X
วิกฤตการณ์ตราสารหนี้วันนี้ บทเรียนที่ดี? จากเหตุการณ์จริง
Mr. Messenger's View

วิกฤตการณ์ตราสารหนี้วันนี้ บทเรียนที่ดี? จากเหตุการณ์จริง

มีนาคม 27, 2020 0
วิกฤตการณ์ตราสารหนี้วันนี้
บทเรียนที่ดี? จากเหตุการณ์จริงปีนี้ เอาเข้าจริงๆสถานการณ์การลงทุนไม่ง่ายเลย ไล่มาตั้งแต่ Trade War ตั้งแต่ปี 2018 ยิ่งพอเข้าเดือนมีนาคมที่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้เข้าสู่ประเทศสหรัฐฯ และภูมิภาคยุโรป ลามไปจนทำให้ Demand ของน้ำมันลดลงจนไป Trigger ให้เกิด Oil Price War ตามมาอีก สร้างความผันผวนต่อตลาดการเงินทั่วโลกกันหมด ผลกระทบของมันยังรวมไปถึงตลาดการเงินอื่นๆทั่วโลก และมาถึงตลาดตราสารหนี้ไทยด้วยเช่นเดียวกันเราเห็นการปรับตัวลงของแทบทุกประเภทสินทรัพย์ จากความกังวลต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สิ่งนี้ ก็เกิดเช่นเดียวกันกับตลาดตราสารหนี้ในประเทศไทยเรา

เกิดอะไรขึ้นกับตลาดตราสารหนี้บ้านเรา?

เพราะไม่มีใครรู้ว่า สถานการณ์จะหยั่งลึก และกินเวลานานขนาดไหน ดังนั้น จึงมีผู้ประกอบการส่วนหนึ่ง แลผู้ลงทุนส่วนหนึ่ง ต้องการเสริมสภาพคล่องให้ตัวเองเผื่อสำรองฉุกเฉิน หรือจะด้วยเหตุผลอื่นๆก็แล้วแต่ ดังนั้น จึงเกิดการขายคืนหน่วยลงทุนในปริมาณมากๆพร้อมๆกันในระยะเวลาอันสั้น และรวดเร็วอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

แต่ด้วยวิกฤตการณ์ครั้งนี้ อีกฝั่งคือ ผู้ซื้อ ก็รอดูและประเมินสถานการณ์มากขึ้น ตัดสินใจช้าลง ทำให้สภาพคล่องในตลาดตราสารหนี้ไทยลดลงกว่าในช่วงเวลาปกติ

ด้วยเงื่อนไขการขายคืนหน่วยลงทุนที่ต้องได้รับเงินค่าขายคืนภายในหนึ่งหรือ 2 วันทำการ หรือ (T+1 และ T+2) ทำให้ผู้จัดการกองทุน ต้องเร่งขายตราสารหนี้ที่มีอยู่ในมือ เพื่อคืนเงินให้กับผู้ถือหน่วย นั่นจึงเป็นที่มาที่ทำให้ ราคาที่ขายตราสารหนี้ออกจากพอร์ต ต่ำกว่าความเป็นจริงในบางรายการ

เราจึงเห็นการติดลบของ NAV ในช่วงระยะเวลาที่มีคำสั่งขายหน่วยลงทุนในช่วงเวลาเดียวกัน

ก็น่าจะจบแค่นั้น?

การที่ NAV ติดลบ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ปกติกับการลงทุนในกองทุนรวม แต่กับกองทุนตราสารหนี้ บวกกับ สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส ที่ทำให้หลายประเทศรวมถึงประเทศไทยต้องทำการ “Lockdown” มันทำให้นักลงทุนหวั่นไหวกับการลงทุนที่อยู่ตรงหน้า

เราจึงพบว่า ยังมีแรงขายออกมาอีกระลอก ซึ่งเป็นการซ้ำเติมสภาพคล่องที่มีอยู่อย่างเบาบางอยู่แล้วในตลาดตราสารหนี้

ด้วยปัจจัยของสภาพคล่องที่เบาบางและแรงเทขายเป็นจำนวนมาก 2 ปัจจัยรวมกัน เลยส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของการซื้อและขายตราสารหนี้ในพอร์ต ซึ่งเมื่อเข้าไปดูไส้ใน จะพบว่า เป็นตราสารหนี้ที่มีคุณภาพทั้งสิ้น (Investment Grade Bonds) ดังนั้น กล่าวได้ว่า NAV ของกองทุนที่ลดลงไม่ได้มาจากตราสารหนี้ที่อยู่ในพอร์ตมีปัญหาด้านการผิดชำระหนี้แต่อย่างใด

เพื่อผลประโยชน์ของนักลงทุนสูงสุด

แน่นอนว่า ผู้จัดการกองทุน ต้องหากลยุทธ์และแก้ไขสถานการณ์เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับนักลงทุนที่ลงทุนในกองทุนรวมที่ได้รับผลกระทบ ทางเลือกที่ผู้จัดการกองทุนต้องทำ และเสี่ยงมากที่นักลงทุนที่ลงทุนในกองทุนรวมนั้นจะไม่เข้าใจก็มาถึง

