X
LIBOR พุ่ง สะท้อนความเสี่ยงที่สูงขึ้นหลังจากนี้ จริงไหม?
ไม่มีหมวดหมู่

LIBOR พุ่ง สะท้อนความเสี่ยงที่สูงขึ้นหลังจากนี้ จริงไหม?

พฤษภาคม 19, 2018 0

➼ หากย้อนกลับไปตั้งแต่ธนาคารกลางสหรัฐฯประกาศยุติโครงการ QE และเริ่มทยอยลดขนาดงบดุล (QT) รวมถึงปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายมาอย่างต่อเนื่อง ก็ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั้งโลกทยอยปรับตัวขึ้นตามเช่นกัน

➼ หนึ่งในตัว Benchmark ที่ตลาดและนักวิเคราะห์ใช้วัดต้นทุนทางการเงิน และความเสี่ยงของตลาดอีกตัวก็คืออัตราดอกเบี้ย LIBOR (London Inter-bank Offered Rate) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดดอกเบี้ยการกู้และยืมระหว่างธนาคารด้วยกันเอง (Interbank borrowing and lending) โดยตลาดนี้อยู่ที่ลอนดอน มี 5 สกุลเงินหลักของโลก แต่สกุลที่มีสภาพคล่องสูงที่สุดที่มีการกู้ยืมระหว่างกันก็คือ สกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ นั่นเอง

➼ LIBOR จะสะท้อนถึง 1. การคาดการณ์แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางของประเทศนั้นๆ กล่าวคือ ยิ่ง LIBOR ปรับตัวสูงขึ้น ก็แปลว่า ตลาดคาดการณ์ว่า อัตราดอกเบี้ยในอนาคตจะปรับตัวสูงขึ้น และ 2. มุมมองด้านความเสี่ยงในการกู้ยืมเงิน (perceived credit risk)  แปลว่า LIBOR จะปรับตัวสูงขึ้น ถ้าตลาดคาดการณ์ว่าความเสี่ยงในการกู้ยืมระหว่างกันสูงขึ้นนั่นเอง

➼ ดังนั้น ถ้า LIBOR ปรับตัวสูงขึ้นรุนแรงหรือรวดเร็วเกินไป ก็สะท้อนความเสี่ยงของระบบการเงินในเวลานั่นได้ระดับหนึ่งว่ามีปัญหาบางอย่าง ยกตัวอย่าง ย้อนกลับไปเมื่อปี 2008 ที่เกิดวิกฤตซับไพรม์ ตอนช่วงที่ Lehman Brothers ประกาศยื่นล้มละลาย ทำให้ LIBOR 3 เดือน ปรับตัวสูงขึ้นจาก 2.8% ไปที่ 4.8% ภายในเดือนเดียว (ช่วง ต.ค. 2008)

➼ สิ่งที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นมา LIBOR ปรับตัวขึ้นด้วยอัตราเร่งสูงขึ้น ยกตัวอย่าง 3-month USD LIBOR จาก 1% มาที่ระดับสูงกว่า 2.3% เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เหตุการณ์นี้ แน่นอนว่า มีการพูดถึงในตลาดว่าเป็นเพราะเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยมาอย่างต่อเนื่อง เพียงเหตุผลเดียวหรือเปล่า ซึ่งเมื่อพิจารณาดู พบว่า เฟดขึ้นดอกเบี้ยมาแล้ว 3 ครั้งนับตั้งแต่ต้นปี 2017 หรือเท่ากับ 75 bps แต่ในช่วงเวลาเดียวกัน เราพบว่า 3-month USD LIBOR ปรับขึ้นมามากกว่า 130 bps แปลว่า การขึ้นของ Fed Fund Rate อธิบายการขึ้นของ 3-month USD LIBOR ได้แค่บางส่วนเท่านั้น

