X
5 กองทุน ผลตอบแทนดีที่สุดในไตรมาส 1/2016
Mutual Fund, Recommended

5 กองทุน ผลตอบแทนดีที่สุดในไตรมาส 1/2016

เมษายน 2, 2016 0

ผ่านไปแล้วนะครับกับ ไตรมาสแรกของปี 2016 ซึ่งถือว่าเป็นไตรมาสที่ปราบเซียนเลยก็ว่าได้ ฝั่งนักลงทุนในตลาดหุ้นไทย อาจจะรู้สึกดี Happy พอสมควรจาก Fund Flow ที่ไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยจนทำให้ หุ้นไทย ติดอันดับตลาดหุ้นที่ผลตอบแทนดีที่สุดอันดับ 6 ของโลก โดยได้ผลตอบแทน 9.29% เลยทีเดียว

TOp 5 EQ

ที่มา : http://www.indexq.org/

แต่เห็นแบบนี้ สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดใน 3 เดือนแรกของปี ไม่ใช่หุ้นนะครับ ยังไง ไปส่งกล้องมองกองทุนรวมเมืองไทยกันเลยว่า 5 กองทุนที่ผลตอบแทนจี๊ดที่สุดในประเทศ คือ กองทุนอะไรกันบ้าง


อันดับที่ 1 KT-PRECIOUS
กองทุนเปิดเคแทม เวิลด์ โกลด์ แอนด์ เพรเชียส เอคควิตี้ (+39.34%)

กองทุนนี้ เป็น Feeder Fund ลงทุนในกองทุนต่างประเทศกองเดียว โดยกองทุนหลักชื่อ Franklin Gold and Precious Metals Fund นะครับ กองทุนหลัก เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ ทองคำ และโลหะมีค่าต่างๆ ซึ่งบริษัทส่วนใหญ่ที่กองทุนลงทุน อยู่ในอเมริกาเกินกว่า 50% ของพอร์ตการลงทุน กลุ่มอุตสาหกรรมที่ Franklin เลือก เป็นหุ้นในธุรกิจทองคำเกินกว่า 80% ของพอร์ตทีเดียว (ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจเหมืองทองคำ) เห็นผลตอบแทน 3 เดือน โดดเด่นขนาดนี้ จริงๆกองทุนขาดทุนหนักมาตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ที่ราคาทองเป็นขาลง หลักจากที่ ธนาคารกลางสหรัฐฯประกาศทำ QE Tapering นะครับ การเด้งขึ้นช่วงนี้ ก็มาจากการที่นักลงทุนมีมุมมองว่า เฟดน่าจะขึ้นดอกเบี้ยได้ช้ากว่าที่ตลาดคาดการณ์ ทำให้ค่าเงินดอลล่าร์ไม่น่าจะแข็งค่าเร็ว ทอง ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่เคลื่อนไหวแปรผกผันกับค่าเงิน USD เลยได้อานิสงส์ หุ้นกลุ่มนี้เลยวิ่งตามราคาทองขึ้นมาด้วยกันทั้งหมดเลย ใครสนใจดูรายละเอียดกองทุนหลักเพิ่มเติม ตามไปดูที่ลิงค์นี้ครับ https://www.franklintempleton.com/investor/products/mutual-funds/overview?FundID=132 

อ้อ กองทุนนี้ บลจ.กรุงไทย เป็นคนไปหามาครับ


อันดับที่ 2 UOBSGM
กองทุนเปิด ยูโอบี สมาร์ท โกลด์ แอนด์ ไมน์นิ่ง อิควิตี้ (+35.48%)

มาทรงเดียวกับ KT-PRECIOUS ของบลจ.กรุงไทยเลยครับ UOBSGM เป็นกองทุนหุ้นต่างประเทศ ลงทุนผ่านกองทุนหลักที่ชื่อ United Gold & General บริหารและจัดการโดย UOB Asset Management ที่ประเทศสิงคโปร์ ถึงนโยบายในภาพกว้างๆ จะคล้ายกับ KT-PRECIOUS แต่พอร์ตการลงทุนก็ไม่ได้เหมือนกันหมดนะครับ UOBSGM ลงุนในหุ้นเหมืองทองที่แคนาดา ราวๆ 46% และในสหรัฐฯอีก 20% เป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับทองคำเพียงแค่ 53% เท่านั้น นอกนั้นเป็นเหมืองแร่ธรรมชาติอื่นๆ รวมถึงมีธุรกิจน้ำมันบ้างเล็กน้อยด้วย ในช่วงตั้งแต่จัดตั้งกองทุนมา เจอปัญหาเดียวกองพวกกองทุนทองทั้งโลกครับ ร่วงลงมาเละเทะ การขึ้นแค่ 3 เดือนนี้ ยังอีกไกลกว่าที่จะทำให้ราคา NAV ของกองทุนขึ้นไปที่ราคา PAR 10 บาท