เมื่อ TMBAM Eastspring ประกาศเลิกโครงการกองทุนเปิดทหารไทยธนไพศาล ทหารไทยธนไพบูลย์ ทหารไทยธนพลัส และทหารไทยธนเพิ่มพูน เพื่อยุติการไหลออกของเงิน ซึ่งจะไปกระทบกับนักลงทุนที่ยังอยู่ในกองทุนรวมท่านอื่นให้เจอกับภาวะ NAV ติดลบต่อเนื่อง และมีความเสี่ยงที่จะมีแรงขายออกมาอีก

แน่นอนว่า วิธีการนี้นักลงทุนทุกรายที่ลงทุนในกองทุนรวมทั้ง 4 กอง จะได้รับเงินค่าขายคืนช้ากว่าเดิม แต่หากมองในแง่ผลประโยชน์ที่จะทำให้ทุกคนได้รับเงินลงทุนในราคาที่ยุติธรรม และไม่เสียหายรุนแรง ผมก็นับได้ว่า เป็นการกระทำที่กล้าหาญมากของผู้จัดการกองทุนนะครับ

กองทุนตราสารหนี้กองอื่นๆจะเป็นอย่างไร?

ไม่ใช่แค่กองทุนจากค่าย บลจ.ทหารไทย เท่านั้น แต่กับทุกกองทุนที่ลงทุนตราสารหนี้จาก บลจ. อื่น ก็เริ่มมีนักลงทุนกังวลว่า เหตุการณ์นี้ จะบานปลายหรือไม่

สิ่งที่ผมตอบได้ ก็ขอยกตัวอย่าง กองทุนเปิดทหารไทยธนบดี และ ทหารไทยธนรัฐ ซึ่งเป็นกองทุนตลาดตราสารเงิน และกองทุนรวมทหารไทยธนวัฒน์ ที่เป็นกองทุนตราสารหนี้

ก็จะพบว่า ทั้ง 3 กองทุนมีสัดส่วนการลงทุนที่ถือครองพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทยในสัดส่วนประมาณ 75-90% ซึ่งมีสภาพคล่องสูงในตลาดตราสารหนี้ไทย อีกทั้งได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจาก Fitch ที่ระดับ AAA(tha) ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดของประเทศเรา ด้านสัดส่วนการลงทุนที่เหลืออยู่ประมาณ 10-25% เป็นสัดส่วนการลงทุนในเงินฝากธนาคารและตราสารหนี้ที่มีคุณภาพ (Investment Grade Bonds) ซึ่งเป็นสินทรัพย์ทางการเงินที่มีความน่าเชื่อถือสูง

เมื่อพิจารณาภาพรวมพอร์ตการลงทุนของกองทุนที่ข้างต้น พบว่ามีสภาพคล่องเพียงพอและความเสี่ยงการผิดชำระหนี้ที่ต่ำ เนื่องจากมีสัดส่วนหลักลงทุนในพันธบัตรซึ่งมีทั้งสภาพคล่องและความน่าเชื่อถือในระดับสูง ตามมาด้วยเงินฝากธนาคารและตราสารหนี้ที่มีคุณภาพซึ่งมีความเสี่ยงด้านการผิดชำระหนี้ต่ำ

พร้อมกันนั้นด้วยสัดส่วนการลงทุนดังกล่าวยังทำให้กองทุนเปิดที่กล่าวมา “เข้าเกณฑ์มาตรการสนับสนุนเสถียรภาพตลาดการเงินไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานก.ล.ต. ที่ประกาศวงเงินรองรับสูงถึง 1 ล้านล้านบาท” ก็น่าจะช่วยให้มั่นใจได้ว่าเป็นการเสริมสภาพคล่องให้กับตลาดตราสารหนี้ได้เป็นอย่างดี

ผมว่า เราในฐานะนักลงทุน ก็คงได้เรียนรู้จากเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มากก็น้อย

สิ่งที่สำคัญคือ เราต้องลงทุนด้วยสติ ด้วยเหตุผล ไม่ตื่นตระหนก เพื่อลดการขาดทุนโดยไม่จำเป็น อดทนลงทุนนานขึ้นเพื่อผลประโยชน์ที่ดีขึ้น เพราะจากกรณีการเร่งขายสินทรัพย์ออกจากพอร์ตอย่างกรณีนี้ มีแต่จะทำร้ายและทำลายโอกาสของเราและเพื่อนนักลงทุนด้วยกันเอง

ผมเชื่อว่า เพื่อนร่วมอุตสาหกรรมกองทุนรวมทุกคน ได้พยายามทำทุกทางอย่างสุดความสามารถ และเต็มกำลัง

ทั้งยังเชื่ออีกว่า บลจ.ทุกแห่ง จะดำเนินการอย่างมืออาชีพ มาตรฐานสากล รักษาผลประโยชน์ผู้ลงทุนเป็นสูงสุด และสร้างความมั่นใจให้กลับมาได้อย่างที่เคยเป็นมานะครั

ขอให้กำลังใจทุกฝ่ายที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ครับ

Mr.Messenger รายงาน

Facebook Comments

There are 0 comments

ใส่ความเห็น

Copyright © iammrmessenger.com. All rights reserved.