X
เจาะกลยุทธ์การลงทุนของ 5 บลจ. ดัง ใน TMB Open Architecture
Mutual Fund, Recommended

เจาะกลยุทธ์การลงทุนของ 5 บลจ. ดัง ใน TMB Open Architecture

ตุลาคม 24, 2015 0

จากการที่อยู่ในแวดวงการลงทุนในกองทุนรวมมาไม่ต่ำกว่า 10 ปี มาถึงวันนี้ พัฒนาการของตลาดกองทุนรวมนั้นถือว่าก้าวกระโดดไปไกลทีเดียว เช่นเดียวกันกับ พัฒนาการของนักลงทุน ซึ่งได้เรียนรู้ผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่ๆ เปิดมุมมองการลงทุนที่กว้างกว่าเดิม สร้างโอกาสการลงทุนที่ดีกว่าเดิม
ผมมีมุมมองว่า รูปแบบการลงทุนในกองทุนรวมจะเปลี่ยนไปจากยุคก่อน เปลี่ยนอย่างไร? ก่อนหน้านี้ผลิตภัณฑ์กองทุนรวมนั้นจำนวนยังไม่มาก และกองทุนรวมก็ไม่ได้มีหลากหลายประเภท แต่เมื่อเวลาผ่านไป แต่ละ บลจ. ก็พยายามเพิ่มสินค้าให้หลากหลายมากขึ้น ตอบโจทย์โอกาสการลงทุนที่มีมากขึ้น ซึ่งถือเป็นประโยชน์ต่อนักลงทุน
แต่ปัญหาคือ เหล่านักลงทุนที่ใช้กองทุนรวมเป็นเครื่องมือในการลงทุนส่วนใหญ่ ต้องการใช้ความเป็นมืออาชีพของผู้จัดการกองทุนมาช่วยดูแลเงินออม เงินลงทุนของเรา เพราะไม่มีเวลาศึกษากองทุนที่มีอยู่ในตลาดเป็นพันๆกองได้โดยระยะเวลาอันสั้น ถูกไหมครับ มันคงจะดีถ้ามีคนเลือกให้เราก่อนเบื้องต้นว่ากองทุนไหนที่เหมาะกับเรา และนี่คือ ข้อมูลภาพกว้างๆของ 4 บลจ. เด็ด ที่คุณน่าจะอยากรู้ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการลงทุน

บลจ. อเบอร์ดีนAberdeen

ถือเป็น บลจ. ที่มีบริษัทแม่จากต่างประเทศเจ้าแรกๆที่เข้ามาทำธุรกิจกองทุนรวมในเมืองไทย ที่มีสไตล์การบริหารพอร์ตที่ชัดเจน และยึดมั่นในหลักการลงทุนตามแนวทางของตัวเองมตลอด บลจ. อเบอร์ดีน บริหารพอร์ตโดยเน้นกลยุทธ์ Bottom Up Approach หรือ การวิเคราะห์หลักทรัพย์รายตัวอย่างหนัก งานหลักของผู้จัดการกองทุนคือ Company Visit หรือ เยี่ยมเยียนบริษัทจดทะเบียน เพื่อถามไถ่เชิงลึกถึงข้อมูลธุรกิจของบริษัทเหล่านั้น ถ้าอเบอร์ดีน เลือกซื้อหุ้นตัวไหน หุ้นตัวนั้นมักจะอยู่ในใจของนักลงทุนแนว Value Investor เสมอ และอเบอร์ดีน ก็เน้นถือหลักทรัพย์นั้นๆในระยะยาว โดยมีแนวคิดที่ว่า หากบริษัทนั้นดีจริง ไม่ว่าเศรษฐกิจจะแย่แค่ไหนในอนาคต บริษัทที่ดี จะสามารถรอดจากวิกฤตได้ทุกครั้ง และถ้าอเบอร์ดีนเจอบริษัทเหล่านั้นในมูลค่าและราคาที่เหมาะสม นั้นก็คือเป้าหมายในการลงทุนของ บลจ. อเบอร์ดีน ตัวอย่างกองทุนที่ถือว่าสร้างชื่อเสียงให้กับบลจ.อเบอร์ดีน เช่น กองทุนเปิด อเบอร์ดีน สมอลแค็พ (ABSM) ซึ่งทำผลงานได้อย่างสวยหรู โดยผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี จนถึงสิ้นเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา อยู่ที่ 114.53% สูงกว่า ดัชนี SETTRI ถึง 32.81% แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการเลือกหุ้นเข้าพอร์ตที่ไว้ใจได้จริงๆ