3-month libor

➼ อีกมาตรวัดความเสี่ยงที่นิยมใช้อ้างอิงกันก็คือ LIBOR-OIS spread ระยะ 3 เดือน หรือส่วนต่างระหว่าง LIBOR และ Overnight Indexed Swap rate (OIS rate) ซึ่งทำจุดสูงสุดในรอบ 6 ปี นับตั้งแต่ต้นปี 2012 โดย OIS rate เนี่ยธรรมชาติของมัน จะขยับตามมุมมองของตลาดต่อ fed fund rate ดังนั้น พอดูเป็น spread เทียบกันระหว่าง LIBOR และ OIS ก็จะเป็นการขจัดปัจจัยเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดออกไป และเหลือแต่ความเสี่ยงในการกู้ยืมระหว่างธนาคารในการพิจารณา

libor spread

➼ เหตุผลที่พออธิบายได้ JP Morgan Asset Management ให้ความเห็นไว้แบบนี้ครับว่า ในช่วงไตรมาส 1/2018 มีการออกพันธบัตร 3-month U.S. Treasury ในวงเงินสูงถึง $330 billion แปลว่า Supply เพิ่มขึ้น แน่นอนว่าราคาพันธบัตรก็ลดลง อัตราดอกเบี้ยจึงเพิ่มขึ้น

➼ อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ ภายใต้กฎหมายภาษีอากร บริษัทต่างๆ ของสหรัฐฯจำเป็นต้องส่งเงินกลับในจำนวน $2.7 trillion ถืออยู่ในต่างประเทศ ซึ่งเงินส่วนนี้ น่าจะต้องการแหล่งพักเงินที่มีสภาพคล่องสูงขึ้น ทำให้ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เชื่อมโยงอัตราผลตอบแทนกับ 3-month USD LIBOR มีความต้องการลดลง อัตราดอกเบี้ยจึงปรับตัวสูงขึ้น

*********************

มุมมองส่วนตัว

➼ เชื่อว่า การปรับตัวขึ้นรอบนี้ของ LIBOR ยังไม่ได้สะท้อนถึงด้านความเสี่ยงในการกู้ยืมเงิน (perceived credit risk) แบบในช่วงวิกฤตซับไพรม์ช่วงปี 2008 อย่างที่บางคนกังวลกันนะครับ จะเห็นว่า Demand ต่อเงินดอลล่าร์สหรัฐฯที่เยอะมากขึ้น ซึ่งมาจากการปรับตัวขึ้นของดอกเบี้ยสหรัฐฯ และการคาดการณ์เงินเฟ้อที่ขยับมาเรื่อยๆ ทำให้ค่าเงินดอลล่าร์แข็งค่าในช่วงที่ผ่านมาก็จริง แต่ในช่วงไตรมาส 1/2018 ที่ผ่านมา ก็มี Technical Factors จากการนำเงินกลับประเทศจึงทำให้มี Demand แหล่งเงินทุนระยะสั้นมากกว่าปกติ บวกกับ Supply ที่เพิ่มขึ้นของ 3-month U.S. Treasury ด้วยเช่นกัน

ปัจจัยระยะสั้นนี้น่าจะหมดไป และทำให้หลังจากนี้ การปรับตัวขึ้นของ 3-month USD LIBOR น่าจะไม่รุนแรงเหมือนช่วงที่ผ่านมาครับ

แหล่งที่มาข้อมล :-

https://fred.stlouisfed.org/series/USD3MTD156N

https://am.jpmorgan.com/us/en/asset-management/gim/adv/insights/the-libor-spike

https://www.reuters.com/article/us-global-markets-stress/signs-of-stress-in-global-markets-idUSKCN1GS26H

คำเตือน

• การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน
• ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันผลการดำเนินในอนาคต
• การนำเสนอข้อมูลข้างต้น มิใช่การให้คำแนะนำการลงทุน
• การลงทุนใดๆ ต้องเกิดจากการศึกษา วิเคราะห์ข้อมูลและตัดสินใจลงทุน บนความเสี่ยงที่รับได้ของนักลงทุนเอง
• ทางผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิ์ ไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียในทุกกรณีที่อาจเกิดขึ้นจากการให้ข้อมูลข้างต้น

Mr.Messenger รายงาน

Share on FacebookTweet about this on TwitterShare on Google+Share on LinkedInPin on Pinterest

There are 0 comments

ใส่ความเห็น

Copyright © iammrmessenger.com. All rights reserved.