สำหรับ รายละเอียด Master Fund Face Sheet ของกองนี้ ดูได้ที่ http://www.uobam.com.sg/uobam/assets/pdfs/fundfact/p_goldgeneral.pdf


อันดับที่ 3 EICT

กองทุนเปิด KTAM SET ICT ETF Tracker (+20.21%)

กองทุนนี้ ของ บลจ. กรุงไทย อีกแล้ว ปีนี้ กรุงไทย มาแรงเนอะ (หุ้นกรุงไทย ปีนี้ก็แรงเหมือนกันนะฮะ) สำหรับกองนี้ ชื่อก็บอกอยู่แล้วนะครับ ว่าลงทุนอะไร SET ICT ETF ก็หมายความว่า ลงทุนในหุ้นกลุ่ม ICT หรือ ธุรกิจสื่อสาร นั้นเอง ซึ่งหลังจากที่มีการประมูลใบอนุญาตไป 2 รอบ ราคาหุ้นกลุ่มนี้ก็ถูกผู้ไม่ประสงค์ออกนาม พากันแห่เทขายจนราคาลงมาพาให้นักลงทุนติด Hashtag #ร้องไห้หนักมาก ไปตามๆกัน สำหรับ EICT นั้น ลงทุนในหุ้นกลุ่ม ICT ท้งหมด 16 ตัว แต่แค่เฉพาะ ADVANC, INTUCH และ TRUE 3 ตัว ก็ปาเข้าไปเกิน 80% ของพอร์ตแล้วนะครับ เรียกได้ว่า เป็น ETF ที่เสี่ยงเหมือนกัน

ไม่รู้ว่า หลังจากผู้เล่นหลักเหลือเพียงแค่ 3 รายเหมือนเดิม ราคาหุ้นกลุ่มนี้จะยังสามารถวิ่งต่อไปได้ไหม ยังไงคงต้องรอเดือน มิ.ย. นี้อีกที หลัง กสทช. ประกาศแล้วว่าจะประมูลคลื่อน 900MHz อีกรอบนะครับ ใครสนใจ ไปดู Fund Fact Sheet เพิ่มเติมได้ที่ http://www.wealthmagik.com/Document/FundProfile/EICT_FACT_t.pdf?25590402000548

ปล. กองนี้ ใครสนใจ ต้องซื้อขายในตลาดนะครับ เปิด App Streaming แล้วคีย์ชื่อ ‘EICT’ เลย ไม่ต้องเปิดบัญชีกองทุนผ่าน บลจ.กรุงไทย


อันดับที่ 4 KT-MINING
กองทุนเปิด เคแทม เวิลด์ เมทัล แอนด์ ไมน์นิ่ง ฟันด์ (19.75%)

บลจ.กรุงไทย อีกแล้วครับ – -” KT-MINING ไปลงทุนในกองทุนหลักชื่อ Allianz RCM Rohstoffonds (Class A) ของ Allianz นโยบายการลงทุนก็คือ ไปลงทุนในหุ้นธุรกิจเหมืองแร่ทั่วโลก ประเทศที่ไปลงทุนเยอะที่สุดก็คือ อังกฤษ เจ้าแห่งอุตสาหกรรมหนักของโลกในอดีต 26% รองลงมาคือ แคนาดา ลงทุนราวๆ 20% ถ้าไปดูตัวหุ้น ก็จะพบว่า เป็นหุ้นที่อยู่ในหน้าข่าวของ Bloomberg Reuters ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น GLENCORE XSTRATA PLC, RIO TINTO, BHP BILLITON หรือว่า ANGLO AMERICAN แต่เป็นข่าวด้านไม่ค่อยดีนะครับ นั้นก็คือ ขาดทุนกันเละเทะ และมีการปลดคนงานแทบจะรายไตรมาส สาเหตุมาจาก ภาวะราคาสินค้าโภคภัณฑ์ตกต่ำในปีที่ผ่านมา ส่วนสาเหตุที่ปีนี้ อยู่ดีๆก็ผลตอบแทนดูดีขึ้นมา ก็อาจจะมาจาก เพราะว่า ราคามันลงมาเยอะ และมี Technical Rebound และการเก็งกำไรหวังว่า ราคา Commodity ในตลาด อาจจะเจอจุดต่ำสุดไปแล้ว ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ กองทุนจำพวก Commodity เหล่านี้ก็น่าสนใจในระยะยาว แต่ถ้าสนใจจริงๆ คงต้องศึกษาเพิ่มเติมนะ อ่านแค่นี้ คงบอกไม่ได้ว่า กองนี้ดีจริง หรือไม่ดี ดูความเคลื่อนไหวย้อนหลังของกองทุนและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.bloomberg.com/quote/ARGMFIE:LX


