X

Japan

ในอดีต เฟด ขึ้นดอกเบี้ย แล้วควรปรับพอร์ตการลงทุนยังไง?
Emerging Markets, Europe, Japan, Mr. Messenger's View, US
ในอดีต เฟด ขึ้นดอกเบี้ย แล้วควรปรับพอร์ตการลงทุนยังไง?
ธันวาคม 22, 2015 at 5:02 pm 0
ขณะที่นักลงทุนไทยสนใจความเคลื่อนไหวระยะสั้นของหุ้นไทย หลังดราม่ากลุ่ม ICT นั้น ผมพากลับมาชวนดูในภาพกว้าง เป็นการขยายมุมมองขึ้นมาหน่อยนะครับ แท้จริงแล้วเหตุการณ์ที่มีผลต่อกลยุทธ์การลงทุนและการจัดพอร์ตในภาพรวม ก็ยังคงเป็นเรื่องการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดเรื่องเดิม ซึ่งจะขึ้นแบบไหน เร็วช้าอย่างไร ตลาดจะพุ่งไปให้ความสนใจถึงอัตราเงินเฟ้อมากขึ้น จากเดิมที่ให้น้ำหนักตัวเลขในตลาดแรงงานมาตลอดทั้งปี การขึ้น จะเบาหรือแรง จะมีผลในเชิงกลยุทธ์การจัดพอร์ตการลงทุนแบบ Global Asset Allocation พอสมควร ผมขอพาไปดูข้อมูลที่น่าสนใจตัวหนึ่งนะครับ ผมเองก็พยายามตอบคำถามที่นักลงทุนสงสัยว่า เฟดขึ้นดอกเบี้ยแล้ว ควรเอาเงินไปลงทุนในอะไร? เลยขออนุญาตสรุปประเด็นสำคัญไว้ตามนี้
  1. ในช่วงแรกของการขึ้นดอกเบี้ย ตลาดหุ้นอาจมีการปรับฐานช่วงสั้น แต่ระยะกลาง (เกินกว่า 3 เดือนขึ้นไป) น่าจะให้ผลตอบแทนเป็นบวก เหตุผลเพราะ การปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วงแรก จะยังไม่ส่งผลต่อ Cost of Fund หรือต้นทุนทางการเงินมากนัก เชื่อว่า ตลาดสามารถรับภาระต้นทุนที่สูงได้ และสัญญาณ Momentum เชิงบวกของเศรษฐกิจที่ทำให้เกิดการขึ้นดอกเบี้ยนั้นจะยังคงอยู่ต่อไปอีกระยะหนึ่ง ส่วนการปรับฐานช่วงสั้นนั้น เกิดจากการขายทำกำไร หรือปรับพอร์ตการลงทุน หลังมีความชัดเจนมากขึ้น มากกว่าเกิดจากการที่ปัจจัยพื้นฐานเปลี่ยนไป
  2. การลงทุนในหุ้น จะยังให้ผลตอบแทนสูงกว่า ตราสารหนี้ สาเหตุเพราะ อัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้นตามการปรับตัวขึ้นของดอกเบี้ย จะทำให้ราคาตราสารหนี้ปรับตัวลดลง โดยนักลงทุนที่ลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาว จะมีโอกาสขาดทุนจากการ Mark to Market มากกว่านักลงทุนที่ลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น ดังนั้น วิธีการปรับพอร์ตก็คือ
    • ถ้าเป็นนักลงทุนเสี่ยงต่ำ ไม่ลงทุนในหุ้น ต้องโยกเงินไปลงทุนตราสารหนี้ระยะสั้น และลดความคาดหวังในแง่ผลตอบแทนโดยรวมของพอร์ต
    • ถ้าเป็นนักลงทุนเสี่ยงต่ำ แต่ยังอยากคงอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนไม่ให้น้อยกว่าเงินฝาก จำเป็นต้องปรับสัดส่วนพอร์ตการลงทุนมาลงทุนในหุ้นเพิ่มขึ้น โดยเน้นกระจายความเสี่ยงไปลงทุนในต่างประเทศ มากกว่าอยู่ในประเทศ
  3. การลงทุนในหุ้น ในภาวะเช่นนี้ อาจดูเสี่ยง แต่เชื่อว่าให้ผลตอบแทนดี ตลาดหุ้นทั่วโลก ไม่ได้อยู่ในช่วงที่ Valuation แพงจนน่ากังวล ยกเว้น ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และบางอุตสาหกรรมในนั้น และจากการขึ้นดอกเบี้ยในอดีต พบว่า หลังจากขึ้นดอกเบี้ยไปแล้ว 3 เดือน 6 เดือน และ 12 เดือน ผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดหุ้น (สหรัฐฯ, ยุโรป, ญี่ปุ่น, เอเชีย, ตลาดเกิดใหม่) ต่างให้ผลตอบแทนเป็นบวกทั้งสิ้น ตามตารางด้านล่างนี้
Fed First Hike   ผมพาย้อนขึ้นไปดูตารางด้านบนอีกครั้งนะครับ สังเกตไหมครับ ในอดีตนั้น (ข้อมูลนับตั้งแต่ปี 1976) ถึงเป็นการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ซึ่งควรแปลว่า เศรษฐกิตสหรัฐฯดีขึ้น ก็จริง แต่กลับกลายเป็นว่า ตลาดหุ้นที่อื่นๆ กลับสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่า สหรัฐฯเองด้วยซ้ำ ผมมองว่า สิ่งนี้ มีโอกาสจะเกิดขึ้นอีกครั้งในปี 2016 ที่จะถึงครับ ส่วนคำถามที่ว่า แล้วตลาดหุ้นที่ไหน จะให้ผลตอบแทนดีกว่ากัน ผมมองว่า จุดตัดสินใจ อยู่ที่มุมมองเรื่อง "ราคาน้ำมัน" เป็นหัวใจสำคัญเลย Oil001 ถ้ามีมุมมองว่า ราคาน้ำมันจะกลับมาได้ในปีหน้า เทรดสูงกว่าราคาเฉลี่ยของปีนี้ละก็ มีโอกาสที่การลงทุนในหุ้นกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) จะกลับมาโดดเด่น หลังจากแพ้กลุ่มตลาดพัฒนาแล้วแบบไม่เห็นฝุ่นมา 3-4 ปีติด แต่ถ้ามีมุมมองว่า ราคาน้ำมันจะยังอยู่แถวนี้หรือต่ำกว่านี้ซักพัก ก็แปลว่า การลงทุนใน Developed Markets จะยังน่าสนใจ และให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าเหมือน 2-3 ปีที่ผ่านมาครับ ซึ่งเหตุผลที่สนับสนุนก็เรื่องเดิมๆคือ ยังผ่อนคลายเชิงนโยบายการเงิน จ่อรอเพิ่มวงเงิน QE เศรษฐกิจค่อยๆฟื้นตัวอย่างช้าๆ อย่าลืมปรับพอร์ตรับมือปีหน้ากันนะครับ
CONTINUE READING ...
เมื่อสหรัฐฯมีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ย
Emerging Markets, Europe, Japan, Mr. Messenger's View, Thailand, US
เมื่อสหรัฐฯมีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ย
พฤศจิกายน 6, 2015 at 10:49 pm 0
เมื่อสหรัฐฯมีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ย นี่คือคำถามที่นักลงทุนทุกคนสงสัย