UOBAMบลจ. ยูโอบี

เป็นอีกหนึ่ง บลจ. ที่มีบริษัทแม่คือ UOB Asset Management ที่เป็นบริษัทลูกของธนาคาร UOB จากประเทศสิงคโปร์ ดำเนินธุรกิจกองทุนรวมมายาวนานเกือบๆ 30 ปี ถือเป็น บลจ. ที่มีกลยุทธ์การลงทุนแบบ Active Management Portfolio หรือ การบริหารพอร์ตแบบเชิงรุก ชั้นนำของเมืองไทย บลจ. ยูโอบี มีแนวทางการบริหารที่ดูองค์ประกอบทั้งในภาพกว้าง คือ วิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาค โดยอาศัยเครือข่ายธุรกิจในระดับภูมิภาค และ เจาะลึกการลงทุนในรายหลักทรัพย์ ด้วยวิธีการ Bottom Up ผสมผสานกับ โดยได้เป็นมุมมองการลงทุนทั้งระยะสั้น และระยะยาว เกิดเป็นกลยุทธ์การลงทุนในกองทุนรวมที่มองรอบด้าน และมีความยืดหยุ่น ทนทานต่อทุกสภาพเศรษฐกิจค่อนข้างสูง กองทุนเด่นๆของ บลจ.ยูโอบี ยกตัวอย่างเช่น กองทุนเปิด เจแปน สมอล แอนด์ มิด แคป ฟันด์ (UOBSJSM) ซึ่งเป็นกองทุนที่ไปลงทุนในกองทุนหลักที่ลงทุนในหุ้นญี่ปุ่น เน้นลงทุนในหุ้นที่มีขนาดทุนจดทะเบียนไม่ใหญ่มาก และยังได้รับรางวัลกองทุนหุ้นขนาดเล็ก-ขนาดกลาง ยอดเยี่ยมปี 2013 อีกด้วย 1 ปีย้อนหลังที่ผ่านมา กองทุนหลัก (Master Fund) ที่ชื่อ United Japan Small and Mid Cap Fund – Class JPY ทำผลตอบแทนได้สูงถึง 28.07% (ข้อมูล ณ วันที่ 28 ส.ค. 2015) ถือเป็นอีกการลงทุนในต่างประเทศที่น่าสนใจ และเอาไว้กระจายความเสี่ยงในการบริหารพอร์ตการลงทุนเป็นอย่างดี

CIMB Pricบลจ.ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล

เป็น บลจ. ที่ได้รับการยกย่องว่ามีความเป็นมืออาชีพ และเชี่ยวชาญในการลงทุนในภูมิภาคอาเซียน (The ASEAN Expert Fund House) ถือเป็นอีกหนึ่ง บลจ. ที่มีเครือข่ายการลงทุนครอบคลุมทั่วโลก และสามารถย่อยภาพการลงทุนลงมาเป็นกองทุนที่กำหนดกลยุทธ์การลงทุนได้น่าสนใจ สไตล์การบริหาร เป็นแบบผสมผสานเช่นเดียวกับ บลจ.ยูโอบี แน่นอนว่า เมื่อมีเครือข่ายระดับโลก กองทุนที่น่าสนใจ ก็เป็นกองทุนที่มีการลงทุนในรอบโลกเช่นกัน กองทุนเปิดซีแพม โกลบอล สมอล แค็พ อิควิตี้ (CPAM GSCEQ) ลงทุนในกองทุนหลักที่ชื่อ Principal Global Investors Funds – Global Small Cap Equity Fund เน้นลงทุนในหุ้นขนาดเล็ก ซึ่งลักษณะ หรือจุดเด่นของหุ้น Small Cap ก็คือ มีอัตราการเติบโตที่สูง มีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่า แล้วยิ่งเป็น Global Small Cap นั้นยิ่งแปลว่า เพิ่มโอกาสในทุกๆแห่งบนโลกทีเดียว ทั้งนี้กองทุนหลักนั้นมีการกระจายการลงทุนในหุ้นขนาดเล็กสูงถึงกว่า 150 หลักทรัพย์ โดยมีนโยบายลงทุนในบริษัทใดบริษัทหนึ่งสัดส่วนไม่เกิน 1% เพื่อบริหารความเสี่ยง และทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนไว้ใจได้ว่า ถึงแม้กองทุนจะลงทุนในหุ้นขนาดเล็ก แต่ผู้จัดการกองทุนก็มีการกระจายความเสี่ยงเพื่อลดความผันผวนของราคา NAV เป็นอย่างดี