อันดับที่ 5 K-ICT
กองทุนเปิดเค ดัชนีหุ้นธุรกิจเทคโนโลยีและการสื่อสาร (18.47%)

กองนี้ บริหารโดย บลจ.กสิกรไทย มาแบบเดียวกับ EICT ของ บลจ.กรุงไทย แต่ไม่ใช่ ETF นะครับ สัดส่วนการลงทุนในกลุ่มสื่อสาร ก็แทบจะล้อตาม SET ICT เหมือนกัน แต่นโยบายการลงทุนเปิดว่า  กองทุนอาจลงทุนในหลักทรัพย์ไม่ครบตามจํานวนหรือไม่เป็นไปตามสัดส่วนของหลักทรัพย์ทีเป็นส่วนประกอบของดัชนีก็ได้ ตรงนี้เอง ที่ทำให้กองนี้ แพ้ EICT อยู่นิดหน่อย เพราะในบางช่วงอาจไม่ได้คงสัดส่วน หรือน้ำหนักการลงทุนตามดัชนี ในขณะที่ ช่วงตั้งแต่ต้นปี เป็นช่วงที่ดีมากๆของหุ้นกลุ่มนี้ และเป็นกลุ่มหลักเลยที่ผลักดันให้ดัชนี SET Index ขึ้นมายืนแถวๆ 1,400 จุด อย่างที่เราเห็นกันอยู่


 

TOP 5 Graph

ที่มา : BISNEWS

จะเห็นว่า กองทุนรวมที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดในช่วง 3 เดือนแรกนี้ จะเป็น Sector Fund (หรือกองทุนที่เน้นลงทุนในอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง) ไม่ว่าจะไทยหรือต่างประเทศก็ตาม ซึ่งกองทุนประเทศนี้ ในสากล หรือแม้กระทั่งการจัดลำดับความเสี่ยงในไทย ถือว่าเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงสูงกว่ากองทุนหุ้นที่มีนโยบายปกติ สังเกตได้จาก NAV ของกองทุนเหล่านี้ ในช่วงที่วงจรอุตสาหกรรมเป็นขาลง ก็เห็นต่ำกว่า ราคา IPO ทุกกอง ในมุมมองของผมเลยคิดว่า กองทุนประเภทนี้ เหมาะกับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง และเข้าใจการเคลื่อนไหวที่ผันผวนเป็นอย่างดี เพราะถ้ากลับไปดูอีกมุมหนึ่ง กองทุนที่ผลตอบแทนแย่สุดนับตั้งแต่ต้นปี เป็นกองทุนกลุ่ม Healthcare Sector

BAD 5

ที่มา : BISNEWS

ผลการดำเนินงานดีมากๆในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แต่แค่ 3 เดือนแรกก็ดิ่งกันแรงทีเดียว (เฉลี่ยติดลบประมาณ -15%) นั้นก็พอจะบอกได้ว่า Sector Fund มันผันผวนและมีความเสี่ยงแค่ไหนนะครับ

บทความนี้ ยกมาเป็นกรณีศึกษา ไม่ได้ชี้ชวน หรือแนะนำให้ผู้อ่านทำการลงทุนตามแต่อย่างใดนะครับ ของที่ดี ณ วันนี้ อาจจะวิ่งได้ไม่ดีในอนาคต ขณะที่ของแย่ๆ ณ ปัจจุบัน มันอาจจะแค่ช่วงสั้นๆ หรือจะยาวต่อไป นั้นก็เป็นหน้าที่ของผู้ลงทุนในการไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม :)

โชคดีในการลงทุนครับ

Share on FacebookTweet about this on TwitterShare on Google+Share on LinkedInPin on Pinterest

There are 0 comments

ใส่ความเห็น

Copyright © iammrmessenger.com. All rights reserved.