X
มีคนถาม อยากปรับลดพอร์ตกองทุนต่างประเทศ เริ่มจากอะไรดี?
Financial Planning, Investment

มีคนถาม อยากปรับลดพอร์ตกองทุนต่างประเทศ เริ่มจากอะไรดี?

กุมภาพันธ์ 25, 2016 0

จริงๆแล้ว คำถามที่ว่า ปรับพอร์ตยังไงดี? ควรซื้อถัวกองทุนนี้ไหม? ขายทิ้ง ไปซื้ออีกกองดีหรือเปล่า? คำถามแบบนี้มีมาตลอดนะครับ ไม่ใช่เพิ่งเจอตอนนี้เท่านั้น

ผมมองอย่างนี้นะครับ…

เราต้องยอมรับก่อนว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกอยู่ในขาลง ไม่ต้องลากกราฟได้ หรือ ตีเทรนไลน์เก่ง ก็พอจะเห็นว่า ตลาดหุ้นทั่งโลกมันไม่ใช่ขาขึ้นอย่างที่เราเคยเอ็นจอยเมื่อ 3-4 ปีก่อนแล้ว ดังนั้น ถอยกลับมาดูที่ความเสี่ยงของพอร์ตเรา และความเสี่ยงที่เรารับได้ก่อน

อย่าเพิ่งไปสนใจครับว่า ที่ไหนจะดีกว่าที่ไหน? อันนั้นเป็นขั้นตอนต่อไป เราดูในสเต็ปแรกก่อน

ถ้าพอร์ตกองทุนเรามีหุ้น(รวมไทย และต่างประเทศ) มากกว่า 60-70% ของพอร์ตรวมทั้งหมด แต่เราเป็นคนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ ซึ่งสังเกตตัวเองได้จาก ไม่มีความสุขในการลงทุน ใจไม่นิ่ง คิดทุกวันว่า ควรขายหรือควรซื้อถัว ถ้าเป็นแบบนี้ แสดงว่า เกิดปัญหาไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่งคือ 1. พอร์ตเสี่ยงเกินที่รับจะทำใจให้สงบ 2. เรามีองค์ความรู้ไม่มากพอที่จะตัดสินใจรับมือกับมัน

ถ้าเป็นอย่างที่ 1 … ต้องลดพอร์ตครับ ลดหุ้นลงซะ (คิดได้ตรงนี้ แล้วค่อยมาดูว่า ควรลดอะไร)

ถ้าเป็นอย่างที่ 2 … ต้องหาความรู้เพิ่ม หาคนรู้เป็นที่ปรึกษา อ่านให้เยอะ ขยายขอบเขตความรู้ของตัวเองให้กว้างขึ้น

มาถึงเรื่องลดพอร์ต ต้องลดยังไง?

จริงๆ ถ้าตลาดมันเป็นขาลงเนี่ย ไม่ต้องลดพอร์ต เด๋วพอร์ตคก็จะลดเอง (สยองงงง)

การลดพอร์ตคือ ลดความเสี่ยงของพอร์ตโดยรวม คุมความเสี่ยงของการลงทุนของเราไม่ให้มากเกินไป เพื่อให้เรายังมีสติ และใช้หลักการคิดวิเคราะห์ด้วยเหตุผลได้

เพราะปัญหาของพอร์ตที่เสี่ยงเกินไป สิ่งแรกที่มันจะกระทบก็คือ อารมณ์ของเราก็เคลื่อนไหวตามพอร์ตการลงทุน การตัดสินใจย่อมไม่เป็นกลาง และเป็นความเสี่ยงซ้ำเติมพอร์ตเมื่อตัดสินใจผิดพลาด

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ

พอร์ตเสี่ยงไป พอขาดทุนหนัก ก็อยากเอาคืน

อยากเอาคืน ก็เลยซื้อถัว (แต่ซื้อเพราะอารมณ์มากกว่าเหตุผล)

พอซื้อเสร็จ พอร์ตก็ยิ่งเสี่ยง และยิ่งเสี่ยง กลายเป็นขาดทุนหนักกว่าเดิม

แล้วก็ยิ่งเครียด แล้วก็ยิ่งอยากได้คืน

ผล มักจะไปจบที่ … ขาดทุนหนัก และถอดใจออกจากตลาดไป โดยคิดว่า เราโชคร้าย เข้าลงทุนในจังหวะที่ตลาดไม่ดี

 การรักษาเงินต้น และการอยู่ให้รอดในการลงทุนระยะยาวต่างหาก ที่เป็นหัวใจของความสำเร็จ

ดังนั้น สิ่งที่ผมอยากจะบอกก็คือ อย่าคิดว่าการปรับพอร์ต การขายของตอนมันขาดทุน คือ การยอมแพ้

มันคือการยอมรับความจริงว่า เราเข้าลงทุนผิดจังหวะ และเรากำลังพยายามทำให้มันถูกต้อง

อย่าคิดว่า ถือไปยาวๆ เดี๋ยวมันก็ขึ้นมาเอง … แล้วเลือกที่จะปิดตา ไม่ยอมรับมันในวันนี้

ทำอย่างนั้นได้ คุณต้องมีความมั่นใจมากพอ และมีความแข็งแกร่งของจิตใจสูงทีเดียว ถามตัวเองครับ ทนได้จริงหรอ? มีความสุขได้จริงหรอที่จะทนอย่างนั้นต่อไปไม่รู้เมื่อไหร่

แต่ถ้าคำตอบคือ ทนได้!! ไม่กระวนกระวายแน่นอน … แบบนั้นก็ไม่ต้องปรับพอร์ตอะไรครับ

จะกระโดดให้สูง ก็ต้องย่อตัวให้ต่ำลงก่อนกระโดด

ดังนั้นการลดพอร์ต ในอีกแง่มุมหนึ่ง ก็คือ การปรับสภาพจิตใจให้เข้าสู่ภาวะปกติ ก่อนคิดต่อว่าเราควรวางแผนอย่างไรต่อไป


มีเรื่องเตือนให้คิดอีกเรื่องครับ…

Peter Lynch บอกว่า ถ้าใครไม่สามารถทนขาดทุนจากการลงทุนได้เกิน 50% ไม่ควรลงทุนในหุ้น

Warren Buffett บอกว่า กฏข้อแรกของการลงทุนคือ อย่าขาดทุน

อีกฝั่ง..

William O’Neil บอกว่า กฏหนึ่งในการลงทุนคือ หาหุ้นที่ราคาทำจุดสูงสุดใหม่ จะทำให้มีโอกาสกำไรสูง

Benjamin Graham บอกว่า จงซื้อหุ้นที่มีมูลค่าต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐาน

เซียนหุ้นที่ประสบความสำเร็จ เขายังมีหลักคิดในการลงทุนที่แตกต่างกันเลยนะครับ

มันแสดงให้เห็นว่า ไม่มีสูตรสำเร็จในการลงทุนหรอก แค่เราต้องหาวิธีที่เราถนัดให้เวลา

Share on FacebookTweet about this on TwitterShare on Google+Share on LinkedInPin on Pinterest

There are 0 comments

ใส่ความเห็น

Copyright © iammrmessenger.com. All rights reserved.