X
รีวิวหุ้น IPO ยักษ์ใหญ่ของปีนี้ TOA
Recommended, Stock

รีวิวหุ้น IPO ยักษ์ใหญ่ของปีนี้ TOA

กันยายน 19, 2017 0

ช่วงกลางเดือน ส.ค. ผมได้อ่านข่าวเกี่ยวกับบริษัท TOA ว่า ได้รับการอนุมัติให้เสนอขายหุ้นจากสำนักงาน ก.ล.ต. โดยจะเปิดให้จองหุ้น IPO และเข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในปีนี้

ชื่อ TOA นับว่าเป็นแบรนด์สีที่คุ้นหูคนไทย เพราะอยู่ในตลาดมานาน แบรนด์แข็งแกร่ง จนแทบไม่มีใครที่จะไม่รู้จัก กระทั่งมีโอกาสได้ดูข้อมูล ก็พบว่า ครอบครัว “ตั้งคารวคุณ” ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทฯ

เริ่มประกอบธุรกิจตั้งแต่ปี 2507 (มากกว่า 50 ปี)

TOA002

 

คุณประจักษ์ ตั้งคารวคุณ ผู้ก่อตั้ง TOA เคยออกหนังสือ Pocket Book ชื่อ “เส้นทางหลากสี” ซึ่งนำสีต่างๆ มาเล่าถึงชีวิตที่ฝ่าฟันอุปสรรค จนกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจสีหมื่นล้านอย่าง TOA ทุกวันนี้ ประสบการณ์ แง่คิดดีๆ ถูกนำมารวมไว้ในหนังสือเล่มนี้เยอะแยะมากมาย อ่านแล้วก็รู้เลยว่า คุณประจักษ์ สมกับเป็นราชันย์แห่งอาณาจักรสี อย่างยิ่ง

แต่ผมไม่ได้จะมาขายหนังสือนะครับ!!!

กลับไปที่ตัวบริษัท TOA กัน…

 

จากรุ่นสู่รุ่น เมื่อกาลเวลาผ่านไป การแข่งขันเปลี่ยนไป จากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก

ตั้งแต่ปี 2545 จนถึงปัจจุบัน คุณจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ลูกชายคนที่ 2 ของคุณประจักษ์ ได้ขึ้นมารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และเปลี่ยนภาพลักษณ์ของสี TOA จากที่มีความเป็นอนุรักษ์นิยมให้ทันสมัยมากขึ้น มีนวัตกรรมที่หลากหลาย จนสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดสีทาอาคารสำหรับกลุ่มลูกค้าทั่วไปในไทย ตามข้อมูลจาก Frost & Sullivan ปี 2559 TOA มีส่วนแบ่งทางการตลาดสีทาอาคารในไทย ประมาณร้อยละ 48.7 ทิ้งห่างคู่แข่งแบบไม่เห็นฝุ่น

ปัจจุบัน บริษัทฯ มีโรงงานผลิตทั้งหมด 8 แห่งด้วยกัน โดยแบ่งเป็นในประเทศไทย 3 แห่ง ที่เหลือ มีเวียดนาม สปป.ลาว มาเลเซีย เมียนมาร์ และกัมพูชา ประเทศละ 1 แห่ง กำลังการผลิตรวมกัน (ณ 30 มิ.ย. 2560) 88 ล้านแกลลอนต่อปี ไม่รวมโรงงานผลิตในกัมพูชาซึ่งดำเนินงานโดย TOA Skim Coat (Cambodia) Co., Ltd. ที่ผลิตผลิตภัณฑ์สำหรับงานฉาบบางเพื่อปรับผิวให้เรียบ (Skim coat) ซึ่งเริ่มเปิดดำเนินงานเชิงพาณิชย์ในเดือนมิถุนายน 2560

นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างก่อสร้างและศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการสำหรับโรงงานผลิตแห่งใหม่ที่ต่างประเทศอีก 3 แห่ง ที่ประเทศอินโดนีเซีย, กัมพูชา และ เมียนมาร์ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการผลิตได้ภายในปีหน้าเป็นต้นไป โดยโรงงานผลิตทั้ง 3 แห่ง จะมีกำลังการผลิตรวมกันประมาณ 14.5 ล้านแกลลอนต่อปี หรือประมาณ 16.5% ของกำลังการผลิตในปัจจุบันทีเดียว ซึ่งเมื่อแล้วเสร็จจะมีกำลังการผลิตรวมทั้งสิ้นเพิ่มขึ้นเป็น 102.5 ล้านแกลลอนต่อปี

สำหรับการ IPO ครั้งนี้ บริษัทฯ ตั้งใจจะนำเงินจากการระดมทุนไปขยายธุรกิจ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งเป็นเงินทุนเพื่อพัฒนาปรับปรุงประสิทธิภาพภายในบริษัทและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน

 

โอกาสอยู่ตรงไหน อะไรที่ TOA เห็น?

ลองไปดูงบกำไรขาดทุนของบริษัทฯ ตั้งแต่ปี 2557 –2559 และงวดหกเดือนสิ้นสุด วันที่ 30 มิถุนายน 2560  ที่ผ่านมากัน

TOA003

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ยอดขายไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก แต่จะเห็นว่ากำไรสุทธิโตเพิ่มขึ้นทุกปีตั้งแต่ปี 2557-2559 สาเหตุมาจากการบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อลดความสูญเสียที่เกิดขึ้น และการปรับตัวของบริษัทฯ ในการใช้เทคโนโลยีและการลงทุนเพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สีที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ดี

ขณะเดียวกัน TOA ยังมีนวัตกรรมด้านบริการ TOA Color World Solution Services ที่เกิดขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาให้ลูกค้า ที่ไม่สามารถหาสีทาอาคารที่ถูกใจ หรือไม่ตรงสเปคที่ต้องการ ก็สามารถใช้บริการเครื่องผสมสีอัตโนมัติ (Auto Tinting Machine) ซึ่งสามารถสร้างเฉดสีต่างๆ ได้มากกว่า 10,000 เฉดสี ภายในเวลาเพียงแค่ 3 นาที ทำให้เครือข่ายจัดจำหน่ายของบริษัทฯ มีต้นทุนสต๊อกสินค้าลดลง

TOA004

โดย ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2560 มีเครื่องผสมสีอัตโนมัติอยู่ตามจุดจำหน่ายสินค้า 4,140 เครื่อง ในประเทศไทย และอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านแถบ AEC อีก 1,791 เครื่อง เมื่อเทียบกับเครือข่ายผู้ค้าปลีกในประเทศที่มีอยู่ทั้งหมด 6,217 ราย และใน AEC อีก 1,854 ราย

นอกจากการจัดจำหน่ายผ่านเครือข่ายผู้ค้าปลีก TOA ยังมีช่องทางการจัดจำหน่ายใน Modern Trade และ ช่องทางอื่นๆ เช่น การส่งออก ทั้งนี้ ตามงบการเงินสำหรับรอบ 6 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย. 2560 การขายผ่านผู้ค้าปลีก ยังมีสัดส่วนสูงสุดคือ 73.9% ของรายได้จากการขาย ขณะที่ตลาดใหญ่ของ TOA จนถึง ณ ปัจจุบัน ยังคงเป็นตลาดในประเทศไทย (เกินกว่า 85% ของรายได้จากการขายมาจากการขายในประเทศ)

โดยรายได้ในต่างประเทศ มากกว่าครึ่งหนึ่งมาจากประเทศเวียดนาม และเติบโตต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2557-2558 โดยเติบโตสูงถึงร้อยละ 10.8 ต่อปี สะท้อนว่าโอกาสในตลาดต่างประเทศมีอยู่มากทีเดียว

ซึ่งถ้าลองไปดูโรงงานที่ TOA ไปตั้ง จะเห็นว่า Urbanization Theme หรือการขยายตัวของเมืองในประเทศแถบ AEC จะโตได้อย่างมากในอีก 10-20 ปีข้างหน้า เช่นเดียวกับที่เวียดนาม โตตามไทยมาติดๆ แน่นอนว่า TOA ก็คงหวังจะโตไปกับ Mega Trend นี้ด้วยเช่นกัน

 

TOA จะไปแข่งกับคู่แข่งรายอื่นอย่างไร?

