X
อยากได้กระแสเงินสดระหว่างทาง แต่รับความผันผวนแบบตลาดหุ้นไม่ได้ เลือก KF-SINCOME
Mutual Fund, Recommended

อยากได้กระแสเงินสดระหว่างทาง แต่รับความผันผวนแบบตลาดหุ้นไม่ได้ เลือก KF-SINCOME

กันยายน 21, 2016 0

คงไม่ต้องบอกนะครับว่า เศรษฐกิจโลก ณ ตอนนี้เปราะบางแค่ไหน เสา 3 ต้นที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและตลาดหุ้นโลกอยู่ ณ ตอนนี้ ก็ไม่ใช่ว่าจะแข็งแรงซักเท่าไหร่ เสา 3 ต้นที่ผมว่า ก็คือ 1) มาตรการ QE จากธนาคารกลางทั่วโลก ที่ตลาดทุนเริ่มตอบรับเชิงบวกน้อยลง และทุกคนก็เริ่มสงสัยในประสิทธิภาพของนโยบาย แต่เศรษฐกิจจริงๆ ซึ่งอย่างที่เห็นก็คือ ยังเติบโตได้ช้า และทำท่าว่าจะหดตัวได้ทุกเมื่อ 2) นโยบายกดอัตราดอกเบี้ยให้ต่ำ หรือกระทั่งทำให้ “ติดลบ” ก็พบว่าเกิด Negative Feedback ในหลายๆ แห่งอย่างเช่นที่ญี่ปุ่น ที่ทำให้เงินฝากไหลออกจากระบบธนาคาร ประชาชนกลายเป็นไม่กล้าใช้เงินมากกว่าเดิม 3) การกู้ยืมเพื่อการลงทุน ซึ่งผลก็มาจาก สภาพคล่องที่มีอยู่มากในระบบจากนโยบาย QE

โลกที่เครื่องมือนโยบายการเงินเริ่มใช้หมดไปทีละอย่าง และหลายๆอย่างที่เป็นสิ่งใหม่กำลังจะถูกทดลอง (Experimental Monetary Policy) และอาจนำมาใช้ โดยที่มีหลักฐานในอดีตว่าจะส่งแบบไหนต่อโลก มันทำให้ความเสี่ยงในการลงทุนนั้นมีมากขึ้นตามไปด้วย

แต่ดอกเบี้ยมันต่ำ ให้ทำไง? ฝากไว้ใน Money Market ไปเรื่อยๆ? ก็ไม่ใช่ทางที่ควรเท่าไหร่นะครับ

บลจ.กรุงศรี กำลังจะออกเสนอขายกองทุนใหม่ 2 กองที่ชื่อ KF-SINCOME และ KF-CSINCOM แล้วไว้ตอนท้ายบทความ ผมจะมาบอกอีกทีว่า 2 กองนี้ต่างกันอย่างไร
ที่ไม่แตกต่างก็คือ ทั้ง 2 กองทุน เป็น Feeder Fund ไปลงทุนในกองทุนหลักที่ชื่อว่า PIMCO GIS Income Fund (Class I-Acc) จุดเด่นและนโยบายการลงทุนของกองทุนหลักก็คือ