TMBAMบลจ.ทหารไทย

เป็นหนึ่งเดียวในธุรกิจกองทุนรวมที่เชี่ยวชาญการบริหารแบบเชิงรับ หรือ Passive Management Portfolio โดยมีแนวคิดว่า ค่าธรรมเนียมที่ต่ำลง และการบริหารพอร์ตด้วยการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม จะสร้างผลตอบแทนได้ยั่งยืนในระยะยาว ทั้งนี้ ตัว บลจ.ทหารไทยเอง ได้เสนอขายกองทุนรวมต่างประเทศที่มีหลักคิดเดียวกันกับ บลจ. นั้นก็คือ คัดเลือกกองทุนประเภท Passive Fund โดยใช้มาตรฐาน Mercer ซึ่งถือว่าเป็นที่ปรึกษาชื่อดังที่ได้มาตรฐานระดับโลก การลงทุนแนว Passive Management นี้ กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆในหมู่นักลงทุนต่างประเทศ อันเนื่องมาจากสภาพเศรษฐกิจและด้านนโยบายการเงินในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมค่อนข้าง (เช่น นโยบาย Quantitative Easing ในยุโรป และในญี่ปุ่น) ทำให้ราคาของสินทรัพย์ทั่วโลกอยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ย นักลงทุนที่มีแนวคิดว่า การจะหาสินทรัพย์ที่มูลค่าถูกอย่างในอดีต นั้นเป็นเรื่องที่ยาก แต่หากไม่ยอมลงทุน ณ วันนี้ ก็อาจจะพลาดโอกาส ดังนั้น กองทุนประเทศ Passive Fund จึงตอบโจทย์การลงทุนในยุคที่สภาพคล่องของโลกสูงเช่นนี้ครับ กองทุนที่ผมชื่นชอบ และลงทุนกับ บลจ.ทหารไทยมาอย่างยาวนานก็คือ กองทุนเปิด Jumbo 25 ซึ่งลงทุนแบบ Passive โดยลงทุนหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีขนาดทุนจดทะเบียนสูงสุด 25 อันดับแรก ผลตอบแทนนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเมื่อปี 2004 เฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 11.15% ถือว่าน่าพอใจนะครับ กับการที่ไม่มีผู้จัดการกองทุน ค่าธรรมเนียมก็ต่ำ อีกทั้งยังมีกองทุน Jumbo25 ประเภท LTF และ RMF ให้ใส่เข้าพอร์ตอีกต่างหาก

Manulife01บลจ. แมนูไลฟ์ (ประเทศไทย)

อีกหนึ่ง บลจ. ที่มีความชำนาญในการบริหารทั้งในรูปแบบประกัน และกองทุนมายาวนานกว่า 120 ปี อยู่ภายใต้ Manulife Asset Management ซึ่งเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ชั้นนำระดับโลกที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนมากกว่า 325 ชีวิตจาก 10 ประเทศและเขตการปกครองทั่วภูมิภาคเอเชีย กองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศ (FIFs) ที่น่าสนใจ ยกตัวอย่างเช่น กองทุนเปิด แมนูไลฟ์ สเตร็งค์ เอเชียน สมอลแคป อิควิตี้ (MS-ASIAN SM) ซึ่งเป็นกองทุน Feeder Fund ที่ลงทุนในกองทุนหลักที่ชื่อว่า Manulife Global Fund-Asian Small Cap Equity Fund ที่เน้นการลงทุนในหุ้นขนาดเล็กที่กระจายอยู่ในเอเชีย ผลตอบแทนย้อนหลังที่ผ่านมาของกองทุนนี้ ให้ผลตอบแทนย้อนหลัง 3 ปีอยู่ที่ 42.30% (ข้อมูล ณ วันที่ 28 ส.ค. 2015) นับเป็นอีกกองทุนที่น่าสนใจสำหรับใครที่อยากเติมพอร์ตการลงทุนในเอเชีย นี้คือ ทีเด็ดเลยครับ

จบไปคร่าวๆกับ 5 บลจ. ที่มีแนวทาง และนโยบายการลงทุนที่ชัดเจน ท่านเป็นนักลงทุนที่มีจริตแบบไหน ชอบการลงทุนสไตล์ไหน ไม่จำเป็นต้องไปเปิดบัญชีทีละ บลจ. แล้วครับ เพราะทีเอ็มบี (ธนาคารทหารไทย) มีบริการ TMB Open Architecture ที่นักลงทุนจะประหยัดเวลาและได้รับความสะดวกในการลงทุนกับทั้ง 5 บลจ. ในที่เดียว เรียกว่าเป็นการทลายข้อจำกัดการลงทุนซึ่งเหมาะสมกับยุคสมัยนี้ ใครที่สนใจสามารถ คลิกดูรายละเอียดจากลิงก์นี้ได้เลยครับ http://bit.ly/TMBOA44

บทความนี้เป็นบทความ Adverterial

Share on FacebookTweet about this on TwitterShare on Google+Share on LinkedInPin on Pinterest

There are 0 comments

ใส่ความเห็น

Copyright © iammrmessenger.com. All rights reserved.