1. แล้วตลาดหุ้นสหรัฐฯจะตอบรับทางไหน?

- ผลกระทบแรกของการขึ้นดอกเบี้ยคือ จะมีเงินจากสกุลอื่นไหลกลับเข้าไปหา USD คล้ายกับช่วงที่ Ben Bernanke ประกาศทำ Tapering ปี 2013 นั้นแปลว่า ค่าเงิน USD น่าจะแข็งค่าขึ้นไปอีก ตรงนี้เอง ที่จะเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นสหรัฐฯ เนื่องจากหลายๆบริษัทค้าขายกับต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่ม IT และตัว Janet Yellen เองก็เคยให้ความเห็นกึ่งๆกังวลว่า การที่ค่าเงิน USD แข็งค่าเร็วเกินไปนั้นถือว่าไม่ใช่ผลดีของสหรัฐฯ (เพิ่มเติม…)
CONTINUE READING ...
Emerging Markets, Europe, Japan, Mr. Messenger's View, Thailand, US
New Normal บรรทัดฐานใหม่ของเศรษฐกิจโลก
ตุลาคม 26, 2015 at 10:35 pm 0
คำว่า New Normal นั้นถูกเผยแพร่ออกมาครั้งแรกในสมัยที่ Bill Gross อดีต Co-CEO ของ PIMCO เขียนใน Monthly Outlook เมื่อปี 2009 โดยเล่าว่า หลังจากวิกฤตซับไพรม์ปี 2008 ในตอนนั้น เขาคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลกจะเข้าสู่ยุคใหม่ ที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป จนถึงวันนี้ สิ่งที่ Bill Gross พูดไว้ ดูจะเป็นความจริงอยู่ในหลายส่วน ผมเลยอาสาพามาทบทวนคำว่า New Normal นั้น มันหมายความว่าอะไรบ้างนะครับ (เพิ่มเติม…)
CONTINUE READING ...
จับตาหลังเฟดเผยออกมาแล้วว่า “กังวลเศรษฐกิจโลก”
Emerging Markets, Europe, Japan, Mr. Messenger's View, Thailand, US
จับตาหลังเฟดเผยออกมาแล้วว่า “กังวลเศรษฐกิจโลก”
กันยายน 21, 2015 at 9:17 pm 0
จากที่เฟดปรับมุมมองและประมาณการณ์ทางเศรษฐกิจไปในการประชุมครั้งก่อนนะครับ ผมขออนุญาตทวนกันอีกรอบ
  1. GDP Growth ในระยะยาวจากเดิม 2-2.3% เหลือ 1.8-2.2%
  2. ปรับประมาณการณ์ core PCE inflation rate สำหรับปี 2016 เหลือ 1.7% และสำหรับปี 2017 เป็น 2.0%
  3. ปรับประมาณการณ์ Unemployment Rate ปี 2016 และปี 2017 เหลือ 4.8% จากเดิม 5.0%
  4. Fed Funds projection สิ้นปี 2015 ลดลงมา 20bps เหลือ 0.40% และปรับของปี 2016 ลงไป 20bps เช่นกันเหลือ 1.4% ขณะที่ปี 2017 ปรับลดลง 30bps เหลือ 2.6%
(เพิ่มเติม…)
CONTINUE READING ...

Copyright © iammrmessenger.com. All rights reserved.