นวัตกรรมอย่าง TOA Color World Solution Services ถือว่าเป็นแค่หนึ่งในหลายๆ อย่างที่ทางบริษัทฯ พยายามพัฒนาและเดินนำหน้าคู่แข่งอยู่ตลอด ถ้าลองไปดูนวัตกรรมทางเทคโนโลยีในการผลิตสีที่ TOA ใช้ในช่วง 4 ปีหลัง ก็จะยิ่งชัดเจนว่า เทคโนโลยีนี่ล่ะครับ คือ หัวหอกสำคัญของบริษัทฯ ไปดูกันว่ามีนวัตกรรมอะไรบ้าง

ปี 2556 : สี TOA Extra Wet Primer ใช้เทคโนโลยี Hydro Block Power ทำให้สามารถทาสีรองพื้นบนพื้นผิวซีเมนต์เปียกได้

ปี 2558 : สีเขียนได้ ลบได้ (TOA Note & Clean) เป็นผลิตภัณฑ์สีเคลือบแบบโพลียูรีเทน ที่มีตัวทำละลายเป็นน้ำ สามารถปกป้องพื้นผิวจากคราบและสีสเปรย์

ปี 2559 : สีรองพื้นเหล็กกันสนิม (TOA Eco Metal) ผลิตภัณฑ์ภายใต้มาตรฐานอาคารเขียว (LEED) เป็นสีรองพื้นเหล็กประสิทธิภาพสูง มีตัวทำละลายเป็นสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) ในระดับความเข้มข้นต่ำกว่า 250 กรัม/ลิตร

ปี 2560 : TOA Glipton Semi Gloss Base Autotint ผลิตภัณฑ์สีเคลือบอัลคิดชนิดฟิล์มกึ่งเงาที่สามารถใช้กับเครื่องผสมสีอัตโนมัติ

ปี 2560 : Flat Clear Lacquer ผลิตภัณฑ์แลคเกอร์ใสชนิดฟิล์มสีด้านแบบบรรจุกระป๋องสเปรย์

ปี 2560 : Aluminum Gold และ Metallic Gold สเปรย์เฉดสีทองใหม่ มีความแวววาว เลือกใช้งานได้หลากหลาย

ปี 2560 : PU 2K Semi-Gloss ผลิตภัณฑ์โพลียูรีเทน สำหรับงานไม้ชนิดฟิล์มกึ่งเงา ฟิล์มสีมีความทนทาน แข็งแรงต่อการขูดขีดและสารเคมี

ซึ่งผลิตภัณฑ์ทุกตัว บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีกรีนโนเวชั่น (Greenovation) นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

TOA005

แบรนด์ที่แข็งแกร่ง และนวัตกรรมที่พัฒนาต่อเนื่องของ TOA

ในมุมมองของลูกค้า ก็ต้องบอกว่า วันนี้ TOA ไม่ใช่แค่สีทาอาคารธรรมดาๆ เรารู้สึกได้ทันทีว่า เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและครองใจผู้บริโภคมาอย่างยาวนาน สิ่งเหล่านี้เกิดจากการเปลี่ยนกลยุทธ์ทางการตลาดของคุณจตุภัทร์ นับตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งซีอีโอ

แต่การจะทำให้ผู้บริโภครู้สึกได้ ก็ต้องลงทุนในนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพราะในยุคนี้คนที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้มากที่สุดและเป็นผู้กำหนดเทรนด์เท่านั้น คือผู้นำตลาดอย่างแท้จริง

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://investor.toagroup.com/ipo/

Facebook Comments

There are 0 comments

ใส่ความเห็น

Copyright © iammrmessenger.com. All rights reserved.