  1. กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์ก็เพื่อสร้างกระแสรายได้จากการลงทุนเป็นวัตถุประสงค์หลัก โดยวัตถุประสงค์รองคือ ทำให้เงินลงทุนโตไปเรื่อยๆ ในระยะยาว ซึ่ง พอเห็นวัตถุประสงค์แบบนี้ แน่นอนว่า เหมาะกับนักลงทุนที่อยากได้กระแสรายได้ตลอดทาง
  2. กองทุนหลัก มีนโยบายกระจายการลงทุนไปในตราสารหนี้ ทั้งภาครัฐและเอกชน ทั่วโลก ไม่เน้นลงทุนในหุ้น แน่นอนว่า ผันผวนน้อยกว่า สบายใจกว่า แต่อัตราผลตอบแทนที่คาดหวัง ก็ต้องน้อยกว่าหุ้นแน่นอนนะครับ อันนี้ต้องทำความเข้าใจก่อนลงทุน
  3. ผู้จัดการกองทุน ลงทุนโดยใช้ Macro Theme เป็นตัวจับว่า แนวโน้มในอนาคตคืออะไร แล้วไปผสมสินทรัพย์ให้เหมาะสมกับธีมการลงทุนนั้น อย่าง ณ ปัจจุบัน กองทุนมีธีมการลงทุน 4 ธีมหลักๆ คือ
    1. Improving U.S. Growth : ก็ไปหาตราสารหนี้คุณภาพดี รวมถึงลงทุนในตราสารหนี้ภาคสถาบันการเงิน เพราะเชื่อว่า เศรษฐกิจดี งบดีขึ้น ก็ต้องปรับอันดับความน่าเชื่อถือดีขึ้น
    2. U.S. Housing Recovery : ก็ไปหาตราสารหนี้ที่ออกโดยมีสินทรัพย์ที่เป็นอสังหาฯ ผูกอยู่อีกทอดหนึ่ง เพราะถ้าราคาบ้านและอสังหาฯ ในสหรัฐฯ ฟื้นตัวต่อเนื่อง ก็เป็นผลดีต่อราคาตราสารหนี้ด้วย
    3. Slowing China Growth : จีนชะลอตัว น่าจะทำให้สินค้าประเภท Commodity ปรับตัวลดลง ซึ่งน่าจะเป็นผลทำให้เศรษฐกิจออสเตรเลียซึ่งเป็นผู้ส่งออก Commodity รายใหญ่ของโลกกระทบตามไปด้วย พอมองแบบนี้ ก็คาดว่า ออสเตรเลียต้องลดดอกเบี้ย และค่าเงินต้องอ่อนค่า ก็ซื้อตราสารหนี้ฝั่งโน้น โดยที่มีการเปิด Short Australian Dollar เพื่อทำกำไรกรณีค่าเงินอ่อนค่าในอนาคต
    4. Policy Divergence : หรือ คาดว่าจะมีแค่สหรัฐฯเพียงแห่งเดียวที่ขึ้นดอกเบี้ยนโยบายได้ ก็เชื่อว่า ส่วนต่างดอกเบี้ย (Spread) จะยังสูงอยู่ และค่าเงินของประเทศแกนหลักของโลกยังคงอยู่ในทิศทางอ่อนค่า ก็น่าลงทุนในตราสารหนี้ประเทศเหล่านั้นในขณะที่ป้องกันความเสี่ยง FX ควบคู่กันไป
  4. จุดเด่นอีกข้อคือ กองทุน PIMCO GIS Income Fund (Class I-Acc) สามารถยืดและหด Duration (อายุเฉลี่ยตราสารหนี้ในพอร์ต) ได้ตั้งแต่ 0 ปี ไปจนถึง 8 ปี เรียกว่า ไม่ยาวเกินไป ไม่ Sensitive กับอัตราดอกเบี้ยมากนัก
  5. อัตราการจ่ายเงินเป็นกระแสรายได้ออกจากกองทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 4% ต่อปีมาอย่างสม่ำเสมอ ถือเป็น Track Record ที่น่าสนใจอีกตัว

ผมพาไปดูการเคลื่อนไหว NAV ของกองทุนย้อนหลัง จริงๆ กองนี้จัดตั้งเมื่อปี 2012 แต่มีกองทุนที่มีกลยุทธ์การลงทุนแบบนี้อีกกองที่จัดตั้งตั้งแต่ปี 2007 ซึ่งมีผลการดำเนินงานย้อนหลังยาวกว่า

KF-SINCOME02

ที่มา : PIMCO (ข้อมูล ณ วันที่ 25 ก.ค. 59)

