องการลงทุนในกองทุนรวมในห้องสินธร ผมเริ่มต้นศึกษาและลงทุนรวมเพราะคุณแบงค์นี่แหละครับ จะติดตามความเห็นที่เป็นประโยชน์ของคุณแบงค์ต่อไปนะครับ

  • Pht

    สอบถามครับ คิดว่าจังหวะขาย เมื่อไร พิจารณาจากอะไรครับ เป็นรอบวัฏจักรตามศก หรือเปล่าครับ

    • http://www.facebook.com/chayanon.rakkanjanan Bank Chayanon

      การหาจังหวะขาย ผมว่า มี 2 แบบนะครับ
      1. เมื่อผลกำไรเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ตั้งแต่แรก – วิธีนี้ เราจะไม่สนใจเลยว่าเศรษฐกิจจะดีหรือแย่ยังไง ดีตรงที่ ไม่ต้องเหนื่อยตามข่าว ไม่ต้องมานั่งวิเคราะห์ แต่ข้อเสียก็คือ มีโอกาสขายหมู หรือ หากตลาดแย่กว่าที่คิด และเป้าที่เราตั้งสูงเกินไป เราก็จะพลาดโอกาสขายทำกำไร
      2. ขายตามวงจรเศรษฐกิจ – โดยการหาช่วง Peak หรือ จุดสูงสุด ของรอบ ซึ่งโดยปกติวัฏจักรหุ้นขาขึ้น จะกินเวลาจากจุดต่ำสุดไปจุดสูงสุดราวๆ 5-7 ปี แต่ความยากลำบากก็คือ ไม่มีใครรู้ว่า เมื่อไหร่ตลาดหุ้นจะทำจุดสูงสุด มีแต่พอมันเตี้ยจากจุดสูงสุดซักพักแล้วค่อยรู้ตัว ซึ่งสามารถใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคมาดูประกอบด้วยกัน

      แต่ถ้าให้แนะนำ ขอให้ทำทั้ง 2 แบบ ผสมกันไปจะดีกว่า ครับ ตั้งไว้เลย ปีหน้าจะเอาผลตอบแทน 8-10% ถ้าถึง ขายทำกำไรบางส่วน แบ่งเงินออกเป็น 2-3 ก้อน ถ้าไม่ถึง เห็นสัญญาณทางเทคนิคกลับตัว ก็ลดพอร์ตลง แต่อาจต้องตามตลาดหน่อย ซักสัปดาห์ละครั้ง ครับผม

  • sakkarath

    ผมจะหาดูได้ยังไงว่า ปัจจุบันราคาซื้อหน่วยละกี่บาท

  • Jan

    ยังคงควรจะเข้าซื้อได้อยู่ไหมคะ ขอบคุณค่ะ

  • http://www.facebook.com/profile.php?id=100005256731233 ชวนันต์ จารุสัจจานันท์

    ผมก็ซื้อไว้เมื่อ 4 เดือนที่เเล้ว สรุปได้กำไรมา 26% คุ้มดีครับ ไม่ปวดหัวด้วยมีคนจัดการดูแลให้ ซื้อตอนไหนก้ไม่สายหรอกครับ เชื่อเถอะ !

    อยากรู้ราคาหรือข้อมูลการลงทุนกองทุนรวม เชิญทางนี้ครับ >> http://www.bblam.co.th/

  • Nuttawut

    ขอถามครับ ถ้าจะซื้อกองทุนบัวเเก้วปันผล ตอนนี้ยังซื้อได้รึป้าวครับ

  • ผ่านมา

    พฤศจิกายน 2543 เคยลงต่ำกว่าสามบาท ตอนนั้น คนถือถอดใจหมดแล้ว