อีกหนึ่งคำถามที่น่าจะค้างคาใจนักลงทุนว่า กองทุนนี้จะผ่านมันไปได้ไหม ก็คือ การขึ้นดอกเบี้ยในสหรัฐฯ จะมีผลกระทบกับตราสารหนี้ในพอร์ตกองทุนขนาดไหน ทาง PIMCO ก็ทำตารางผลตอบแทนในช่วงที่ US Treasury ปรับตัวขึ้นนับตั้งแต่ปี 2007 ให้ดู จะเห็นว่า มีช่วงปี 2007 ที่ช่วงนั้น ผลตอบแทนของกองทุนติดลบ แต่ก็ไม่ถึง -2% ในขณะที่ช่วงอื่นๆ โดยเฉพาะช่วงปี 2013 ที่ US Treasury 10 ปี ดีดขึ้นไปมากกว่า 130 bps แต่กองทุนก็สามารถทนได้ ไม่ติดลบตามราคาตราสารหนี้ที่ไหลลงในช่วงนั้น

KF-SINCOME03

ที่มา : PIMCO (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิ.ย. 59)

พอร์ตการลงทุนปัจจุบันของ PIMCO GIS Income Fund ก็มีการกระจายการลงทุนในตราสารหนี้หลากหลายประเภทนะครับ และถือว่า เป็นกองทุนที่มีการบริหารเชิงรุก Active Management Portfolio ปรับเพิ่มลดสัดส่วนพอร์ตการลงทุนอยู่ตลอด ตามรูปด้านล่าง จะเห็นว่า ตั้งแต่ปี 2007 ที่ผ่านมา ก็บริหารเชิงรุก ปรับเปลี่ยนพอร์ตตามสถานการณ์เรื่อยๆ ไม่ได้ทิ้งพอร์ต ถือยาวๆ ถือนิ่งๆ

KF-SINCOME04

ที่มา : PIMCO (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ก.ค. 59)

ข้อที่ควรระวังซักหน่อย ไม่บอกก็ไม่ได้ คือ กองทุนมีการลงทุนในตราสารหนี้พวก High Yield Bond ซึ่งมักมีความผันผวนของราคาและความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้มากกว่าตราสารหนี้ประเภทอื่นบ้าง ตรงนี้ก็ต้องทำความเข้าใจนะครับ

สำหรับใครที่สนใจกองทุนนี้ กรุงศรี เปิดตัว 2 กองทุนพร้อมกัน โดยที่ KF-SINCOME นั้น มีนโยบายรับซื้อคืนหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนปีละ 4 ครั้ง ซึ่งจะเป็นกระแสรายได้ระหว่างการลงทุนให้กับนักลงทุน แต่สำหรับใครที่ไม่อยากได้กระแสรายได้ ก็สามารถย้ายไปลงทุนใน KF-CSINCOMแทนได้ครับ ต่างกันแค่ไม่รับซื้อคืนหน่วยลงทุนระหว่างทาง

แล้วนักลงทุนแบบไหนที่ควรลงทุนในกองทุนนี้?

ถ้าเป็น KF-SINCOME ก็หมาะกับนักลงทุนที่ไม่อยากเอาเงินไปเสี่ยงในหุ้น แต่อยากได้กระแสรายได้ทุกๆไตรมาสไปเรื่อยๆ

ส่วน สำหรับ KF-CSINCOM นี่ ผมว่า ใครที่แช่เงินลงทุนตัวเองใน Money Market Fund มาเป็นปีๆ แล้วได้อัตราผลตอบแทน 1% ปลายๆ สมควรย้ายออกมานะครับ แต่มีข้อแม้ว่า ควรจะเน้นการลงทุนในระยะยาวเกิน 1-3 ปีขึ้นไป และอาจมีไว้ในพอร์ตเพื่อการกระจายความเสี่ยง ถ้าพอร์ตการลงทุนแบบเสี่ยงปานกลาง ก็ประมาณ 30%-40% ของพอร์ตไม่เกินนั้นครับ

ถ้าอ่านแล้วรู้สึกว่า มันเหมาะจะเติมเข้าไปในพอร์ตการลงทุนของเราเหมือนกัน ก็สามารถติดต่อ บลจ.กรุงศรี และตัวแทนขายหน่วยลงทุนได้เลยครับ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถเข้าไปอ่านได้ที่ https://goo.gl/VDPr2l

Facebook Comments

There are 0 comments

ใส่ความเห็น

Copyright © iammrmessenger.com. All rights reserved.